siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ใครบ้างควรตรวจคัดกรองโรคไต? เช็ก 6 กลุ่มเสี่ยงก่อนสายเกินแก้

คุณรู้หรือไม่ว่า กว่า 90% ของผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าตนเองกำลังเป็นโรคนี้ [1] เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะธรรมชาติของโรคไตเรื้อรัง (CKD) คือ "ภัยเงียบ (Silent Killer)" ที่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ เลยในระยะเริ่มต้น จนกว่าหน่วยกรองไตจะถูกทำลายและสูญเสียการทำงานไปแล้วกว่าครึ่ง [2, 3]

การรอให้ร่างกายประท้วงด้วยอาการปัสสาวะเป็นฟอง ตัวบวม หรืออ่อนเพลีย มักจะหมายถึงโรคได้ดำเนินไปถึงระยะรุนแรงแล้ว [4, 5] ดังนั้น "การตรวจคัดกรอง" จึงเป็นวิธีเดียวที่จะจับสัญญาณอันตรายนี้ได้ทันเวลา มาดูกันว่าคุณหรือคนที่คุณรัก จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องรีบเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือไม่

6 กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตเป็นประจำทุกปี

สมาคมโรคไตและอายุรแพทย์โรคไตแนะนำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ เข้ารับการตรวจคัดกรองการทำงานของไตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง [6, 7]:

  • 1. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง: นี่คือ 2 สาเหตุหลักที่ทำลายไตมากที่สุด โดยโรคเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง (พบถึง 44% ของเคสไตวาย) ตามมาด้วยความดันโลหิตสูง (28%) [8, 9] แรงดันเลือดที่พุ่งสูงและน้ำตาลที่ล้นกระแสเลือดจะเข้าไปฉีกทำลายและสร้างรอยแผลเป็นในหลอดเลือดฝอยของไต [10, 11]
  • 2. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป: เมื่ออายุมากขึ้น มวลเนื้อไตสำรองและประสิทธิภาพการกรองจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ [6, 7] โดยเฉพาะในวัย 65 ปีขึ้นไป พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีภาวะโรคไตซ่อนเร้นสูงถึง 34% [9]
  • 3. ผู้ที่ติดการใช้ยาแก้ปวดและยาสมุนไพร: ผู้ที่ซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน, นาพรอกเซน) มารับประทานเองต่อเนื่องยาวนาน [12, 13] ยาเหล่านี้จะไปบล็อกสารขยายหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดไตหดเกร็งและไตขาดเลือด [12] รวมถึงผู้ที่บริโภคยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน [13]
  • 4. ผู้ที่มีโรคอ้วน (Obesity) และโรคหัวใจ: ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนลงพุง จะทำให้หน่วยไตต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด (Hyperfiltration) ส่งผลให้ตัวกรองไตล้าและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ [7, 9]
  • 5. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต: หากมีญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) มีประวัติเป็นโรคไตเรื้อรัง ไตอักเสบ หรือโรคถุงน้ำในไต คุณจะมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่สูงขึ้น [6, 13]
  • 6. ผู้ป่วยโรคเกาต์ นิ่วในไต หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง: โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน (เช่น โรคลูปัส หรือ SLE) สามารถสั่งให้เม็ดเลือดขาวไปโจมตีเนื้อเยื่อไตของตนเองได้ [8, 13] รวมถึงผู้ที่มีกรดยูริกสูง หรือเคยมีประวัตินิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะ [8, 13]

ตรวจคัดกรองโรคไต... ต้องตรวจค่าอะไรบ้าง?

การตรวจสุขภาพทั่วไปที่ดูเพียงแค่ค่า ครีอะตินีน (Creatinine) อาจไม่เพียงพอในการดักจับรอยโรคในระยะเริ่มต้น การตรวจคัดกรองที่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานสากล ควรประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก [1, 14]:

🩸 1. การตรวจเลือด (Blood Test)

  • ตรวจหาค่า ครีอะตินีน (Creatinine) และคำนวณค่า eGFR: เพื่อดูเปอร์เซ็นต์อัตราการกรองของเสียของไตว่าทำงานอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ (กำลังเครื่องยนต์ที่เหลืออยู่) [2, 14]
  • นอกจากนี้ แพทย์อาจประเมินร่วมกับค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, ระดับน้ำตาลสะสม และระดับไขมันในเลือด [14]

🧪 2. การตรวจปัสสาวะ (Urine Test)

  • ตรวจหาภาวะโปรตีนรั่ว (UACR - Urine Albumin-to-Creatinine Ratio): นี่คือการตรวจที่สำคัญที่สุด! การพบโปรตีนหรือไข่ขาวหลุดลอดออกมาในปัสสาวะ เปรียบเสมือนเครื่องจับควันไฟที่เตือนว่าแผ่นกรองไตเริ่มมีรอยฉีกขาด ซึ่งการตรวจนี้สามารถบอกความผิดปกติได้ล่วงหน้า 5-10 ปี ก่อนที่ค่า eGFR จะเริ่มดิ่งลงเสียด้วยซ้ำ [1, 15]
  • ตรวจหาเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวที่อาจปะปนมาในปัสสาวะ ซึ่งบ่งชี้ถึงการอักเสบ [14]

วิธีเตรียมตัวก่อนเข้ารับการเจาะเลือดตรวจไต

  • งดน้ำและอาหาร: ควรงดอาหารและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานอย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนตรวจ (เพื่อให้สามารถประเมินค่าน้ำตาลและไขมันร่วมด้วยได้อย่างแม่นยำ) [16]
  • ดื่มน้ำเปล่าได้: การดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างเพียงพอก่อนไปเจาะเลือดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากร่างกายขาดน้ำ (Dehydration) เลือดจะข้นหนืด และอาจทำให้ค่าครีอะตินีนพุ่งสูงหลอกตาได้ (ไตวายเทียม)
  • งดแอลกอฮอล์: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ [16]
  • แจ้งแพทย์เรื่องยา: หากคุณมีโรคประจำตัวและมียาที่ต้องทานเป็นประจำ ควรนำยาไปให้แพทย์ดู และปรึกษาก่อนว่าจำเป็นต้องงดยาตัวใดก่อนเจาะเลือดหรือไม่ [16]
⚠️ จำไว้ว่า: หากพบว่าค่าไตเริ่มลดลง อย่าเพิ่งตื่นตระหนกและห้ามซื้อสมุนไพรมาต้มกินล้างไตเองเด็ดขาด! ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาต้นตอ เพราะหากปรับพฤติกรรมได้ทันใน "ระยะที่ 3" คุณสามารถชะลอและหยุดยั้งการเสื่อมของไตได้

⚠️ คำเตือนทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): บทความและข้อมูลสุขภาพบนเว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นโดยอายุรแพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษา การตรวจวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะโรคและความเจ็บป่วยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความกังวลหรือมีอาการผิดปกติ โปรดพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เขียนและตรวจทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 10492