ระยะของโรคไต ลักษณะอาการ ปริมาณโปรตีนที่แนะนำ (กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก.)
ระยะที่ 1 - 2 ไตเริ่มเสื่อมเล็กน้อย 1.0 กรัม (ทานได้ปกติ)
ระยะที่ 3 - 5 ไตเสื่อมปานกลาง-มาก (ก่อนฟอกไต) 0.6 - 0.8 กรัม (จำกัดปริมาณ)

หากจำกัดเข้มข้น: 0.4 กรัม

ระยะฟอกเลือด ไตวายเรื้อรัง (หลังฟอกไต) 1.2 กรัม (ต้องการโปรตีนสูงชดเชยส่วนที่เสียไป)

2. แจกสูตรคำนวณ: วันนี้คุณกินโปรตีนได้กี่กรัม?

ใช้สูตรนี้คำนวณโควตาโปรตีนของคุณได้เลยครับ:

สูตร A: สำหรับผู้ป่วยระยะ 3-5 (ยังไม่ฟอกไต)

น้ำหนักตัวที่เหมาะสม (กก.) x 0.6 ถึง 0.8 = ปริมาณโปรตีนต่อวัน (กรัม) ตัวอย่าง: น้ำหนักที่เหมาะสม 55 กก. x 0.8 = 44 กรัม/วัน

สูตร B: สำหรับผู้ป่วยฟอกเลือด/ล้างไต

น้ำหนักตัวที่เหมาะสม (กก.) x 1.2 = ปริมาณโปรตีนต่อวัน (กรัม) ตัวอย่าง: น้ำหนักที่เหมาะสม 55 กก. x 1.2 = 66 กรัม/วัน

(หมายเหตุ: "น้ำหนักตัวที่เหมาะสม" คือน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง ไม่ใช่น้ำหนักตัวปัจจุบันที่อาจอ้วนหรือผอมเกินไป)


3. เลือก "โปรตีนคุณภาพดี" (High Biological Value) คือทางรอด

ผู้ป่วยโรคไตควรเลือกโปรตีนที่ให้กรดอะมิโนครบถ้วนและเกิดของเสียต่ำ เพื่อชะลอการเสื่อมของไต

✅ แหล่งโปรตีนจากสัตว์ (Animal Protein)

  • แนะนำ: ไข่ขาว (ดีที่สุด), เนื้อปลา, อกไก่, เนื้อหมูสันใน (ไม่ติดมัน), นมพร่องมันเนย

  • หลีกเลี่ยง: เนื้อสัตว์แปรรูป (ไส้กรอก, หมูยอ, แฮม), เนื้อแดง (เนื้อวัว) เพราะมีฟอสฟอรัสและโซเดียมสูง

✅ แหล่งโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein)

การทานโปรตีนจากพืชกำลังได้รับความนิยม เพราะมีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมต่ำกว่าเนื้อสัตว์ แถมมีใยอาหารช่วยลดภาระไต

  • ถั่วและผลิตภัณฑ์: เต้าหู้แข็ง, ถั่วเหลือง, ถั่วลูกไก่ (Chickpeas), ถั่วเลนทิล

  • ธัญพืช: ควินัว (Quinoa - โปรตีนสูงมาก), ข้าวโอ๊ต, ข้าวกล้อง

  • เมล็ดพืช: เมล็ดเจีย, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดทานตะวัน

  • ผักโปรตีนสูง: บร็อคโคลี่, ผักโขม, ปวยเล้ง


4. เทียบชัดๆ: โปรตีนจากสัตว์ vs พืช แบบไหนดีกว่า?

  • โปรตีนจากสัตว์: ย่อยง่าย ดูดซึมเร็ว กรดอะมิโนครบ แต่ มีไขมันอิ่มตัวและของเสีย (ฟอสฟอรัส) สูงกว่า

  • โปรตีนจากพืช: ช่วยชะลอไตเสื่อมได้ดีกว่า ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ ต้องทานให้หลากหลายเพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบ

คำแนะนำ: ผู้ป่วย CKD ควรเดินทางสายกลาง "ผสมผสาน" ระหว่างการทานไข่ขาว/ปลา กับโปรตีนจากพืชคุณภาพดี เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและไม่จำเจครับ