หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ

การป้องกันภูมิแพ้ที่เกิดจากแมลงกัดต่อย

แมลงจัดอยู่ในกลุ่ม Hymenoptera ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มคือ

ผึ้ง

แตน

ต่อ

มด

Apid

Vespids

Formicide

อาการบริเวณที่ถูกกัด

เมื่อแมลงกัดมันจะปล่อยสารพิษเข้าผิวหนัง สารพิษที่มันปล่อยบางชนิดจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ อาการแพ้จะมีตั้งแต่แพ้อย่างอ่อนคือมีอาการคัน บวมและแดง  บางรายอาจจะเกิดภูมิแพ้หลังจากถูกกัดหลายวัน มีอาการปวดข้อ คัน คนส่วนใหญ่จะไม่แพ้แมลง ท่านผู้อ่านต้องแยกภาวะระวังแพ้แมลงกับการอักเสบธรรมดา คนที่ถูกแมลงกัดจะมีอาการเฉพาะที่คือ บวม ปวด แดง ซึ่งอยู่เฉพาะที่ถูกกัด สำหรับบางคนมีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการบวมของทั้งแขนหรือขา อาการบวมเป็นมากหลังถูกกัดไปแล้ว 48 ชม และผื่นอาจจะอยู่ได้ 7-10 วัน

การดูแลผู้ที่ถูกแมลงกัด


 อาการแพ้ชนิดรุนแรง

แต่สำหรับที่คุณและหลายคนกลัวคือการแพ้แมลงกัดและมีอาการรุนแรงซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้ และต้องรีบไปโรงพยาบาล

วิธีป้องกันมิให้แมลงกัด

  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสดและมีลายดอกไม้
  • หลีกเลี่ยงน้ำหอม
  • มียาฆ่าแมลงเตรียมไว้
  • ตรวจสนามหญ้าและหลังคาว่ามีแมลงทำรังหรือไม่
  • สวมรองเท้าเมื่อออกนอกบ้าน
  • อย่าดื่มน้ำหวานหรือโซดา
  • สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

อาการที่บ่งบอกว่ารุนแรง

อาการระบบทางเดินอาหาร

อาการอาจจะเกิดหลังจากถูกกัดไม่กี่นาที การรักษาต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนแพทย์จะให้ยา Adrenalin หลังจากอาการคงที่แพทย์จะรับตัวไว้ดูอาการ 1-2 คืน

ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการหลังถูกแมลงกัดต่อยไปแล้ว 1 สัปดาห์เรียกว่า Serum sickness ซึ่งจะมีอาการ

การรักษา

ข้อบ่งชี้การให้ยา steroid(ให้ยานาน 3-7 วัน ควรจะให้ภายใน 2 ชั่วโมงหลังถูกกัด)

การฉีดยาแก้แพ้ epnephrine

epnephrine เป็นยาฉีดสำหรับกรณีที่แพ้รุนแรง ขนาดที่ใช้ 0.2-0.5 ซซ. ฉีดเข้กล้าม หากอาการยังไม่ดีขึ้นให้ฉีดซ้ำ 10-15 นาที สำหรับเด็กใช้ขนาด 0.001 มก/กก โดยแบ่งครึ่งหนึ่งฉีดรอบแผล อีกครึ่งหนึ่งฉีดเข้ากล้าม

โรคภูมิแพ้

   


fb google