หน้าหลัก | ออกกำลังกาย | สุขภาพ | สุขภาพสตรี | สุขภาพจิต | ตรวจสุขภาพ | เพศศึกษา | โรคผิวหนัง | วัคซีน | โรคต่างๆ | แพทย์ทางเลือก | งูกัด | อาการสำคัญ

 

ท่ายืนที่ถูกต้อง ท่านั่งที่ถูกต้อง ท่านอนที่ถูกต้อง

Chiropracticsd

Chiropractic เป็นศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่ปี 2700 B.C โดยมีรายงานในประเทศจีนและกรีซ ประเทศอเมริกาเริ่มนำมาใช้เมื่อประมาณปี 1890 ปี 2000 ได้มีการยอมรับใน 55 รัฐและได้มีการรายงานถึงประสิทธิภาพของการรักษาด้วย Chiropractic แต่หากท่านอ่านหนังสือพิมพ์ซึ่งจะมีโฆษณาการจักกระดูกหรือที่เรียกศัพท์ทางวิชาการว่า Chiropractic ในต่างประเทศได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนมีการเปิดสอนกันอย่างแพร่หลาย

Chiropractic คืออะไร

Chiropractic เป็นการรักษาโรคโดยยึดหลักที่ว่าการที่คนจะเกิดโรคจะต้องประกอบไปด้วย โครงสร้าง ระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ระบบไหลเวียน อาหาร อารมณ์ และสิ่งแวดล้อมหากมีความสัมพันธ์ที่ผิดไปก็จะเกิดโรค ผู้ที่ทำการรักษาจะต้องได้รับการอบรมจากสถาบันที่ได้รับการรับรอง นอกจากนั้นการรักษาจะต้องอาศัยการวินิจฉัยด้วย X-RAY เพื่อจะดูรอยโรค บริเวณที่มีการเสื่อมของ กระดูกหัก หรือเนื้องอก เพราะจะต้องมีการจัดข้อกระดูกโดยเน้นที่กระดูกสันหลังโดยใช้มือกดตามหลักวิชา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบประสาท การรักษาด้วยวิธีนี้จะไม่มีการใช้ยาหรือการผ่าตัด

แพทย์ Chiropractic ต้องเรียนอย่างไร

แพทย์จะต้องเรียนในสถาบันที่ได้รับการรับรองเป็นเวลา 4-5 ปีใช้เวลาประมาณ 90 ชั่วโมงในการเรียนพื้นฐาน ใช้เวลาเรียนเรียนในห้องเรียน 4200 ชั่วโมงและเรียนเกี่ยวกับการจัดกระดูกอีก 555 ชั่วโมง ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพต้องผ่านการสอบวิชาชีพ ในหลายรัฐเรียกผู้ที่ปฏิบัติงานว่า DCs หมายถึง chiropractic physicians

ขอบเขตของ Chiropractic

ปรัชญาของ Chiropractic เชื่อว่าโดยธรรมชาติของร่างกายจะสามารถมีกลไกที่ทำร่างกายหายจากการเจ็บป่วยโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือการผ่าตัด โดยแพทย์จะสนใจกลไกทางชีวะ biomechanics โครงสร้างและหน้าที่ของกระดูกสันหลังที่มีผลต่อกล้ามเนื้อ ระบบประสาท

ขอบเขตของ Chiropractic

ขอบเขตของงานจะเกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและประสาท เช่น ปวดศีรษะ ปวดข้อ ปวดคอ ปวดหลัง ข้อเสื่อม เอ็นอักเสบ และยังดูแลเกี่ยวกับโรค ภูมิแพ้ allergies, หอบหืด asthma, ระบบย่อยอาหาร digestive disorders, หูน้ำหนวกotitis media (non-suppurative)

ความปลอดภัย

หลายท่านอาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่จากการศึกษาที่ประเทศ canada พบว่าการรักษาโรคปวดหลังด้วยวิธี chilopractic นั้นปลอดภัยและคุ้มค่าเงินและที่สำคัญผู้ป่วยมีความพึงพอใจ

ข้อกระดูกหลังเคลื่อน VERTEBRAL SUBLUXATION COMPLEX

ข้อกระดูกเคลื่อนหมายถึงการที่ข้อเคลื่อนไปจากตำแหน่งทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อเกิดการหดเกร็ง มีการฉีกขาดของเอ็น เนื้อเยื่อรอบข้อ

การจัดกระดูกas

การจัดกระดูกเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีในมือผู้ที่ผ่านการอบรม การจัดกระดูกไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องใช้ยาเป็นการใช้ธรรมชาติเมื่อกระดูกเข้าที่ร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสัน กระดูกสะโพก การจัดจะทำโดยการใช้มือกดบริเวณที่มีการเคลื่อนของกระดูก เมื่อกระดูกเข้าที่ดีก็จะลดอาการเจ็บปวด การอักเสบ ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้หายปวด

การรักษาอย่างอื่นนอกเหนือจากการจัดกระดูก

การจัดกระดูกเป็นการรักษาหลักสำหรับ Chiropractic แต่ก็อาจจะต้องรักษาด้วยวิธีอื่นเช่น

  • การนวดเพื่อความเกร็งของกล้ามเนื้อ

  • การใช้ ultrasound

  • การใช้ไฟฟ้ากระตุ้น

  • การออกกำลังกาย

  • การยืดกล้ามเนื้อ

Chiropractic กับโรคปวดหลัง

จากการสำรวจของประเทศอเมริกาพบว่าการรักษาโรคปวดหลังด้วยวิธีนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และยังสามารถเบิกประกันชีวิตได้อีก นอกจากนั้นยังมีการศึกษาว่าได้ผลดีพอๆกับการรักษาด้วยแผนปัจจุบัน การรักษาประด้วยการจัดกระดูกสันหลังให้เข้าที่ซึ่งจะต้องจัดหลายท่าบางท่าอาจจะต้องใช้กำลังดัน เมื่อกระดูกเข้าที่ การทำงานของข้อต่อกระดูกดีขึ้นอาการปวดจะดีขึ้น แต่หากท่านเลือกการรักษาด้วยวิธีนี้ท่านต้องคำนึงถึง

  • ปรึกษากับแพทย์ประจำของท่านว่าโรคนี้ผู้ที่เชี่ยวชาญที่สุดคือใคร นอกจากนั้นแพทย์ปัจจุบันบางท่านก็สามารถจัดกระดูกได้ แต่ท่านต้องเลือกแพทย์ที่ได้รับการฝึกและใบรับรองว่าผ่านการฝึกแล้ว

  • เลือกChiropractic ที่พร้อมจะทำงานร่วมกับแพทย์ของท่านในการแก้ไขปัญหาของท่าน

  • อย่าเลือก Chiropractic ที่ใช้รักษาทุกโรคเช่นโรคเบาหวาน มะเร็ง

Chilopractic กับเด็กสมาธิสั้น

เด็กสมาธิสั้นจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ ไม่สามารถทำงานที่ใช้ทักษะหรือใช้สมาธิ การวินิจฉัยทำได้โดยการตอบตามแบบสอบถาม แต่แพทย์ทาง Chilopractic เชื่อไม่เพียงพอเพราะเด็กเหล่านี้มักจะมีอาการ กระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้า มือสั่น การทรงตัวไม่ดี และอ่อนไหวต่อการกระตุ้นด้วย แสง สี เสียงหรือการสัมผัส การรักษาด้วยยาอาจจะทำไห้เด็กสงบ แต่ไม่สามารถทำให้เด็กหายได้ แพทย์ทาง Chilopractic จึงเสนอทางเลือกของการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยาหรือการผ่าตัด โดยมีความเชื่อว่าการที่ร่างกายมีความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อทำให้การทรงตัวไม่ดีซึ่งส่งผลให้การทำงานของสมองไม่เท่ากันซึ่งทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น การรักษามุ่งที่จะกระตุ้นให้มีการพัฒนาของสมองโดยการดมกลิ่นแปลก ใส่แว่นตา สำหรับเด็กที่ไม่รู้จักการวางแผนหรือไม่สามารถเข้ากลุ่มได้ต้องมีการจัดแผนการรักษา นอกจากนั้นแพทย์ทาง Chilopractic ยังแนะนำอาหารดังนี้

  • ไม่รับประทานอาหารที่ใส่สี น้ำตาล สารปรุงรส หรือสารถนอมอาหาร

  • รับประทานอาหารตามธรรมชาติไม่รับประทานอาหารสังเคราะห์

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้

  • ไม่ฉีดยาฆ่าแมลงภายในบ้าน

  • ขณะตั้งท้องควรจะหลีกเลี่ยงยา บุหรี่ สุรา เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะทำร้ายสุขภาพเด็ก

  • ขณะตั้งครรภ์ต้องไม่เครียด

  • เด็กควรจะได้รับนมแม่ในช่วงเดือนแรกๆ

โรคหรือภาวะที่ Chilopractic รักษาได้

อุบัติเหตุ

  • อุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บที่คอ

  • ปวดหลังเนื่องจากยกของหนัก

  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

  • บาดเจ็บจากการลื่นล้ม

  • บาดเจ็บเรื้อรัง

โรคข้อและกระดูก

  • ปวดหลัง

  • ปวดต้นคอ

  • ปวดศีรษะและไมเกรน

  • ปวดเท้า ชาและอ่อนแรง

  • ปวดแขนและอ่อนแรง

โรคอื่นๆ

  • หอบหืด

  • เด็กสมาธิสั้น

  • มึนงง

  • ปวดประจำเดือน

  • โรคกระเพาะ

  • หูอักเสบ

เนื่องจากเรื่องนี้ผู้เขียนไม่มีประสบการณ์ ขอให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการพิจารณาว่าจะเชื่อหรือไม่


Google
 


 


ทีมงาน Siamhealth.net ได้นำเสนอข้อมูลทางสุขภาพสำหรับประชาชน และมีความยินดีอนุญาติให้นำข้อมูลไปประกอบการสอน หรือแนะนำประชาชนหรือทำแผ่นพับเพื่อประกอบการสอน แต่สงวนลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและรูปภาพในเวปสำหรับท่านที่จะนำข้อมูลหรือรูปภาพไปใช้ในสื่อพิมพ์หรือ internet กรุณาแจ้งขอจาก webmaster ก่อน

ติดต่อโฆษณา

About us | Disclaimer | Contact Webmaster 06-9869168