|
ต้อกระจก > ตาบอดสี > ตาแดง > ตาแห้ง > ต้อหิน > เสียงแหบ > ตากุ้งยิง
ตากุ้งยิง,stye,hodeolum
ตากุ้งยิงสามารถพบได้ทุกอายุ ทุกเพศ เป็นการอักเสบของหนังตา ถ้าอักเสบที่ขนตา(hair
follicle) เรียก external hordeolum> ถ้าอักเสบที่ต่อมไขมันที่เปลือกตาเรียก internal hordeolum
อาการ
ผู้ป่วยจะมาด้วยมีก้อนที่เปลือกตา และมีอาการปวดหนังตา กรอกตาหรือหลับตาจะทำให้ปวด
บางคนมีอาการบวมที่เปลือกตา บางคนบวมมากจะตาปิด บางคนหนองไหลออกจากเปลือกตา
หากหนองแตกในตาจะทำให้มีขี้ตาเป็นสีเขียว
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus เป็นส่วนใหญ่
หากไม่รักษาหนองอาจจะหายเองได้หรืออาจจะแตกออก หรืออาจเกิดเป็นก้อนที่เรียกว่า chalazionซึ่งอาจจะมีขนาดใหญ่จนรบกวนการมองเห็น
และมักจะพบตากุ้งยิงมากในคนไข้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- โรคเบาหวาน
- โรคเรื้อรังอื่น
- ผู้ที่มีหนังตาอักเสบเรื้อรัง
- ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
การตรวจร่างกาย
หากท่านมีปัญหาก้อนที่ตาและมีอาการปวดท่านควรจะไปพบจักษุแพทย์ซึ่งจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด
- แพทย์จะตรวจเปลือกตาทั้งด้านในและด้านนอกของเปลือกตาเพื่อแยกว่าเป็น internal หรือ external hordeolum
- ท่านอาจจะพบตาท่านแดงเนื่องจากมีการอักเสบของเยื่อบุตา conjunctivitis
- ต่อมน้ำเหลืองที่หน้าหูมักจะไม่โต
เมื่อมองจากข้างนอก |
เมื่อมองที่ด้านในเปลือกตา |
External hordeolum |
ก้อนchalazion |
การรักษา
การผ่าระบายหนอง
- ใช้มีดเบอร์เล็กๆหรือเข็มเจาะบริเวณหัวหนอง โดยมากให้เจาะจากด้านในของเปลือกตา
เนื่องจากว่าการเจาะจากด้านนอกจะทำให้เกิดแผล
นอกเสียจากว่าหัวหนองนั้นอยู่ใกล้เปลือกตาด้านนอก
- หากมีหัวหนองหลายแห่งก็ต้องเจาะหลายที่
- หากเจาะจากด้านในของเปลือกตาให้เจาะตั้งฉากกับเปลือกตา
หากเจาะจากด้านนอกให้เจาะขนานกับเปลือกตาเพื่อป้องกันการดึงรั้งของแผล
- ห้ามกรีดขอบหนังตาเพราะจะไปทำลายต่อมขนตา
- ไม่ควรเจาะทั้งด้านในและด้านนอกพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดเป็นรูเรียก fistula
การใช้ยาหยอดตา
ยารับประทาน
- Erythromycin ให้ขนาด 250 มก.วันละ 4
ครั้งก่อนอาหารข้อควรระวังในการใช้นาชนิดนี้ได้แก่
ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับไม่ควรใช้ร่วมกับยา theophyllin, digoxin,
carbamazepine, cyclosporine warfarin; lovastatin และ simvastatin ยานี้อาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง
- Dicloxacillin ให้ขนาด
250 มก.วันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร
- Tetracycline ให้ขนาด
250 มก.วันละ 4 ครั้ง
ข้อระวังหากรับยานี้ร่วมกับยารักษากระเพาะอาหารหรือยาระบายจะทำให้ลดการดูดซึมยานี้
ทำให้ระดับยาคุมกำเนิดลดลงอาจจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ ห้ามใช้ในคนท้อง
การดูแลตัวเอง
- ประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นครั้งละ 15
นาทีวันละหลายครั้ง อาจจะใช้ผ้าห่อไข่ต้ม
- ห้ามบีบหรือเค้นเพื่อเอาหนองออก
หากหนองแตกเองก็ให้ล้างบริเวณหนองด้วยน้ำต้มสุก
- ให้ล้างมือบ่อยๆ
- ให้หยอดหรือทายาตามสั่ง
- งดทาเครื่องสำอาง
- หลีกเลี่ยงการใส่ contact lenses
โรคแทรกซ้อน
- หากไม่รักษาอาจจะทำให้เกิด chalazion ซึ่งจะทำให้เกิดแผลที่แก้วตา หรือความผิดปกติของหนังตา
- ขนตางอกผิดปกติ
หรืออาจจะเกิดรู
- หากไม่รักษาอาจจะทำให้ตาอักเสบ
|
|
|
|