
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เมื่อคุณเป็นโรคไตเสื่อม (CKD) และแพทย์แจ้งว่าคุณมี "ภาวะเลือดเป็นกรด" (Metabolic Acidosis) หรือ "ค่าด่างในเลือดต่ำ" (Total CO2 < 22) สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ นี่ไม่ใช่ภาวะที่น่ากลัว แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและ "รักษาได้ง่าย"
ข่าวดีคือ การรักษาภาวะนี้อย่างถูกต้อง เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วย "ชะลอการเสื่อมของไต" และ "ปกป้องกระดูก" ของคุณไม่ให้ถูกทำลาย
การปล่อยให้เลือดเป็นกรดเรื้อรัง แม้จะไม่มีอาการ แต่ร่างกายของคุณกำลังต่อสู้กับมันตลอดเวลา โดยการไป "สลาย" ด่างสำรองจากกระดูกและกล้ามเนื้อออกมาใช้
ดังนั้น เป้าหมายของการรักษาจึงชัดเจนมาก:
ชะลอการเสื่อมของไต: ภาวะกรดเป็นพิษต่อเนื้อไตโดยตรง การทำให้เลือดเป็นกลางจะช่วยลดภาระไต และชะลอให้ไตเสื่อมช้าลง
หยุดการสลายกระดูก: ป้องกันภาวะกระดูกพรุนและเปราะหักง่าย
หยุดการสลายกล้ามเนื้อ: ช่วยให้คุณมีกำลังวังชา ไม่ผอมเพลีย
การรักษาภาวะนี้ตรงไปตรงมาและได้ผลดีมาก นั่นคือการ "เติมด่าง" กลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อลบล้างกรดส่วนเกินที่ไตขับออกไม่ไหว
นี่คือยาหลักที่แพทย์ใช้ ซึ่งก็คือ "ด่าง" (Bicarbonate) ในรูปแบบเม็ดที่บริสุทธิ์และมีขนาดที่แน่นอน
ชื่อที่มักได้ยิน: ยาเม็ดสีชมพู, ยาเม็ดสีขาว (แล้วแต่บริษัท), โซดามินท์ (Sodamint), หรือ "ยาเพิ่มด่าง"
กลไกการทำงาน: ยานี้จะเข้าไปในกระแสเลือดและทำหน้าที่ "สะเทิน" (Neutralize) กรดส่วนเกินในเลือด ทำให้ค่า pH ของเลือดกลับมาสู่สมดุล (เป้าหมายคือ Total CO2 > 22 mmol/L)
นี่คือคำถามที่พบบ่อยและสำคัญที่สุด:
"ในเมื่อหมอให้ฉัน 'ลดเค็ม' (ลดโซเดียม) ทำไมถึงให้กินยา 'โซเดียม' ไบคาร์บอเนต อีก?"
คำตอบคือ: ถูกต้องครับ ยานี้มี "โซเดียม" เป็นส่วนประกอบ แต่มันคือ "โซเดียมที่จำเป็น" ที่มาพร้อมกับ "ด่าง" เพื่อใช้ในการรักษา
นี่คือสิ่งที่คุณต้องเข้าใจและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:
มันคือการ "แลกเปลี่ยน": เรายอมรับโซเดียมที่ "จำเป็น" จากยา เพื่อแลกกับการที่เลือดหายเป็นกรด ซึ่งช่วยชะลอไตได้
ดังนั้น... คุณต้อง "เข้มงวด" กับโซเดียมจากอาหาร "มากยิ่งขึ้น":
เมื่อคุณเริ่มกินยานี้ คุณได้ใช้โควต้าโซเดียมบางส่วนไปกับยาแล้ว
คุณจึงต้อง ลดเค็ม (โซเดียม) จากอาหาร เช่น น้ำปลา, ซีอิ๊ว, ผงปรุงรส, อาหารแปรรูป ให้ "น้อยลงกว่าเดิม" เพื่อชดเชย
(ลิงก์ไปยังบทความ: คู่มือปฏิบัติการลดเค็ม)
การปรับอาหารมีส่วนช่วยได้บ้าง แต่ ไม่สามารถทดแทนการใช้ยาได้ ในผู้ป่วยไตเสื่อมระยะ 3b-5
อาหารที่สร้างกรด: คืออาหารกลุ่ม "โปรตีน" โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ การจำกัดโปรตีนตามระยะของโรคไต (ตามที่แพทย์แนะนำ) ก็จะช่วยลดภาระกรดในร่างกายได้
อาหารที่สร้างด่าง: คือ "ผักและผลไม้"
ข้อควรระวังสูงสุด: ผักและผลไม้ส่วนใหญ่มี "โพแทสเซียมสูง" ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยไตเสื่อมระยะท้าย
(ลิงก์ไปยังบทความ: ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง)
สรุป: อย่าพยายามรักษาภาวะเลือดเป็นกรดด้วยการกินผักผลไม้เพิ่มเองเด็ดขาด วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุดคือ การรับประทานยาโซเดียมไบคาร์บอเนตตามที่แพทย์สั่ง ควบคู่ไปกับการ คุมอาหารเค็ม (โซเดียม) และคุมโพแทสเซียม อย่างเคร่งครัด
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว