
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เมื่อผู้ป่วยกินยาแล้วแต่น้ำตาลยังสูง
แพทย์จะไม่ได้ดูแค่ “ยา” อย่างเดียว
แต่จะประเมิน 5 ปัจจัยหลัก ต่อไปนี้
การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
แผลเรื้อรัง
เหงือกอักเสบ
การติดเชื้อทางเดินหายใจ
สามารถทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้ แม้จะกินยาอยู่ก็ตาม
📌 เหตุผลคือ
การติดเชื้อทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (เช่น cortisol, adrenaline)
ซึ่งไปต้านฤทธิ์อินซูลินโดยตรง
📌 จุดสังเกต: หากมีอาการไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ เพลียตอนบ่าย หรือมีเหงื่อออกกลางคืน ควรแจ้งแพทย์เพื่อเอกซเรย์ปอดทันที
👉 ดังนั้น แพทย์จึงมักค้นหาการติดเชื้อแฝงเสมอ เมื่อควบคุมน้ำตาลไม่ได้
แม้ไม่มีการติดเชื้อชัดเจน
แต่ภาวะอักเสบเรื้อรัง เช่น
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับคุณหมอ และ "ควรเพิ่มเติมเป็นอย่างมาก" ครับ
การที่คุณหมอเสริมประเด็นเรื่อง วัณโรคปอด (TB) และ โรคกลุ่ม Autoimmune (SLE, RA) เข้ามา จะทำให้เนื้อหานี้ "คม" และ "ลึก" ขึ้นกว่าบทความทั่วไปมากครับ เพราะนี่คือปัญหาหน้างานจริงๆ ที่เจอในบริบทประเทศไทยครับ
ผมขออนุญาตวิเคราะห์เหตุผลสนับสนุนและปรับปรุงเนื้อหาให้ใหม่ดังนี้ครับ:
บริบทประเทศไทย: ไทยยังเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคสูง และเบาหวานกับวัณโรคเป็นเหมือน "คู่หูมรณะ" (Syndemic) ครับ คนเป็นเบาหวานเสี่ยงเป็นวัณโรคสูงกว่าคนทั่วไป และวัณโรคก็ทำให้คุมน้ำตาลยากมาก
อาการแฝง: คนไข้เบาหวานมักมีอาการวัณโรคที่ไม่ชัดเจน (Atypical presentation) บางทีแค่ไอแห้งๆ หรือเพลียๆ ก็เป็นแล้ว การใส่ข้อนี้ไปจะช่วย "เอะใจ" ให้คนไข้ได้ครับ
Cytokine Storm: โรคกลุ่มนี้มีการหลั่งสารอักเสบ (Inflammatory Cytokines) ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินรุนแรง
ประเด็นเรื่องสเตียรอยด์: คนไข้กลุ่มนี้มักได้รับยา Steroids (Prednisolone) หรือยากดภูมิ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำตาลพุ่งสูง (Steroid-induced Hyperglycemia) การระบุโรคเหล่านี้จะช่วยเตือนใจเรื่องยาที่เขากินอยู่ด้วยครับ
ผมได้แทรก 2 ประเด็นนี้เข้าไปในเนื้อหาเดิมให้เนียนตาและครบถ้วนครับ:
การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น
วัณโรคปอด (TB): โรคยอดฮิตในไทยที่คนเบาหวานเสี่ยงสูงและมักไม่รู้ตัว
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
แผลเรื้อรัง
เหงือกอักเสบ
📌 จุดสังเกต: หากมีอาการไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ เพลียตอนบ่าย หรือมีเหงื่อออกกลางคืน ควรแจ้งแพทย์เพื่อเอกซเรย์ปอดทันที
ภาวะที่ร่างกายต่อสู้กับการอักเสบตลอดเวลา ทำให้ดื้ออินซูลิน ได้แก่
โรคภูมิต้านทานตัวเอง: เช่น โรคพุ่มพวง (SLE), ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA)
โรคผิวหนังเรื้อรัง: เช่น สะเก็ดเงิน (Psoriasis)
ไขมันสะสมในช่องท้อง
ไขมันพอกตับ
ภาวะอ้วนลงพุง
โรคเหงือกเรื้อรัง
สามารถทำให้ ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ยาที่ใช้ได้ผลน้อยลง
📌 นี่คือเหตุผลที่บางคนกินยาครบ แต่ค่าน้ำตาลไม่ลง
📌 ประเด็นสำคัญ: โรคกลุ่มนี้มักมีการใช้ยา "สเตียรอยด์" ร่วมด้วย ซึ่งยาสเตียรอยด์มีผลโดยตรงทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

นี่คือหัวใจสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2
แม้ร่างกายจะมีอินซูลิน
แต่เซลล์ไม่ตอบสนอง → น้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ → ค่าน้ำตาลในเลือดสูง
ปัจจัยที่ทำให้ดื้ออินซูลิน ได้แก่:
น้ำหนักเกิน / อ้วนลงพุง
ขาดการออกกำลังกาย
นอนน้อย
ความเครียดเรื้อรัง
ผู้ป่วยบางราย:
กินยาไม่สม่ำเสมอ
กินผิดเวลา
ได้ยาที่ไม่เหมาะกับสภาพร่างกายปัจจุบัน
จำเป็นต้องปรับขนาดหรือเปลี่ยนชนิดยา
📌 การเปลี่ยนแปลงยาควรทำโดยแพทย์เสมอ ไม่ควรปรับเอง
แม้กินยาดีแค่ไหน หากยังมีปัจจัยเหล่านี้:
กินแป้งหรือหวานบ่อย
ดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้
กินมื้อใหญ่ตอนเย็น
นั่งนาน ไม่ค่อยขยับตัว
ระดับน้ำตาลก็ยังคุมได้ยาก
การควบคุมเบาหวานไม่ใช่เรื่องของยาเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นผลรวมของ “ยา + พฤติกรรม + การดูแลร่างกายโดยรวม”
หากควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ควรประเมินทั้งเรื่องการติดเชื้อ การอักเสบ ภาวะดื้ออินซูลิน อาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาอย่างรอบด้าน
| ช่วงการตรวจ | ค่าเป้าหมายทั่วไป |
|---|---|
| ก่อนอาหาร (Fasting) | 70–130 mg/dL |
| หลังอาหาร 2 ชม. | <180 mg/dL |
| ก่อนนอน | ประมาณ 100–140 mg/dL |
หากค่าสูงกว่านี้เป็นประจำ แสดงว่าการควบคุมยังไม่ดี
| ค่า HbA1c | ความหมาย |
|---|---|
| น้อยกว่า 7% | ควบคุมได้ดี (เป้าหมาย) |
| 7 – 8% | พอใช้ (ควรปรับปรุง) |
| มากกว่า 8% | ควบคุมไม่ดี |
| มากกว่า 9% | เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนสูง |
📌 ค่า HbA1c สะท้อน “ค่าเฉลี่ยน้ำตาลย้อนหลัง 2–3 เดือน”
จึงถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการประเมินการควบคุมโรค
โดยหลักการทางการแพทย์:
🔸 หาก HbA1c > 7% ต่อเนื่องเกิน 3–6 เดือน
→ ถือว่า ควบคุมเบาหวานไม่ได้ (poor glycemic control)
และถ้า:
HbA1c > 8–9% ต่อเนื่องหลายเดือน
หรือมีภาวะแทรกซ้อนเริ่มเกิดขึ้น
จะถือว่าเป็น กลุ่มเสี่ยงสูง ที่ต้องปรับแผนการรักษาอย่างจริงจัง
ติ๊กถูก ✓ หน้าข้อที่ตรงกับอาการของคุณในช่วง 1-3 เดือนนี้
หากคุณทดสอบแล้วพบปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ให้แก้ไขและแจ้งแพทย์ หากไม่พบความเสี่ยงให้อ่านบทความข้างล่าง
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากแนวทางการรักษาและข้อมูลวิชาการจากหน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำ ดังนี้:
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน (Clinical Practice Guidelines)
อ้างอิงจาก: สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย (Diabetes Association of Thailand)
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: เกณฑ์การวินิจฉัยและการควบคุมระดับน้ำตาล (HbA1c), แนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการประเมินผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: American Diabetes Association (ADA) - Standards of Care in Diabetes (อัปเดตปีล่าสุด), Ministry of Health Malaysia - Clinical Practice Guidelines on Management of Type 2 Diabetes Mellitus [1.4]
บทบาทของการอักเสบและการติดเชื้อต่อภาวะดื้ออินซูลิน (Inflammation & Infection)
อ้างอิงจาก: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ เช่น MDPI (Journal of Clinical Medicine, Dentistry Journal), PubMed Central (PMC), และ Utah School of Medicine
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: ความสัมพันธ์แบบสองทิศทางระหว่างโรคเบาหวานและภาวะอักเสบเรื้อรัง (เช่น โรคเหงือกอักเสบ, ไขมันพอกตับ) ซึ่งส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลแย่ลง และกลไกที่ฮอร์โมนความเครียดจากการติดเชื้อไปต้านฤทธิ์อินซูลิน [4.1, 4.4]
ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล (Factors Affecting Glycemic Control)
อ้างอิงจาก: Systematic Reviews และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Semantic Scholar, ResearchGate และ MDPI
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: การวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่นอกเหนือจากยา ที่ส่งผลต่อการคุมน้ำตาล เช่น ระยะเวลาที่เป็นโรค, ความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วย, พฤติกรรมการดูแลตนเอง (อาหาร/ออกกำลังกาย), และปัจจัยทางสังคม [3.1, 3.2, 3.3, 3.4]
ความร่วมมือในการใช้ยาและพฤติกรรมสุขภาพ (Medication Adherence & Lifestyle)
อ้างอิงจาก: Mayo Clinic, Cleveland Clinic, และงานวิจัยใน Frontiers in Public Health
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: สาเหตุของภาวะน้ำตาลสูงเรื้อรัง (Persistent Hyperglycemia) แม้จะได้รับการรักษา ซึ่งรวมถึงการกินยาไม่สม่ำเสมอ (Non-adherence), การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เพียงพอ, และปัจจัยทางจิตวิทยา [1.1, 1.2, 2.3, 5.1, 5.2]
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว