การวินิจฉัย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการระบาดของโรควัณโรคอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างจะสูง ดังนั้นประชากรส่วนหนึ่งจะได้รับเชื้อเข้าไป แต่เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังดีจึงยังไม่เกิดโรคเราเรียกการติดเชื้อนี้ว่า latent TB ซึ่งจะทราบโดยการทดสอบภูมิที่ผิวหนัง ส่วนผู้ที่มีภูมิลดลงและเกิดโรคซึ่งอาจจะเกิดที่ปอดหรือนอกปอดเราเรียก Actve TB ซึ่งการวินิจฉัยโรคมีดังนี้
latent TB
- การวินิจฉัยจะใช้การทดสอบภูมิที่ผิวหนัง
Actve TB
- การวินิจฉัยทำได้โดยการฉายภาพรังสีทรวงอก การตรวจเสมหะ และการตรวจชิ้นเนื้อเช่นต่อมน้ำเหลืองในกรณีที่เป็นวัณโรคต่อมน้ำเหลือง
เมื่อไรจะสงสัยว่าเป็นวัณโรค
เมื่อมีอาการไอ
เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
อาจมีไข้ต่ำๆ
บางครั้งเสมหะมีเลือดปน
หากเป็นเรื้อรังเกิน 2
สัปดาห์ขึ้นไป
ต้องรีบปรึกษาแพทย์
การวินิจฉัยสามารถทำได้หลายวิธีได้แก่
- การทดสอบหาภูมิต่อเชื้อวัณโรคทางผิวหนัง
tuberculin skin test โดยการฉีด purified protein derivative
(PPD)
เข้าใต้ผิวหนังแล้วอ่านผลใน
24-48 ชั่วโมง
ถ้าพบบริเวณที่ฉีดบวมและแดงเกิน
10
มม.แสดงว่าผู้นั้นได้รับเชื้อ
-
แพทย์จะให้ทำ X-RAY ปอด
- แพทย์จะนำเสมหะไปตรวจหาเชื้อ
และการเพาะเชื้อ
เนื่องจากเชื้อในเสมหะมีไม่มาก
แพทย์อาจให้ตรวจเสมหะ 2-3
ครั้ง
เชื้อวัณโรคที่ตรวจจากเสมหะพบลักษณะตัวแดงเล็กๆ |
จะทำอย่างไรเมื่อเป็นวัณโรค
- รับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัด
ถ้ามีปัญหาปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา
- หลังรักษาไป
2-3
สัปดาห์อาการจะดีขึ้นห้ามหยุดยาโดยเด็ดขาด
- ใช้ทิสชู่ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม
- งดสิ่งเสพติดทุกชนิด
เช่น สุรา บุหรี่ ยาเสพติด
- จัดบ้านให้แสงเข้า
ลมถ่ายเทเป็นอย่างดี
- บ้วนเสมหะลงภาชนะที่มีฝาปิด
แล้วทำลายโดยการต้มในน้ำเดือด
5-10 นาที
- ผู้ที่อาศัยอยู่ด้วยกันโดยเฉพาะเด็กควรไดัรับการตรวจร่างกาย
x-ray และทดสอบผิวหนัง
- กินอาหารได้ทุกชนิด
การติดต่อ การติดเชื้อ วัณโรคดื้อยา การวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน |