
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
โดยปกติ ร่างกายของเราจะรักษาสมดุลค่า pH ของเลือดให้เป็นด่างอ่อนๆ (ประมาณ 7.4) ไว้อย่างเข้มงวด เพื่อให้เซลล์ต่างๆ ทำงานได้ตามปกติ ซึ่งอวัยวะที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้รักษาสมดุล" ที่สำคัญที่สุดก็คือ "ไต"
เมื่อคุณเป็น โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) โดยเฉพาะในระยะ 3b-5 ไตจะสูญเสียความสามารถในการรักษาสมดุลนี้ ทำให้เกิดการสะสมของ "กรด" ในร่างกาย ส่งผลให้เลือดมีภาวะเป็นกรดมากเกินไป เรียกว่า ภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic Acidosis)
นี่คือภาวะแทรกซ้อนที่มักถูกมองข้ามเพราะมัน "ไม่มีอาการในระยะแรก" แต่การปล่อยให้เลือดเป็นกรดเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อกระดูก, กล้ามเนื้อ และที่สำคัญคือ มันจะยิ่งเร่งให้ไตที่เหลืออยู่เสื่อมสภาพเร็วลงไปอีก
ลองนึกภาพร่างกายเป็น "โรงงาน" ที่ผลิต "กรด" ออกมาทุกวันจากการเผาผลาญอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีน) ไตที่แข็งแรงจะมี 2 หน้าที่สำคัญในการจัดการกรดนี้:
เป็น "โรงงานผลิตด่าง": ไตจะสร้างสารที่เป็นด่าง (Bicarbonate หรือ ไบคาร์บอเนต) ซึ่งเปรียบเหมือน "เบกกิ้งโซดา" เข้ามาในเลือดเพื่อคอย "สะเทิน" หรือ "ลบล้าง" กรดที่เกิดขึ้น
เป็น "รถขนขยะ": ไตจะขับ "กรด" ส่วนเกินทิ้งออกไปทางปัสสาวะ
เมื่อไตเสื่อม (CKD): ทั้งสองระบบนี้จะพังลง
โรงงานผลิตด่าง (Bicarbonate) ทำงานได้น้อยลง
รถขนขยะ (การขับกรด) ก็หยุดทำงาน
ผลลัพธ์: กรดจึงคั่งค้างอยู่ในเลือด ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรด (Acidosis)
เช่นเดียวกับภาวะโพแทสเซียมสูง ภาวะเลือดเป็นกรดในระยะแรกถึงปานกลาง มักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน ผู้ป่วยจะทราบได้จากการ "ตรวจเลือด" เท่านั้น
แต่หากปล่อยให้เป็นรุนแรง หรือเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาจมีอาการเหล่านี้:
หายใจเร็วและลึก (Kussmaul breathing): นี่คืออาการที่จำเพาะที่สุด! เป็นความพยายามของร่างกายที่จะ "ชดเชย" โดยการขับกรดออกมาในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์ (พยายาม "หายใจ" เอากรดทิ้ง)
อ่อนเพลีย สับสน มึนงง
คลื่นไส้ อาเจียน
ปวดศีรษะ
หัวใจเต้นเร็ว
การปล่อยให้เลือดเป็นกรดเรื้อรัง แม้จะไม่มีอาการ แต่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมหาศาล:
เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น (Vicious Cycle): ภาวะเลือดเป็นกรดจะยิ่งเป็นพิษต่อเนื้อไตที่เหลืออยู่ ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น และเมื่อไตยิ่งเสื่อม กรดก็ยิ่งคั่ง กลายเป็นวงจรอุบาทว์
ทำให้กระดูกพรุน (Bone Disease):
ร่างกายฉลาดพอที่จะรู้ว่าเลือดเป็นกรด
มันจึงพยายามหา "ด่าง" มาลบล้างกรดนั้น แหล่งด่างสำรองที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายคือ "กระดูก" (แคลเซียมคาร์บอเนต)
ร่างกายจะ "สลายกระดูก" เพื่อดึงแคลเซียมออกมาใช้เป็นด่าง
ผลลัพธ์: กระดูกจะบาง พรุน และหักง่าย (เชื่อมโยงกับบทความ: ภาวะกระดูกและแร่ธาตุผิดปกติ)
ทำให้กล้ามเนื้อสลาย (Muscle Wasting):
ภาวะกรดจะกระตุ้นให้ร่างกายสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ป่วยอ่อนแรงและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
ง่ายและตรงไปตรงมา คือการ "เจาะเลือด" แพทย์จะดูค่าที่เรียกว่า "ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate หรือ HCO3)" หรือที่มักรายงานผลในแล็บว่า "Total CO2"
ค่าปกติ: ประมาณ 22-29 mmol/L
ภาวะเลือดเป็นกรด: เมื่อค่านี้ ต่ำกว่า 22 mmol/L
การรักษาภาวะนี้ตรงไปตรงมาและได้ผลดีมาก นั่นคือการ "เติมด่าง" กลับเข้าไปในร่างกาย
ยาโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate):
นี่คือการรักษาหลัก แพทย์จะให้ยาเม็ดซึ่งก็คือ "เบกกิ้งโซดา" ในรูปแบบยาที่บริสุทธิ์และมีขนาดที่แน่นอน
ยานี้จะเข้าไปสะเทินกรดส่วนเกินในเลือดโดยตรง
การควบคุมอาหาร:
การลดอาหารที่สร้างกรดสูง (เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ปริมาณมาก) อาจมีส่วนช่วย แต่การรักษาหลักยังคงเป็นการใช้ยา
สรุป: ภาวะเลือดเป็นกรดคือภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยไตเสื่อม แม้จะไม่มีอาการ แต่ก็บ่อนทำลายกระดูกและกล้ามเนื้อ และทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น การรับประทานยาไบคาร์บอเนตตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการชะลอการดำเนินโรคครับ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว