
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
ไต เปรียบเสมือน "โรงบำบัดน้ำเสียและคัดแยกของเสีย" ที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกรองเลือด กำจัดสารพิษ ขับน้ำส่วนเกิน และรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย เมื่อใดก็ตามที่โรงงานแห่งนี้หยุดชะงัก หรือประสิทธิภาพลดลงจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เราเรียกภาวะวิกฤตนี้ว่า "ภาวะไตวาย" (Kidney Failure)
ภาวะไตวายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปทำความเข้าใจภาวะไตวายทั้งแบบ "เฉียบพลัน" ที่มาเร็วแต่รักษาหายได้ และแบบ "เรื้อรัง" ที่เป็นภัยเงียบ พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองแบบองค์รวมเพื่อชะลอความเสื่อมของไตจากภายใน
ภาวะไตวาย คือสภาวะที่ไตทั้งสองข้างสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียและขับน้ำออกจากกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดการคั่งค้างของสารพิษ (เช่น ยูเรีย, ครีเอตินิน) และของเหลวในร่างกาย จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อระบบต่างๆ ทั้งหัวใจ ปอด สมอง และกระดูก
ในทางการแพทย์ เราแบ่งภาวะไตวายออกเป็น 2 ประเภทหลัก ที่มีสาเหตุ การดำเนินโรค และการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่ ไตวายเฉียบพลัน (AKI) และ ไตวายเรื้อรัง (CKD)
"มาเร็ว รุนแรง แต่มีโอกาสหายขาด"
ไตวายเฉียบพลัน คือการที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่กำลังทำงานอยู่ดีๆ แล้ว "น็อค" ไปกะทันหัน
สาเหตุหลัก: มักเกิดจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบไตอย่างรุนแรง เช่น ภาวะขาดน้ำรุนแรง (ท้องเสีย/อาเจียนหนัก), ความดันโลหิตตกจากภาวะช็อกหรือติดเชื้อในกระแสเลือด, การได้รับยาหรือสารพิษที่ทำลายไตโดยตรง (เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs), หรือการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ (เช่น นิ่ว)
สัญญาณเตือนสำคัญ: ปัสสาวะออกน้อยลงมากอย่างผิดปกติ (Oliguria), บวมตามร่างกาย, คลื่นไส้อาเจียน, อ่อนเพลียรุนแรง
หัวใจสำคัญของการรักษา: "ความรวดเร็ว" หากผู้ป่วยรู้ตัวและมาพบแพทย์ทันที เพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุ (เช่น ให้น้ำเกลือ, หยุดยา, แก้ไขการอุดตัน) ไตมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาทำงานได้ปกติ
👉 อ่านรายละเอียดเจาะลึกเกี่ยวกับภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI) ได้ที่นี ภาวะไตวายเฉียบพลัน
"ภัยเงียบ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หายขาด"
ไตวายเรื้อรัง คือภาวะที่เนื้อไตถูกทำลายทีละน้อยอย่างถาวรและต่อเนื่องเป็นเวลานาน (มากกว่า 3 เดือน) จนไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่อะไหล่ค่อยๆ สึกหรอไปเรื่อยๆ จนพังในที่สุด
สาเหตุหลัก (2 เพชฌฆาตเงียบ): สาเหตุอันดับหนึ่งในไทยคือ โรคเบาหวาน รองลงมาคือ โรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังเกิดจากโรคไตอักเสบเรื้อรัง, โรคนิ่วในไต, หรือการใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันนานหลายปี
สัญญาณเตือนสำคัญ: ในระยะแรก (ระยะ 1-3) มัก "ไม่มีอาการ" ผู้ป่วยมักรู้ตัวเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี แต่เมื่อเข้าสู่ระยะท้ายๆ (ระยะ 4-5) จะเริ่มมีอาการบวม, ปัสสาวะเป็นฟอง (โปรตีนรั่ว), ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน, คันตามตัว, ผิวคล้ำ, เบื่ออาหาร และซีด
หัวใจสำคัญของการรักษา: "การชะลอความเสื่อม" เป้าหมายคือการคุมโรคต้นเหตุ (เบาหวาน/ความดัน) ให้ดีที่สุด ปรับพฤติกรรมการกิน (ลดเค็ม ลดโปรตีน) เพื่อยืดอายุการใช้งานของไตให้ได้นานที่สุด ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไต
อ่านรายละเอียดเจาะลึกเกี่ยวกับภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI) ได้ที่นี่ โรคไตวายเรื้อรัง

| หัวข้อ | ไตวายเฉียบพลัน (AKI) | ไตวายเรื้อรัง (CKD) |
| ระยะเวลาเกิด | รวดเร็ว (ชั่วโมง/วัน) | ช้าๆ (เดือน/ปี) |
| ลักษณะการดำเนินโรค | ไต "น็อค" กะทันหัน | เนื้อไตค่อยๆ ฝ่อ/เสื่อมสภาพถาวร |
| โอกาสหาย | หายขาดได้ (หากรักษาทัน) | ไม่หายขาด (ทำได้เพียงชะลอ) |
| สาเหตุหลัก | ขาดน้ำ, ช็อก, ยาพิษ, นิ่วอุดตัน | เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง |
| การฟอกไต | อาจทำ "ชั่วคราว" เพื่อรอไตฟื้น | มักต้องทำ "ถาวร/ตลอดชีวิต" (ในระยะสุดท้าย) |
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในภาวะไตเสื่อมระยะเริ่มต้น หรือต้องการป้องกันไม่ให้เกิดโรคไต การดูแลตัวเองไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกินยาและคุมอาหาร แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากภายในสู่ภายนอก (Holistic Approach) โดยเน้นการฟื้นฟูจิตใจและร่างกายไปพร้อมกัน
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ คือศัตรูตัวร้ายของไตที่ไม่ควรมองข้าม
ความเครียดทำลายไตอย่างไร?: เมื่อเราเครียดเรื้อรัง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (เช่น คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน) ออกมามากเกินไป ฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักและหลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้ "ความดันโลหิตสูงขึ้น" ซึ่งความดันที่สูงนี้จะไปกระแทกทำลายหน่วยกรองเล็กๆ ในไตให้เสียหายเร็วยิ่งขึ้น
การนอนหลับคือเวลาซ่อมแซม: ร่างกายต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพ (7-8 ชั่วโมงต่อคืน) เพื่อเป็นช่วงเวลาทองในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ไต การอดนอนทำให้ระบบเผาผลาญและฮอร์โมนรวน ซึ่งส่งผลเสียทางอ้อมต่อการทำงานของไต
สมาธิบำบัด (Meditation Therapy): การฝึกสมาธิหรือการเจริญสติ (Mindfulness) อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เรื่องทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นวิทยาศาสตร์ทางจิตใจที่มีงานวิจัยรองรับว่า ช่วยลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก (ระบบที่ทำงานเมื่อตื่นเต้น/เครียด) ช่วยให้ หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง และจิตใจสงบขึ้น ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อการชะลอความเสื่อมของไตในระยะยาว
ภาวะไตวาย ไม่ว่าจะเป็นแบบเฉียบพลันที่ต้องรีบกู้ชีพ หรือแบบเรื้อรังที่ต้องดูแลระยะยาว ล้วนต้องการความใส่ใจ การตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาค่าไต (Creatinine และ eGFR) และตรวจปัสสาวะ คือวิธีที่ดีที่สุดในการรู้เท่าทันโรค
การรักษาที่ดีที่สุดคือการผสมผสาน ทั้งการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการคุมเบาหวาน-ความดัน การปรับอาหารลดเค็ม ควบคู่ไปกับการดูแลจิตใจ พักผ่อนให้เพียงพอ และฝึกจิตให้สงบ ทั้งหมดนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อรักษา "โรงงานบำบัดของเสีย" ของร่างกายให้ใช้งานได้ยืนยาวตลอดไป
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว