siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การรักษาภาวะเลือดเป็นกรด (Metabolic Acidosis): ทำไมต้องกิน "ยาเม็ดสีชมพู"?

เมื่อคุณเป็นโรคไตเสื่อม (CKD) และแพทย์แจ้งว่าคุณมี "ภาวะเลือดเป็นกรด" (Metabolic Acidosis) หรือ "ค่าด่างในเลือดต่ำ" (Total CO2 < 22) สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ นี่ไม่ใช่ภาวะที่น่ากลัว แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและ "รักษาได้ง่าย"

ข่าวดีคือ การรักษาภาวะนี้อย่างถูกต้อง เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วย "ชะลอการเสื่อมของไต" และ "ปกป้องกระดูก" ของคุณไม่ให้ถูกทำลาย


เป้าหมายของการรักษา: ไม่ใช่แค่ให้หาย แต่เพื่อ "ปกป้อง"

การปล่อยให้เลือดเป็นกรดเรื้อรัง แม้จะไม่มีอาการ แต่ร่างกายของคุณกำลังต่อสู้กับมันตลอดเวลา โดยการไป "สลาย" ด่างสำรองจากกระดูกและกล้ามเนื้อออกมาใช้

ดังนั้น เป้าหมายของการรักษาจึงชัดเจนมาก:

  1. ชะลอการเสื่อมของไต: ภาวะกรดเป็นพิษต่อเนื้อไตโดยตรง การทำให้เลือดเป็นกลางจะช่วยลดภาระไต และชะลอให้ไตเสื่อมช้าลง

  2. หยุดการสลายกระดูก: ป้องกันภาวะกระดูกพรุนและเปราะหักง่าย

  3. หยุดการสลายกล้ามเนื้อ: ช่วยให้คุณมีกำลังวังชา ไม่ผอมเพลีย


การรักษาหลัก: การบำบัดด้วยด่าง (Alkali Therapy)

การรักษาภาวะนี้ตรงไปตรงมาและได้ผลดีมาก นั่นคือการ "เติมด่าง" กลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อลบล้างกรดส่วนเกินที่ไตขับออกไม่ไหว

ยาโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate)

นี่คือยาหลักที่แพทย์ใช้ ซึ่งก็คือ "ด่าง" (Bicarbonate) ในรูปแบบเม็ดที่บริสุทธิ์และมีขนาดที่แน่นอน


ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด: "โซเดียม" จากยา

นี่คือคำถามที่พบบ่อยและสำคัญที่สุด:

"ในเมื่อหมอให้ฉัน 'ลดเค็ม' (ลดโซเดียม) ทำไมถึงให้กินยา 'โซเดียม' ไบคาร์บอเนต อีก?"

คำตอบคือ: ถูกต้องครับ ยานี้มี "โซเดียม" เป็นส่วนประกอบ แต่มันคือ "โซเดียมที่จำเป็น" ที่มาพร้อมกับ "ด่าง" เพื่อใช้ในการรักษา

นี่คือสิ่งที่คุณต้องเข้าใจและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:

การปรับอาหารช่วยได้หรือไม่?

การปรับอาหารมีส่วนช่วยได้บ้าง แต่ ไม่สามารถทดแทนการใช้ยาได้ ในผู้ป่วยไตเสื่อมระยะ 3b-5

สรุป: อย่าพยายามรักษาภาวะเลือดเป็นกรดด้วยการกินผักผลไม้เพิ่มเองเด็ดขาด วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุดคือ การรับประทานยาโซเดียมไบคาร์บอเนตตามที่แพทย์สั่ง ควบคู่ไปกับการ คุมอาหารเค็ม (โซเดียม) และคุมโพแทสเซียม อย่างเคร่งครัด

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว