การนอนไม่หลับ
การนอนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
คนเราใช้เวลาหนึ่งในสามในการนอนแต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนอนเท่าใด
คนเราจะมีช่วงที่ง่วงนอน 2ช่วงคือกลางคืน
และตอนเที่ยงวันจึงไม่แปลกใจกับคำว่าท้องตึงหนังตาหย่อนในตอนเที่ยง
กลไกการนอนหลับ
เมื่อความมืดมาเยือนเซลล์ที่จอภาพ[retina]
จะส่งข้อมูลไปยังเซลล์ประสาทที่อยู่ใน
hypothalamus ซึ่งจะเป็นที่สร้างสาร
melatonin สาร melatonin สร้างจาก tryptophan
ทำให้อุณหภูมิลดลงและเกิดอาการง่วง
การนอนของคนปกติแบ่งออกได้ดังนี้
- การนอนช่วง Non-rapid eye movement {non- (REM)
sleep}
การนอนในช่วงนี้มีความสำคัญมากเพราะมีส่วนสำคัญในการทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาการและมีการหลั่งของฮอร์โมนที่เร่งการเติบโต
growth hormone
การนอนช่วงนี้แบ่งออกเป็น 4
ระยะได้แก่โดยการหลับจะเริ่มจากระยะที่1ไปจน
REMและกลับมาระยะ1ใหม่
- Stage 1 (light sleep)
ระยะนี้ยังหลับไม่สนิทครึ่งหลับครึ่งตื่น
ปลุกง่าย
ช่วงนี้อาจจะมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า
hypnic myoclonia
มักจะตามหลังอาการเหมือนตกที่สูง
ระยะนี้ตาจะเคลื่อนไหวช้า
- Stage 2 (so-called true sleep).ระยะนี้ตาจะหยุดเคลื่อนไหวคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นแบบ
rapid waves เรียก sleep spindles
- Stage 3
คลื่นไฟฟ้าสมองจะมีลักษณะ
delta waves และ Stage 4ระยะนี้เป็นระยะที่หลับสนิทที่สุดคลื่นไฟฟ้าสมองเป็นแบบ
delta waves ทั้งหมด ระยะ3-4
จะปลุกตื่นยากที่สุดตาจะไม่เคลื่อนไหวร่างกายจะไม่เคลื่อนไหว
เมื่อปลุกตื่นจะงัวเงีย
- การนอนช่วง Rapid eye movement (REM) sleep
จะเกิดภายใน 90
นาที หลังจากนอนช่วงนี้เมื่อทดสอบคลื่นสมองจะเหมือนคนตื่น
ผู้ป่วยจะหายใจเร็ว
ชีพขจรเร็ว
กล้ามเนื้อไม่ขยับ
อวัยวะเพศแข็งตัว
เมื่อคนตื่นช่วงนี้จะจำความฝันได้
เราจะใช้เวลานอนร้อยละ50ใน
Stage 2 ร้อยละ 20ในระยะ REM ร้อยละ30
ในระยะอื่นๆ
การนอนหลับครบหนึ่งรอบใช้เวลา
90-110นาที คนปกติต้องการนอนวันละ 8
ชั่วโมงโดยหลับตั้งค่ำจนตื่นในตอนเช้า
คนสูงอายุการหลับจะเปลี่ยนไปโดยหลับกลางวันเพิ่มและตื่นกลางคืน
จำนวนชั่วโมงในการนอนหลับแต่ละคนจะไม่เหมือนกันบางคนนอนแค่วันละ
5-6
ชั่วโมงโดยที่ไม่มีอาการง่วงนอน
อาการนอนไม่หลับ
อาการนอนไม่หลับไม่ใช่โรคแต่เป็นภาวะหลับไม่พอทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่สดชื่น
บางคนอาจจะหลับยากใช้เวลามากว่า
30นาทียังไม่หลับ บางคนตื่นบ่อยหลังจากตื่นแล้วหลับยาก
บางคนตื่นเช้าเกินไป
ทำให้ตื่นแล้วไม่สดชื่น
ง่วงเมื่อเวลาทำงาน อาการนอนไม่หลับมักจะเป็นชั่วคราวเมื่อภาวะกระตุ้นหายก็จะกลับเป็นปกติแต่ถ้าหากมีอาการเกิน
1
เดือนให้ถือว่าเป็นอาการเรื้อรัง
การวินิจฉัย
แพทย์จะถามคำถาม
4คำถามได้แก่
- ให้อธิบายว่ามีปัญหานอนไม่หลับเป็นอย่างไร
- นอนไม่หลับเป็นมานานเท่าใด
- เป็นทุกทุกคืนหรือไม่
- สามารถทำงานตอนกลางวันได้หรือไม่
แพทย์จะค้นหาว่าอาหารนอนไม่หลับนั้นเกิดจากโรค
จากยา หรือจากจิตใจ
คนเราต้องการนอนวันละเท่าใด
ความต้องการการนอนไม่เท่ากันในแต่ละคนขึ้นกับอายุ
ทารกต้องการนอนวันละ 16
ชั่วโมง วัยรุ่นต้องการวันละ
9 ชั่วโมง
ผู้ใหญ่ต้องการวันละ 7-8
ชั่วโมง
แต่คนบางคนก็อาจจะต้องการนอนน้อยเหลือเพียงวันละ
5 ชั่วโมง
หากนอนไม่พอร่างกายต้องการการนอนเพิ่มในวันรุ่งขึ้น
เราอาจจะทราบว่านอนไม่พอโดยดูจาก
การนอนหลับจำเป็นอย่างไรต่อร่างกาย
ร่างกายเราเหมือนเครื่องจักรทำงานตลอดเวลาการนอนเหมือนให้เครื่องจักรได้หยุดทำงาน
สะสมพลังงานและขับของเสียออก
การนอนจึงจำเป็นสำหรับร่างกายมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
มีการศึกษาว่าการนอนไม่พอจะมีอันตรายการประสานระหว่างมือและตาจะเหมือนกับผู้ที่ได้รับสารพิษ
ผู้ที่นอนไม่พอหากดื่มสุราจะทำให้ความสามารถลดลงอ่อนเพลียมาก
การดื่มกาแฟก็ไม่สามารถทำให้หายง่วง
มีการทดลองในหนูพบว่าหากนอนไม่พอหนูจะมีอายุสั้น
ภูมิคุ้มกันต่ำลง
สำหรับคนหากนอนไม่พอจะมีอาการง่วงและไม่มีสมาธิ
ความจำไม่ดี
ความสามารถในการคำนวณด้อยลง
หากยังนอนไม่พอจะมีอาการภาพหลอน
อารมณ์จะแกว่ง
การนอนไม่พอเป็นสาเหตุของอุบัติต่างๆ
เชื่อว่าเซลล์สมองหากไม่ได้นอนจะขาดพลังงานและมีของเสียคั่ง
นอกจากนั้นการนอนหลับสนิทจะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต
(growth hormone)
จะปรึกษาแพทย์เมื่อไร
ถ้าหากอาการนอนไม่หลับเป็นมากกว่า
1 สัปดาห์
หรือทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลากลางวัน
ก่อนพบแพทย์ควรทำตารางสำรวจพฤติกรรมการนอนประมาณ
10 วันเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย
ในการรักษาแพทย์จะแนะนำเรื่องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอน
ถ้าไม่ดีจึงจะให้ยานอนหลับ
การนอนหลับอย่างพอเพียงทั้งระยะเวลาและคุณภาพของการนอนหลับจะเป็นปัจจัยในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีเหมือนกับการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และการออกกำลังกาย
สาเหตุของการนอนไม่หลับ | ตารางสำรวจสาเหตุการนอนไม่หลับ | การนอนหลับในเด็ก | ข้อแนะนำการนอนในวัยรุ่น | คุณผู้หญิงกับการนอนหลับ | ผู้สูงอายุกับการนอนไม่หลับ| การนอนหลับกับผู้ที่ทำงานเป็นกะ | การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา | การรักษาด้วยยานอนหลับ | การป้องกันอุบัติเหตุขณะขับรถ
|