โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

 

โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้แก่ไขมันใต้ผิวหนัง พังผืด และกล้ามเนื้อ โรคแบคทีเรียกินเนื้อคนพบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงมากซึ่งอันตรายถึงกับชีวิตหากรักษาไม่ทัน เชื้อจะทำลายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ

หากท่านเป็นคนแข็งแรง มีภูมิปกติ และมีการดูแลแผลอย่างถูกต้องโอกาศที่จะเป็นโรคนี้จะน้อย

สาเหตุโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Streptococcus หรือที่เรียกว่าแบคทีเรียกินเนื้อคน เมื่อเชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยผ่านทางแผลเล็กที่ผิวหนัง เชื้อจะเจริญอย่างรวดเร็วและหลั่งสารพิษที่เรียกว่า Toxin ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อ และทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นไม่พอ เมื่อกล้ามเนื้อตาย เชื้อจะเข้ากระแสเลือดและลามไปทั่วร่างกาย

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

 

แบคทีเรียกินเนื้อคน

จะสงสัยว่าเป็นโรคเนื้อเน่าหรือแบคทีเรียกินเนื้อคนเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดแขน/ขาหรือบริเวณที่เป็นโรคอย่างมากไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เห็น เช่นมีผื่นที่ผิวหนังเล็กน้อย
  • โรคเนื้อเน่าเกิดกับส่วนใดๆของร่างกายก็ได้ แต่พบบ่อยที่แขน/ขา บริเวณฝีเย็บ และลำตัว
  • มักจะมีปะวัติได้รับอุบัติเหตุ ไปเที่ยวทะเล ถูกก้างปลา
  • อาการจะเริ่มจากมีก้อนซึ่งเจ็บขึ้นที่ผิวหนัง
  • ก้อนนั้นโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเป็นสีออกม่วงและมีอาการปวดมาก
  • บริเวณรอบของก้อนจะกลายเป็นเนื้อตายมีสีดำ
  • ผิวจะแยกออก และมีน้ำเหลือไหลออกมา

แบคทีเรียกินเนื้อคน



อาการทั่วไป

  • ไข้สูง
  • หนาวสั่น
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • เหงื่อออก
  • เป็นลม
  • ช็อกหมดสติ

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน แบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรค

อาการของโรคเนื้อเน่าตั้งแต่วันที่1-2

  • จะมีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง ลักษณะจะคล้ายกับผิวหนังอักเสบ หรือไฟลามทุ่ง แต่โรคเนื้อเน่าเกิดในชั้นลึกซึ่งมองไม่เห็น
  • อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการทางผิวหนังที่ตรวจพบ
  • ขอบเขตของโรคไม่ชัดเจน พบว่าบริเวณที่กดเจ็บจะกว่ากว่าบริเวณผื่น(ผิวหนังอักเสบจะกดเจ็บเฉพาะบริเวณผื่น)
  • ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ
  • ไม่ค่อยมีท่อน้ำเหลืองอักเสบ
  • ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว หัวใจเต้นเร็ว มีลักษณะขาดน้ำ

อาการของโรคเนื้อเน่าวันที่2-4

  • พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง
  • มีผื่นพุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดออกในพุพอง(ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยผิวหนังอักเสบ)
  • ผิวจะมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย
  • เมื่อกดผิวหนังจะพบว่าแข็ง ไม่สามารถคล้ำขอบเขตของกล้ามเนื้อ(ต่างจากผิวหนังอักเสบ)
  • อาจจะคลำได้กรอบแกรบใต้ผิวหนังเนื่องจากเกิดก๊าซใต้ผิวหนัง
  • อาการปวดอาจจะมากหรืออาจจะไม่ปวดเนื่องจากเส้นประสาทเริ่มตาย
  • หากมีแผลจะพบว่าแผลจะแยกง่ายเลือดไม่ค่อยไหล

อาการของโรควันที่4-5

ความสำคัญของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

  • โรคนี้วินิจฉัยในระยะเริ่มต้นของโรคยาก เพราะจะมีอาการเหมือนกับโรคผิวหนังอักเสบ cellulitis
  • อาการที่สำคัญที่ทำให้คิดถึงโรคนี้ได้แก่ อาการไข้สูง อาการปวด และกดเจ็บบริเวณแผล อาการของผู้ป่วยมากกว่าที่ตรวจพบ
  • จะมีผื่นพุพอง และผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคจะมีสำคล้ำม่วงๆ(ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ cellulitis)
  • หากพบอาการดังกล่าวจะต้องรีบให้การรักษาทันที

เชื้อที่เป็นสาเหตุโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • Type 1 -เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดทั้งที่ใช้ออกซิเจน aerobic และไม่ใช้ออกซิเจน anaerobic bacteriaการติดเชื้อนี้มักพบในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี หรือมีโรคเรื้อรัง
  • Type 2 -เกิดจากเชื้อ Group A streptococcus (GAS):เป็นการติดเชื้อกับคนที่แข็งแรง
  • Type 3 - เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิด Gram-negative monomicrobial infection:
    • เช่น  Vibrio spp. และ Aeromonas hydrophila, กลุ่มนี้มักจะเกิดติดเชื้อกับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับโดยเชื้อจะเข้าตามผิวหนังที่มีแผลเดิม หรือแผลถูกตำ
    • การติดเชื้อนี้จะรุนแรงและเสียชีวิตใน 48 ชั่วโมง
  • Type 4 -เกิดจากเชื้อราได้แก่:
    • Zygomycetes ติดเชื้อหลังจากเกิดแผล หรือไฟไหม้.
    • เชื้อ Candidal infectionเกิดในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกัยบกพร่อง
    • อัตราการเสียชีวิตสูงเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้อเน่าได้แก่

  • ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด
  • มีโรคประจำตัวเช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค
  • อาจจะเกิดหลังจากป่วยเป็นโรคไข้สุกใส
  • มีการใช้ยา Steroid

การวินิจฉัยโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

โรคนี้วินิจฉัยได้โดยประวัติ การตรวจร่างกาย แพทย์จะเจาะเลือดตรวจเลือดทั่วไป เคมีของเลือด เพาะเชื้อจากเลือด เพื่อเตรียมผ่าตัด หากสงสัยให้ผ่าตัดทันทีซึ่งจะพบลักษณะสำคัญคือ จะมีเนื้อตายสีเทา เลือดไม่ค่อยไหล เส้นเลือดอุดตัน เนื้อเยื่อแยกจากกันง่าย

  • การตรวจเลือดจะพบว่า เม็ดเลือดขาวสูง เลือดมีความเป็นกรด โปรตีนในเลือดต่ำ ไตทำงานเสื่อม
  • Microbiology:
    • เจาะเลือดเพื่อเพาะเชื้อ
    • นำหนองจากแผลไปเพาะเชื้อ
    • นำหนองไปย้อมหาเชื้อโรค
    • เพาะหาเชื้อรา
  • การตรวจทางรังสี
    • การ x-ray หรือ CT หรือ ultrasound อาจจะพบก๊ายในเนื้อเยื่อ

การรักษาโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing fasciitis

ความสำคัญของการรักษาอยู่ที่การวินิจฉัยให้เร็ว และผ่าตัดเอาเนื้อที่ตายหรือเนื้อที่ติดเชื้อออกให้มากที่สุด

  • จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดทันทีที่วินิจฉัยได้ ในระยะแรกควรจะครอบคลุ่มเชื้อที่เป็นสาเหตุเมื่อได้ผลเพาะเชื้อจึงเปลี่ยนยาปฏิชีวนะตามผลเพาะเชื้อ
  • ผ่าตัดเพื่อระบายเอาหนองออก และตัดเนื้อเยื่อที่ตาย
  • หากติดเชื้อรุนแรงอาจจะจำเป็นต้องตัดอวัยวะนั้นออก
  • จะต้องให้น้ำเกลืออย่างเพียงพอ

ผลการรักษา

ขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้

  • การวินิจฉัย หากวินิจฉัยได้เร็ว และให้การรักษาเร็วก็จะให้ผลการรักษาดี
  • สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
  • ตัวเชื้อแบคทีเรีย
  • การแพร่กระจายของเชื้อ
  • ประสิทธิภาพของการรักษา

โรคแทรกซ้อนของโรคเนื้อเน่าหรือแบคทีเรียกินเนื้อคน

  • อัตราการเสียชีวิตจะสูง
  • เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ
  • การติดเชื้ออาจจะทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อและหลอดเลือดถูกทำลาย
  • อาจจะต้องตัดอวัยวะทิ้ง

การป้องกันโรคเนื้อเน่า

การป้องกันการติดเชื้อ Group A streptococcal infection (GAS)มีดังนี้

  • ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยทุกรายควรจะได้รับข้อแนะนำการปกฺบัติตัว และอาการของโรค
  • การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันจะให้ในกรณี
    • ทารกหรือแม่ที่คนใดคนหนึ่งติดเชื้อ invasive GAS.
    • ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดและมีอาการของการติดเชื้อ เช่นเจ็บคอ ไข้ ติดเชื้อผิวหนัง
    • สมาชิกในครอบครัวควรจะได้ยาปฏิชีวนะหากมีสมาชิกในครอบครัวปวดด้วยโรคนี้ มากกว่า2คนใน 1 เดือน
  • Penicillin V เป็นยาที่นิยมให้เพื่อป้องกัน หากแพ้ยา penicillin ก็ใช้ยา azithromycin แทน

การดูแลแผล

การดูแลแผลจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเนื้อเน่า

  • เมื่อเกิดแผลแม้ว่าจะเล็กน้อยต้องรีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดจนแผลสะอาด
  • จะต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน และใช้อุปกรณืทำแผลที่สะอาด และปิดแผล จนกระทั่งแผลหายสนิท
  • ระหว่างที่มีแผลพยายามหลีกเลี่ยงการใช้สระน้ำร่วมกัน การใช้อ่างอาบน้ำ
  • ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสแผล

 



fb google