
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร
โพแทสเซียม (Potassium) เป็นเกลือแร่สำคัญที่เปรียบเสมือน "ดาบสองคม" สำหรับผู้ป่วยโรคไต มันมีหน้าที่ช่วยให้กล้ามเนื้อและหัวใจทำงานเป็นปกติ แต่เมื่อไตเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลง การขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายจะทำได้ยากขึ้น การสะสมของโพแทสเซียมในเลือดอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มคุมอาหาร และจะเลือกทานผักผลไม้ไทยอย่างไรให้ปลอดภัยครับ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ "เป็นโรคไตต้องงดผักผลไม้ทุกชนิด" ซึ่ง ไม่เป็นความจริง เสมอไปครับ เราแบ่งการดูแลตามระยะของโรคดังนี้:
โรคไตระยะที่ 1-3 (ระยะเริ่มต้น-ปานกลาง):
คำแนะนำ: ไตยังขับของเสียได้ดี หากผลเลือดปกติ (โพแทสเซียมไม่เกิน 5.0 mEq/L) คุณ สามารถรับประทานผักผลไม้ได้ตามปกติ
เป้าหมาย: ควรทานให้ได้ประมาณ 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อบำรุงหัวใจและลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นผลดีต่อการชะลอไตเสื่อมในระยะยาว
โรคไตระยะที่ 4-5 (ระยะท้าย) หรือผู้ที่ฟอกไต:
คำแนะนำ: ไตขับโพแทสเซียมได้น้อยมาก จำเป็นต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด
เป้าหมาย: จำกัดปริมาณโพแทสเซียมเหลือเพียง 1,500 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (หรือไม่เกิน 3,000 มก. แล้วแต่ดุลยพินิจแพทย์)
สัญญาณอันตราย: หากโพแทสเซียมในเลือดสูงเกิน 5.0 - 5.5 mEq/L จะเริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นตะคริว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจนถึงขั้นหยุดเต้นได้
มุมมองการแพทย์ยุคใหม่: งานวิจัยล่าสุดพบว่า การจำกัดผักผลไม้มากเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยขาดใยอาหาร เกิดภาวะท้องผูก และเสียสมดุลกรดด่าง ซึ่งอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แพทย์บางท่านอาจพิจารณาใช้ยาจับโพแทสเซียม (Potassium Binders) รุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยยังสามารถทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ได้บ้าง โปรดปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร
หลักการง่ายๆ คือ อาหารที่มีโพแทสเซียม มากกว่า 200-270 มก. ต่อ 100 กรัม ถือว่า "สูง" ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ
หากค่าเลือดสูงเกิน 5.5 mEq/L ควรงดเด็ดขาด
| ประเภท | รายการอาหาร |
| ผลไม้ไทย | ทุเรียน, ขนุน, ลำไย, กล้วยหอม, กล้วยไข่, มะขามหวาน, น้อยหน่า, แก้วมังกร, มะพร้าว (ทั้งเนื้อและน้ำ), ผลไม้แห้งทุกชนิด (เช่น ลูกเกด, ลูกพรุน, อินทผลัม) |
| ผัก | แครอท, บรอกโคลี, คะน้า, หัวปลี, ผักโขม, หน่อไม้ฝรั่ง, มะเขือเทศ, มันฝรั่ง, มันเทศ, เผือก, ผักสีเขียวเข้มจัด |
| อาหารอื่นๆ | นม, โยเกิร์ต, ช็อกโกแลต, โกโก้, เมล็ดธัญพืช, น้ำซุปก้อน/ผงปรุงรส (มักมีโพแทสเซียมแฝง) |
ควรทานไม่เกิน 1 ส่วนต่อวัน หรือตามคำแนะนำนักกำหนดอาหาร
| ประเภท | รายการอาหาร |
| ผลไม้ไทย | กล้วยน้ำว้า (วันละไม่เกิน 1 ผล), ส้ม (วันละ 1 ผล), ฝรั่ง, มะม่วงดิบ/สุก, มะละกอ, ลิ้นจี่, ละมุด |
| ผัก | ผักบุ้ง, พริกหวาน, มะเขือยาว, หอมหัวใหญ่, ถั่วพู |
เลือกทานกลุ่มนี้เป็นหลัก เพื่อความปลอดภัย
| ประเภท | รายการอาหาร |
| ผลไม้ไทย | มังคุด, เงาะ, สับปะรด (6-8 ชิ้นคำ), ชมพู่ (1-2 ผล), ลองกอง, แตงโม (ไม่เกิน 6-8 ชิ้นคำ), สาลี่, องุ่นเขียว, พุทรา |
| ผัก | เห็ดหูหนู (ต่ำมาก), บวบเหลี่ยม, ฟักเขียว, แตงกวา, ผักกาดขาว, กะหล่ำปลี, ถั่วงอก |
หากคุณอยากทานผักที่มีโพแทสเซียมสูง (เช่น คะน้า หรือ บรอกโคลี) สามารถใช้วิธี "ลวกแล้วเทน้ำทิ้ง" จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมลงได้ 30-50%
หั่น: ปอกเปลือกและหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ
แช่: แช่ผักในน้ำอุ่น (น้ำมากกว่าผัก 10 เท่า) นานอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ลวก: นำไปต้มในน้ำเดือด แล้ว เทน้ำต้มทิ้ง (ห้ามนำน้ำแกงมาซด)
ทาน: นำผักเนื้อที่ได้ไปปรุงอาหารตามปกติ
ปัจจุบันผลไม้นำเข้าเป็นที่นิยมและหาทานง่าย แต่หลายชนิดมีโพแทสเซียมสูงมาก ผู้ป่วยโรคไตจึงควรทราบข้อมูลเหล่านี้เพื่อการเลือกรับประทานที่ปลอดภัยครับ
มีโพแทสเซียมมากกว่า 200 มก. ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณอย่างเคร่งครัด)
| รายการผลไม้เมืองนอก | ข้อควรระวัง |
| อะโวคาโด (Avocado) | สูงมาก เพียงแค่ 1/4 ลูก ก็มีโพแทสเซียมสูงแล้ว 3 |
| กีวี (Kiwi) | แม้ลูกจะเล็ก แต่โพแทสเซียมสูง (1 ลูกขนาดกลาง) 4 |
| แคนตาลูป & ฮันนี่ดิว | กลุ่มแตงเนื้อส้มและเขียวมีโพแทสเซียมสูงกว่าแตงโม5 |
| ผลไม้แห้งทุกชนิด | เช่น ลูกพรุน (Prunes), ลูกเกด (Raisins), อินทผลัม (Dates), แอปริคอตแห้ง, มะเดื่อแห้ง (Figs) การดึงน้ำออกทำให้โพแทสเซียมเข้มข้นมาก |
| กล้วยหอม (Banana) | มีโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วยน้ำว้า (ทานครึ่งลูกก็ถือว่าสูงแล้ว)7 |
| ทับทิม (Pomegranate) | ทั้งผลสดและน้ำทับทิม ควรหลีกเลี่ยง 8 |
| ส้ม & น้ำส้มคั้น | ส้มขนาดกลาง 1 ลูก หรือน้ำส้มคั้น จัดเป็นกลุ่มเสี่ยง9 |
| แอปริคอต (Apricot) | แบบสด (2 ลูกกลาง) ถือว่าสูง แต่ถ้าเป็นแบบกระป๋องในน้ำเชื่อมจะมีโพแทสเซียมต่ำกว่า 10 |
มีโพแทสเซียมต่ำกว่า 200 มก. 10,1"> 10,2">ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (เลือกทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม)
| รายการผลไม้เมืองนอก | ปริมาณแนะนำ |
| แอปเปิ้ล (Apple) | ทานได้ทั้งเปลือก (1 ลูกกลาง) หรือน้ำแอปเปิ้ล, ซอสแอปเปิ้ล 12 |
| กลุ่มเบอร์รี่ (Berries) | สตรอว์เบอร์รี, บลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่ กลุ่มนี้ดีมากเพราะน้ำตาลไม่สูงและโพแทสเซียมต่ำ 13 |
| องุ่น (Grapes) | ทานได้ทั้งองุ่นเขียว/แดง และน้ำองุ่น 14 |
| เชอร์รี่ (Cherries) | เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับของว่าง 15 |
| ลูกพีช & ลูกแพร์ | ทานได้ทั้งแบบสด (ลูกเล็ก) หรือแบบกระป๋อง (ครึ่งถ้วย) 16 |
| ส้มแมนดาริน | เป็นข้อยกเว้นของตระกูลส้มที่ทานได้ (แต่ต้องจำกัดปริมาณ) 17 |
| ลูกพลัม (Plum) | ทานได้ 1 ลูก18 |
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากหมอ:
ปริมาณสำคัญที่สุด: แม้จะเป็นผลไม้โพแทสเซียมต่ำ (สีเขียว) แต่หากทานทีละมากๆ (เช่น องุ่นเป็นพวง หรือสตรอว์เบอร์รีเป็นกิโล) ก็จะทำให้ได้รับโพแทสเซียมเกินพิกัดได้เช่นกัน
มีความแตกต่างกันครับ และเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลดีในเบื้องต้นครับ โดยทั่วไป "ผักใบสีเขียวเข้ม" มักจะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงกว่า "ผักสีเขียวอ่อน" แต่ก็มีข้อยกเว้นและการปรุงอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ
จากข้อมูลในเอกสารอ้างอิงและตารางอาหารที่คุณหมอมี หมอสรุปข้อแตกต่างให้จำง่ายๆ ดังนี้ครับ:
ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม "โพแทสเซียมสูง" (ควรระวังหรือจำกัดปริมาณ)
ทำไมถึงสูง: ผักสีเขียวเข้มมักมีความหนาแน่นของแร่ธาตุและวิตามินสูง ซึ่งรวมถึงโพแทสเซียมด้วย
ตัวอย่างในกลุ่มเสี่ยง (โพแทสเซียมสูง):
กะหล่ำปลีจีน (Chinese Cabbage): ในรายการระบุว่าเป็นผักโพแทสเซียมสูง
ผักใบเขียวอื่นๆ (Greens): ในตารางระบุว่าผักใบเขียวส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มสูง ยกเว้นคะน้า
ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม "โพแทสเซียมต่ำ" (ทานได้ปลอดภัยกว่า)ตัวอย่างที่ทานได้ (โพแทสเซียมต่ำ):
กะหล่ำปลี (Cabbage): ทั้งสีเขียวและสีแดง จัดเป็นผักปลอดภัย
ผักกาดหอม (Lettuce): ผักสลัดใบสีเขียวอ่อนๆ มีน้ำเยอะ โพแทสเซียมต่ำ
แตงกวา (Cucumber): เนื้อสีขาวอมเขียว มีน้ำมาก โพแทสเซียมต่ำ
มีผักสีเขียวเข้มบางชนิดที่ในเอกสารระบุว่าเป็น "โพแทสเซียมต่ำ" ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนชอบทานผักครับ:
ผักคะน้า (Kale): แม้จะมีใบสีเขียวเข้ม แต่ในตารางอาหารสำหรับโรคไตนี้ ระบุให้คะน้าอยู่ในกลุ่ม โพแทสเซียมต่ำ (แต่แนะนำให้ทานในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ครึ่งถ้วย)
บรอกโคลี (ดิบ): ถ้าทานแบบดิบ จัดเป็นโพแทสเซียมต่ำ แต่พอสุกแล้วกลายเป็นสูง (เพราะปริมาณเนื้อผักต่อคำเพิ่มขึ้น)
หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus): ถ้าทานแบบดิบ (6 ต้น) ถือว่าต่ำ แต่ถ้าปรุงสุกปริมาณมากอาจต้องระวัง
ถั่วลันเตา (Peas) สีเขียว: จัดอยู่ในกลุ่มต่ำ
สรุปคำแนะนำสำหรับคนไข้:
"ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลี่ยงผักใบสีเขียวเข้มจัดๆ ไว้ก่อน หรือใช้วิธี หั่นฝอย-ลวกน้ำทิ้ง จะช่วยลดความเสี่ยงได้ครับ แต่ถ้าเป็นผักสีซีดๆ เขียวอ่อนๆ ขาวๆ (อย่างกะหล่ำปลี ผักกาดขาว แตงกวา) มักจะปลอดภัยกว่าครับ"
| ชื่ออาหาร (ไทย/อังกฤษ) | กลุ่มอาหาร | คำแนะนำ (โพแทสเซียม) |
|---|---|---|
| ทุเรียน (Durian) | ผลไม้ไทย | สูงมาก (งด) |
| ขนุน (Jackfruit) | ผลไม้ไทย | สูงมาก (งด) |
| ลำไย (Longan) | ผลไม้ไทย | สูง (งด) |
| กล้วยหอม (Banana) | ผลไม้ไทย/นอก | สูง [cite: 39] |
| อะโวคาโด (Avocado) | ผลไม้เมืองนอก | สูงมาก [cite: 39] |
| แคนตาลูป (Cantaloupe) | ผลไม้เมืองนอก | สูง [cite: 39] |
| มะเขือเทศ (Tomato) | ผัก/ผลไม้ | สูง [cite: 39] |
| มันฝรั่ง / มันเทศ (Potatoes) | พืชหัว | สูง [cite: 39] |
| ผักโขม ปรุงสุก (Spinach - Cooked) | ผักใบเขียวเข้ม | สูง [cite: 39] |
| บรอกโคลี ปรุงสุก (Broccoli - Cooked) | ผักสีเขียว | สูง [cite: 39] |
| แครอท ดิบ (Carrots - Raw) | ผักหัว | สูง [cite: 39] |
| ฟักทอง (Pumpkin) | ผักหัว | สูง [cite: 39] |
| ผลไม้แห้ง (ลูกเกด/อินทผลัม/ลูกพรุน) | ผลไม้แปรรูป | สูงมาก [cite: 1] |
| น้ำส้มคั้น / ส้ม (Orange) | ผลไม้/น้ำผลไม้ | สูง [cite: 39] |
| หน่อไม้ / หน่อไม้ฝรั่ง (Bamboo Shoot) | ผัก | สูง |
| หัวปลี (Banana Blossom) | ผักไทย | สูง |
| กล้วยน้ำว้า (Namwa Banana) | ผลไม้ไทย | ปานกลาง (1 ผล) |
| ส้มเขียวหวาน (Tangerine) | ผลไม้ไทย | ปานกลาง (1 ผล) |
| ฝรั่ง (Guava) | ผลไม้ไทย | ปานกลาง |
| มะม่วง (Mango) | ผลไม้ไทย | สูง (จำกัดปริมาณ) [cite: 1] |
| ผักใบเขียว (ต้มน้ำทิ้ง) | ผัก | พอทานได้ |
| แอปเปิ้ล (Apple) | ผลไม้เมืองนอก | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| สับปะรด (Pineapple) | ผลไม้ไทย | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| แตงโม (Watermelon) | ผลไม้ไทย | ต่ำ (จำกัด 1 ถ้วย) [cite: 1] |
| องุ่น (Grapes) | ผลไม้เมืองนอก | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| สตรอว์เบอร์รี / เบอร์รี่ (Berries) | ผลไม้เมืองนอก | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| มังคุด (Mangosteen) | ผลไม้ไทย | ต่ำ (ทานได้) |
| เงาะ (Rambutan) | ผลไม้ไทย | ต่ำ (ทานได้) |
| ชมพู่ (Rose Apple) | ผลไม้ไทย | ต่ำ (ทานได้) |
| กะหล่ำปลี (Cabbage) | ผักสีเขียวอ่อน | ต่ำ (ทานได้) [cite: 1] |
| แตงกวา (Cucumber) | ผักสีเขียวอ่อน | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| คะน้า (Kale) | ผักใบเขียว | ต่ำ (ทานได้) [cite: 39] |
| ผักกาดขาว (Chinese Cabbage) | ผักสีเขียวอ่อน | ต่ำ (ปรุงสุก) |
| ถั่วฝักยาว / ถั่วลันเตา (Green Beans) | ผัก | ต่ำ (ปรุงสุก) [cite: 1] |
| เห็ดหูหนู (Wood Ear Mushroom) | เห็ด | ต่ำ (ทานได้) |
| มะเขือยาว (Eggplant) | ผัก | ต่ำ (ทานได้) [cite: 1] |
| หอมหัวใหญ่ (Onion) | ผัก | ต่ำ (ทานได้) [cite: 1] |
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว