siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การวินิจฉัยโรคไต: รู้ทันภัยเงียบด้วยการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุม

โรคไตในระยะเริ่มต้นมักถูกเรียกว่า "ภัยเงียบ" เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงใดๆ จนกระทั่งการทำงานของไตลดลงไปมากแล้ว การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะไตวายเรื้อรัง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกระบวนการตรวจวินิจฉัยโรคไตอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจพื้นฐานไปจนถึงการตรวจเฉพาะทาง เพื่อให้คุณรู้เท่าทันและสามารถดูแลสุขภาพไตได้อย่างถูกต้อง


ทำไมการตรวจการทำงานของไตจึงสำคัญ?

คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ปกติแม้ไตจะเหลือเพียงข้างเดียว หรือการทำงานลดลงเหลือเพียง 20% แต่เมื่อใดที่หน่วยกรองของไต (Nephrons) เสื่อมสภาพลง จะทำให้ความสามารถในการกรองของเสียและน้ำลดลง ส่งผลให้เกิดการคั่งของสารพิษและเกลือแร่ในร่างกาย

ดังนั้น การตรวจการทำงานของไตจึงจำเป็นเพื่อค้นหาโรคตั้งแต่ระยะแรกที่ยังสามารถชะลอความเสื่อมได้

ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ?

กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตทุกปี ได้แก่:

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง

  2. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

  3. ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)

  4. ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด

  5. ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

  6. ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือสมุนไพรต่อเนื่องนานๆ


3 เสาหลักของการตรวจวินิจฉัยโรคไตเบื้องต้น

แพทย์จะใช้วิธีการตรวจหลัก 3 อย่างร่วมกัน เพื่อประเมินสุขภาพไตของคุณ:

1. การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis): ค้นหา "ความเสียหาย"

เปรียบเสมือนการส่องดู "ตะแกรงกรอง" ของไตว่ามีรูรั่วหรือไม่:

2. การตรวจเลือด (Blood Tests): วัด "ประสิทธิภาพ"

เพื่อดูว่าไตสามารถขับของเสียออกจากเลือดได้ดีแค่ไหน:

3. การวัดความดันโลหิต

ความดันโลหิตสูงเป็นทั้งสาเหตุและผลลัพธ์ของโรคไต การควบคุมความดันให้ปกติจึงสำคัญมาก


การตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุและภาวะแทรกซ้อน

เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตแล้ว แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น:

A. การตรวจทางรังสี (Imaging Tests)

B. การเจาะชิ้นเนื้อไต (Kidney Biopsy) มาตรฐานทองคำในการวินิจฉัยโรคไตบางชนิด เช่น โรคไตอักเสบ เพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

C. การตรวจเลือดหาปัจจัยเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน


สรุป: การป้องกันและการวินิจฉัยคือหัวใจสำคัญ

การป้องกันโรคไตทำได้โดยการงดบุหรี่, คุมเบาหวานและความดัน, ออกกำลังกาย, ทานอาหารสุขภาพ ลดเค็ม, และดื่มน้ำเปล่า

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง "อย่ารอให้มีอาการ แต่จงไปตรวจ" การพบโรคไตตั้งแต่ระยะแรกที่ eGFR ยังสูงและมีโปรตีนรั่วน้อย จะช่วยให้การรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมได้ผลดีที่สุดครับ

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว