
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
ในร่างกายของคนเรา มีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดที่เรียกว่า "เกลือแร่" (Electrolytes) เช่น โซเดียม, โพแทสเซียม, แคลเซียม, และฟอสฟอรัส แร่ธาตุเหล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาท, การหดตัวของกล้ามเนื้อ, การเต้นของหัวใจ, และรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย
อวัยวะที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้ควบคุมหลัก" หรือ "นายใหญ่" ในการรักษาสมดุลเกลือแร่เหล่านี้ให้คงที่พอดี ก็คือ "ไต" ของเรานั่นเอง
เมื่อคุณเป็น โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะในระยะ 3b-5 ความสามารถของไตในการเป็น "นายใหญ่" นี้จะสูญเสียไป ไตจะไม่สามารถขับเกลือแร่ส่วนเกิน หรือเก็บเกลือแร่ที่ขาดไว้ได้ ทำให้เกิด "ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ" ซึ่งเป็นกลุ่มภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างยิ่ง และมักเกิดขึ้น "เงียบๆ" โดยไม่มีอาการเตือน
การทำความเข้าใจว่าไตควบคุมเกลือแร่ตัวไหนบ้าง และมันจะผิดปกติได้อย่างไร จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับผู้ป่วยโรคไต
หน้าที่ปกติ: โพแทสเซียมสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ
เมื่อไตเสื่อม: ไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกิน (ที่ได้จากผักและผลไม้) ทิ้งได้
ผลลัพธ์: เกิด ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (Hyperkalemia)
อันตราย: นี่คือภาวะที่อันตรายที่สุด เพราะอาจรบกวนการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือ หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ได้ โดยมักไม่มีอาการเตือน
(อ่านเพิ่มเติม: ➡️ [ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงและอาหารที่ควรเลี่ยง])
หน้าที่ปกติ: โซเดียม (เกลือ) เป็นตัวควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย
เมื่อไตเสื่อม: ไตไม่สามารถขับเกลือ (โซเดียม) และน้ำส่วนเกินที่ได้รับในแต่ละวันออกได้
ผลลัพธ์: เกิด ภาวะน้ำและเกลือคั่ง (Fluid Overload)
อันตราย: ทำให้เกิด อาการบวม (Edema) ทั่วร่างกาย, ความดันโลหิตสูง (ซึ่งยิ่งเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น), และในกรณีที่รุนแรงคือ ภาวะน้ำท่วมปอด (หอบเหนื่อย, นอนราบไม่ได้)
(อ่านเพิ่มเติม: ➡️ [คู่มือปฏิบัติการลดเค็ม] และ [วิธีสังเกตอาการบวมจากโรคไต])
นี่คือวงจรที่ซับซ้อนและเป็นลักษณะเฉพาะของโรคไต:
เมื่อไตเสื่อม:
ไตขับ ฟอสฟอรัส (จากนม, ถั่ว, เนื้อสัตว์) ไม่ได้ ➡️ ฟอสฟอรัสในเลือดสูง
ไตสร้าง วิตามินดี ชนิดออกฤทธิ์ไม่ได้ ➡️ ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้ไม่ได้ ➡️ แคลเซียมในเลือดต่ำ
ผลลัพธ์: เมื่อแคลเซียมต่ำ ร่างกายจะพยายามดึงแคลเซียมจาก "กระดูก" ออกมาใช้
อันตราย:
โรคกระดูกพรุน (CKD-MBD): กระดูกบางและหักง่าย
หลอดเลือดแข็งตัว: ฟอสฟอรัสและแคลเซียมที่คั่งค้างในเลือด จะไปจับกันเป็น "หินปูน" เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดโรคหัวใจวายได้ง่ายขึ้น
(อ่านเพิ่มเติม: ➡️ [ภาวะกระดูกและแร่ธาตุผิดปกติในผู้ป่วยโรคไต])
หน้าที่ปกติ: ไตทำหน้าที่สร้าง "ด่าง" (Bicarbonate) เพื่อมาลบล้าง "กรด" ที่เกิดจากการเผาผลาญอาหาร (โปรตีน)
เมื่อไตเสื่อม: ไตสร้างด่างได้น้อยลง และขับกรดได้น้อยลง
ผลลัพธ์: เกิด ภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic Acidosis)
อันตราย: แม้จะไม่มีอาการ แต่ภาวะกรดเรื้อรังนี้จะ เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น, ทำให้ กระดูกพรุน (ร่างกายสลายกระดูกมาใช้เป็นด่าง), และทำให้กล้ามเนื้อสลาย
(อ่านเพิ่มเติม: ➡️ ภาวะเลือดเป็นกรด การรักษาเลือดเป็นกรด
ภาวะเกลือแร่ผิดปกติทั้งหมดนี้ (โพแทสเซียมสูง, ฟอสฟอรัสสูง, เลือดเป็นกรด) ส่วนใหญ่ "ไม่มีอาการ" ในระยะแรก แต่กำลังทำลายร่างกายของคุณอย่างเงียบๆ
วิธีเดียวที่คุณจะรู้ได้ว่าสมดุลเกลือแร่ของคุณเป็นปกติหรือไม่ คือการ "ตรวจเลือดตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ" ห้ามรอให้มีอาการ
การเจาะเลือดเป็นระยะคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ช่วยให้แพทย์สามารถปรับยา (เช่น ยาขับโพแทสเซียม, ยาจับฟอสฟอรัส, ยาเพิ่มด่าง) และให้คำแนะนำด้านอาหารได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตเหล่านี้
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว