siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ภาวะเกลือแร่ผิดปกติในผู้ป่วยโรคไต(Electrolyte Imbalance): ทำไมไตเสื่อมจึงคุมสมดุลร่างกายไม่ได้

ในร่างกายของคนเรา มีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดที่เรียกว่า "เกลือแร่" (Electrolytes) เช่น โซเดียม, โพแทสเซียม, แคลเซียม, และฟอสฟอรัส แร่ธาตุเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาท, การหดตัวของกล้ามเนื้อ, การเต้นของหัวใจ, และรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย

อวัยวะที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้ควบคุมหลัก" หรือ "นายใหญ่" ในการรักษาสมดุลเกลือแร่เหล่านี้ให้คงที่พอดี ก็คือ "ไต" ของเรานั่นเอง

เมื่อคุณเป็น โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะในระยะ 3b-5 ความสามารถของไตในการเป็น "นายใหญ่" นี้จะสูญเสียไป ไตจะไม่สามารถขับเกลือแร่ส่วนเกิน หรือเก็บเกลือแร่ที่ขาดไว้ได้ ทำให้เกิด "ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ" ซึ่งเป็นกลุ่มภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง และมักเกิดขึ้น "เงียบๆ" โดยไม่มีอาการเตือน

การทำความเข้าใจว่าไตควบคุมเกลือแร่ตัวไหนบ้าง และมันจะผิดปกติได้อย่างไร จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับผู้ป่วยโรคไต


4 ภาวะเกลือแร่ผิดปกติที่สำคัญในผู้ป่วยโรคไต

1. โพแทสเซียม (Potassium): ภัยเงียบต่อหัวใจ

2. โซเดียม (Sodium) และ น้ำ (Water): สาเหตุของ "อาการบวม"

3. ฟอสฟอรัส (Phosphorus) และ แคลเซียม (Calcium): ศัตรูของ "กระดูกและหลอดเลือด"

นี่คือวงจรที่ซับซ้อนและเป็นลักษณะเฉพาะของโรคไต:

4. ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate): สมดุลกรด-ด่าง


สรุป: ทำไมต้องเจาะเลือดบ่อย?

ภาวะเกลือแร่ผิดปกติทั้งหมดนี้ (โพแทสเซียมสูง, ฟอสฟอรัสสูง, เลือดเป็นกรด) ส่วนใหญ่ "ไม่มีอาการ" ในระยะแรก แต่กำลังทำลายร่างกายของคุณอย่างเงียบๆ

วิธีเดียวที่คุณจะรู้ได้ว่าสมดุลเกลือแร่ของคุณเป็นปกติหรือไม่ คือการ "ตรวจเลือดตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ" ห้ามรอให้มีอาการ

การเจาะเลือดเป็นระยะคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ช่วยให้แพทย์สามารถปรับยา (เช่น ยาขับโพแทสเซียม, ยาจับฟอสฟอรัส, ยาเพิ่มด่าง) และให้คำแนะนำด้านอาหารได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตเหล่านี้

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว