siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

คู่มือคุมโพแทสเซียมฉบับสมบูรณ์: ผักผลไม้ไทยชนิดไหน "กินได้" หรือ "ต้องห้าม" สำหรับผู้ป่วยโรคไต?

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร

โพแทสเซียม (Potassium) เป็นเกลือแร่สำคัญที่เปรียบเสมือน "ดาบสองคม" สำหรับผู้ป่วยโรคไต มันมีหน้าที่ช่วยให้กล้ามเนื้อและหัวใจทำงานเป็นปกติ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลง การขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายจะทำได้ยากขึ้น การสะสมของโพแทสเซียมในเลือดอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มคุมอาหาร และจะเลือกทานผักผลไม้ไทยอย่างไรให้ปลอดภัยครับ


เมื่อไหร่ที่คุณต้องเริ่ม "จำกัด" โพแทสเซียม?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "เป็นโรคไตต้องงดผักผลไม้ทุกชนิด" ซึ่ง ไม่เป็นความจริง เสมอไปครับ เราแบ่งการดูแลตามระยะของโรคดังนี้:

  1. โรคไตระยะที่ 1-3 (ระยะเริ่มต้น-ปานกลาง):

    • คำแนะนำ: ไตยังขับของเสียได้ดี หากผลเลือดปกติ (โพแทสเซียมไม่เกิน 5.0 mEq/L) คุณ สามารถรับประทานผักผลไม้ได้ตามปกติ

    • เป้าหมาย: ควรทานให้ได้ประมาณ 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อบำรุงหัวใจและลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นผลดีต่อการชะลอไตเสื่อมในระยะยาว

  2. โรคไตระยะที่ 4-5 (ระยะท้าย) หรือผู้ที่ฟอกไต:

    • คำแนะนำ: ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยมาก จำเป็นต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด

    • เป้าหมาย: จำกัดปริมาณโพแทสเซียมเหลือเพียง 1,500 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือไม่เกิน 3,000 มก. แล้วแต่ดุลยพินิจแพทย์)

    • สัญญาณอันตราย: หากโพแทสเซียมในเลือดสูงเกิน 5.0 - 5.5 mEq/L จะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจนถึงขั้นหยุดเต้นได้

มุมมองการแพทย์ยุคใหม่: งานวิจัยล่าสุดพบว่า การจำกัดผักผลไม้มากเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยขาดใยอาหาร เกิดภาวะท้องผูก และเสียสมดุลกรดด่าง ซึ่งอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แพทย์บางท่านอาจพิจารณาใช้ยาจับโพแทสเซียม (Potassium Binders) รุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยยังสามารถทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ได้บ้าง โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร


สัญญาณไฟจราจร: เลือกกินผักผลไม้ไทยอย่างไรให้รอด?

หลักการง่ายๆ คือ อาหารที่มีโพแทสเซียม มากกว่า 200-270 มก. ต่อ 100 กรัม ถือว่า "สูง" ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ

🔴 กลุ่มสีแดง: โพแทสเซียมสูง (ควรหลีกเลี่ยง)

หากค่าเลือดสูงเกิน 5.5 mEq/L ควรงดเด็ดขาด

ประเภท รายการอาหาร
ผลไม้ไทย ทุเรียน, ขนุน, ลำไย, กล้วยหอม, กล้วยไข่, มะขามหวาน, น้อยหน่า, แก้วมังกร, มะพร้าว (ทั้งเนื้อและน้ำ), ผลไม้แห้งทุกชนิด (เช่น ลูกเกด, ลูกพรุน, อินทผลัม)
ผัก แครอท, บรอกโคลี, คะน้า, หัวปลี, ผักโขม, หน่อไม้ฝรั่ง, มะเขือเทศ, มันฝรั่ง, มันเทศ, เผือก, ผักสีเขียวเข้มจัด
อาหารอื่นๆ นม, โยเกิร์ต, ช็อกโกแลต, โกโก้, เมล็ดธัญพืช, น้ำซุปก้อน/ผงปรุงรส (มักมีโพแทสเซียมแฝง)

🟡 กลุ่มสีเหลือง: โพแทสเซียมปานกลาง (ทานได้จำกัด)

ควรทานไม่เกิน 1 ส่วนต่อวัน หรือตามคำแนะนำนักกำหนดอาหาร

ประเภท รายการอาหาร
ผลไม้ไทย กล้วยน้ำว้า (วันละไม่เกิน 1 ผล), ส้ม (วันละ 1 ผล), ฝรั่ง, มะม่วงดิบ/สุก, มะละกอ, ลิ้นจี่, ละมุด
ผัก ผักบุ้ง, พริกหวาน, มะเขือยาว, หอมหัวใหญ่, ถั่วพู

🟢 กลุ่มสีเขียว: โพแทสเซียมต่ำ (ทานได้)

เลือกทานกลุ่มนี้เป็นหลัก เพื่อความปลอดภัย

ประเภท รายการอาหาร
ผลไม้ไทย มังคุด, เงาะ, สับปะรด (6-8 ชิ้นคำ), ชมพู่ (1-2 ผล), ลองกอง, แตงโม (ไม่เกิน 6-8 ชิ้นคำ), สาลี่, องุ่นเขียว, พุทรา
ผัก เห็ดหูหนู (ต่ำมาก), บวบเหลี่ยม, ฟักเขียว, แตงกวา, ผักกาดขาว, กะหล่ำปลี, ถั่วงอก

เทคนิคพิเศษ: วิธีลดโพแทสเซียมในผัก (Vegetable Leaching)

หากคุณอยากทานผักที่มีโพแทสเซียมสูง (เช่น คะน้า หรือ บรอกโคลี) สามารถใช้วิธี "ลวกแล้วเทน้ำทิ้ง" จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมลงได้ 30-50%

  1. หั่น: ปอกเปลือกและหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ

  2. แช่: แช่ผักในน้ำอุ่น (น้ำมากกว่าผัก 10 เท่า) นานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

  3. ลวก: นำไปต้มในน้ำเดือด แล้ว เทน้ำต้มทิ้ง (ห้ามนำน้ำแกงมาซด)

  4. ทาน: นำผักเนื้อที่ได้ไปปรุงอาหารตามปกติ

โซนผลไม้เมืองนอก: อร่อยได้แต่ต้องระวัง (สำหรับผู้ป่วยโรคไต)

ปัจจุบันผลไม้นำเข้าเป็นที่นิยมและหาทานง่าย แต่หลายชนิดมีโพแทสเซียมสูงมาก ผู้ป่วยโรคไตจึงควรทราบข้อมูลเหล่านี้เพื่อการเลือกรับประทานที่ปลอดภัยครับ

🔴 กลุ่มโพแทสเซียมสูง (High Potassium)

มีโพแทสเซียมมากกว่า 200 มก. ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณอย่างเคร่งครัด)

รายการผลไม้เมืองนอก ข้อควรระวัง
อะโวคาโด (Avocado)

สูงมาก เพียงแค่ 1/4 ลูก ก็มีโพแทสเซียมสูงแล้ว 3

กีวี (Kiwi)

แม้ลูกจะเล็ก แต่โพแทสเซียมสูง (1 ลูกขนาดกลาง) 4

แคนตาลูป & ฮันนี่ดิว

กลุ่มแตงเนื้อส้มและเขียวมีโพแทสเซียมสูงกว่าแตงโม5

ผลไม้แห้งทุกชนิด

เช่น ลูกพรุน (Prunes), ลูกเกด (Raisins), อินทผลัม (Dates), แอปริคอตแห้ง, มะเดื่อแห้ง (Figs) การดึงน้ำออกทำให้โพแทสเซียมเข้มข้นมาก

กล้วยหอม (Banana)

มีโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วยน้ำว้า (ทานครึ่งลูกก็ถือว่าสูงแล้ว)7

ทับทิม (Pomegranate)

ทั้งผลสดและน้ำทับทิม ควรหลีกเลี่ยง 8

ส้ม & น้ำส้มคั้น

ส้มขนาดกลาง 1 ลูก หรือน้ำส้มคั้น จัดเป็นกลุ่มเสี่ยง9

แอปริคอต (Apricot)

แบบสด (2 ลูกกลาง) ถือว่าสูง แต่ถ้าเป็นแบบกระป๋องในน้ำเชื่อมจะมีโพแทสเซียมต่ำกว่า 10

กลุ่มโพแทสเซียมต่ำ (Low Potassium)

มีโพแทสเซียมต่ำกว่า 200 มก. 10,1"> 10,2">ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (เลือกทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม)

รายการผลไม้เมืองนอก ปริมาณแนะนำ
แอปเปิ้ล (Apple)

ทานได้ทั้งเปลือก (1 ลูกกลาง) หรือน้ำแอปเปิ้ล, ซอสแอปเปิ้ล 12

กลุ่มเบอร์รี่ (Berries)

สตรอว์เบอร์รี, บลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่ กลุ่มนี้ดีมากเพราะน้ำตาลไม่สูงและโพแทสเซียมต่ำ 13

องุ่น (Grapes)

ทานได้ทั้งองุ่นเขียว/แดง และน้ำองุ่น 14

เชอร์รี่ (Cherries)

เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับของว่าง 15

ลูกพีช & ลูกแพร์

ทานได้ทั้งแบบสด (ลูกเล็ก) หรือแบบกระป๋อง (ครึ่งถ้วย) 16

ส้มแมนดาริน

เป็นข้อยกเว้นของตระกูลส้มที่ทานได้ (แต่ต้องจำกัดปริมาณ) 17

ลูกพลัม (Plum)

ทานได้ 1 ลูก18

 

💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากหมอ:

มีความแตกต่างกันครับ และเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลดีในเบื้องต้นครับ โดยทั่วไป "ผักใบสีเขียวเข้ม" มักจะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงกว่า "ผักสีเขียวอ่อน" แต่ก็มีข้อยกเว้นและการปรุงอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

จากข้อมูลในเอกสารอ้างอิงและตารางอาหารที่คุณหมอมี หมอสรุปข้อแตกต่างให้จำง่ายๆ ดังนี้ครับ:

1. ผักใบสีเขียวเข้ม (Dark Green Leafy Vegetables)

ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม "โพแทสเซียมสูง" (ควรระวังหรือจำกัดปริมาณ)

2. ผักสีเขียวอ่อน (Light Green Vegetables)

ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม "โพแทสเซียมต่ำ" (ทานได้ปลอดภัยกว่า)ตัวอย่างที่ทานได้ (โพแทสเซียมต่ำ):

💡 ข้อยกเว้นที่น่าสนใจ (Exceptions)

มีผักสีเขียวเข้มบางชนิดที่ในเอกสารระบุว่าเป็น "โพแทสเซียมต่ำ" ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนชอบทานผักครับ:

  1. ผักคะน้า (Kale): แม้จะมีใบสีเขียวเข้ม แต่ในตารางอาหารสำหรับโรคไตนี้ ระบุให้คะน้าอยู่ในกลุ่ม โพแทสเซียมต่ำ (แต่แนะนำให้ทานในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ครึ่งถ้วย)

  2. บรอกโคลี (ดิบ): ถ้าทานแบบดิบ จัดเป็นโพแทสเซียมต่ำ แต่พอสุกแล้วกลายเป็นสูง (เพราะปริมาณเนื้อผักต่อคำเพิ่มขึ้น)

    หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus): ถ้าทานแบบดิบ (6 ต้น) ถือว่าต่ำ แต่ถ้าปรุงสุกปริมาณมากอาจต้องระวัง

  3. ถั่วลันเตา (Peas) สีเขียว: จัดอยู่ในกลุ่มต่ำ

สรุปคำแนะนำสำหรับคนไข้:

"ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลี่ยงผักใบสีเขียวเข้มจัดๆ ไว้ก่อน หรือใช้วิธี หั่นฝอย-ลวกน้ำทิ้ง จะช่วยลดความเสี่ยงได้ครับ แต่ถ้าเป็นผักสีซีดๆ เขียวอ่อนๆ ขาวๆ (อย่างกะหล่ำปลี ผักกาดขาว แตงกวา) มักจะปลอดภัยกว่าครับ"

🔍 เช็กปริมาณโพแทสเซียมในผัก-ผลไม้

ชื่ออาหาร (ไทย/อังกฤษ) กลุ่มอาหาร คำแนะนำ (โพแทสเซียม)
ทุเรียน (Durian)ผลไม้ไทยสูงมาก (งด)
ขนุน (Jackfruit)ผลไม้ไทยสูงมาก (งด)
ลำไย (Longan)ผลไม้ไทยสูง (งด)
กล้วยหอม (Banana)ผลไม้ไทย/นอกสูง [cite: 39]
อะโวคาโด (Avocado)ผลไม้เมืองนอกสูงมาก [cite: 39]
แคนตาลูป (Cantaloupe)ผลไม้เมืองนอกสูง [cite: 39]
มะเขือเทศ (Tomato)ผัก/ผลไม้สูง [cite: 39]
มันฝรั่ง / มันเทศ (Potatoes)พืชหัวสูง [cite: 39]
ผักโขม ปรุงสุก (Spinach - Cooked)ผักใบเขียวเข้มสูง [cite: 39]
บรอกโคลี ปรุงสุก (Broccoli - Cooked)ผักสีเขียวสูง [cite: 39]
แครอท ดิบ (Carrots - Raw)ผักหัวสูง [cite: 39]
ฟักทอง (Pumpkin)ผักหัวสูง [cite: 39]
ผลไม้แห้ง (ลูกเกด/อินทผลัม/ลูกพรุน)ผลไม้แปรรูปสูงมาก [cite: 1]
น้ำส้มคั้น / ส้ม (Orange)ผลไม้/น้ำผลไม้สูง [cite: 39]
หน่อไม้ / หน่อไม้ฝรั่ง (Bamboo Shoot)ผักสูง
หัวปลี (Banana Blossom)ผักไทยสูง
กล้วยน้ำว้า (Namwa Banana)ผลไม้ไทยปานกลาง (1 ผล)
ส้มเขียวหวาน (Tangerine)ผลไม้ไทยปานกลาง (1 ผล)
ฝรั่ง (Guava)ผลไม้ไทยปานกลาง
มะม่วง (Mango)ผลไม้ไทยสูง (จำกัดปริมาณ) [cite: 1]
ผักใบเขียว (ต้มน้ำทิ้ง)ผักพอทานได้
แอปเปิ้ล (Apple)ผลไม้เมืองนอกต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
สับปะรด (Pineapple)ผลไม้ไทยต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
แตงโม (Watermelon)ผลไม้ไทยต่ำ (จำกัด 1 ถ้วย) [cite: 1]
องุ่น (Grapes)ผลไม้เมืองนอกต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
สตรอว์เบอร์รี / เบอร์รี่ (Berries)ผลไม้เมืองนอกต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
มังคุด (Mangosteen)ผลไม้ไทยต่ำ (ทานได้)
เงาะ (Rambutan)ผลไม้ไทยต่ำ (ทานได้)
ชมพู่ (Rose Apple)ผลไม้ไทยต่ำ (ทานได้)
กะหล่ำปลี (Cabbage)ผักสีเขียวอ่อนต่ำ (ทานได้) [cite: 1]
แตงกวา (Cucumber)ผักสีเขียวอ่อนต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
คะน้า (Kale)ผักใบเขียวต่ำ (ทานได้) [cite: 39]
ผักกาดขาว (Chinese Cabbage)ผักสีเขียวอ่อนต่ำ (ปรุงสุก)
ถั่วฝักยาว / ถั่วลันเตา (Green Beans)ผักต่ำ (ปรุงสุก) [cite: 1]
เห็ดหูหนู (Wood Ear Mushroom)เห็ดต่ำ (ทานได้)
มะเขือยาว (Eggplant)ผักต่ำ (ทานได้) [cite: 1]
หอมหัวใหญ่ (Onion)ผักต่ำ (ทานได้) [cite: 1]
*หมายเหตุ: ผักที่มีโพแทสเซียมสูง หากนำมาหั่นฝอยและต้มเทน้ำทิ้ง จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมได้

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว