siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจสมรรถภาพหัวใจอย่างละเอียด (เช่น การตรวจคลื่นหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือ Exercise Stress Test - EST) หากคุณเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง (เช่น เป็นโรคไต) และต้องการเริ่มต้นออกกำลังกายในระดับ "หนักหน่วง (Vigorous-Intensity)" ครับ


ทำความเข้าใจ "ระดับ" ของการออกกำลังกาย

ในทางการแพทย์ เราจะแบ่งความหนักเบาของการออกกำลังกายเป็น 3 ระดับ:

  1. เบา (Light-Intensity):

    • ตัวอย่าง: เดินช้าๆ, ทำงานบ้านเบาๆ

    • การตรวจ: ไม่จำเป็นต้องตรวจหัวใจเป็นพิเศษก่อน

  2. ปานกลาง (Moderate-Intensity):

    • ตัวอย่าง: การเดินเร็ว (Brisk Walking), ปั่นจักรยานแบบสบายๆ, ว่ายน้ำลอยตัว, รำไทเก็ก

    • นิยาม: เป็นระดับที่เรา "ยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้ แต่ไม่สามารถร้องเพลงได้"

    • การตรวจ: นี่คือระดับที่ "แนะนำ" สำหรับผู้ป่วยโรคไต คุณต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเริ่มเสมอ แพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย, และอาจตรวจคลื่นหัวใจพื้นฐาน (EKG) เพื่อประเมินความพร้อม แต่โดยทั่วไป หากคุณไม่มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหอบเหนื่อย แพทย์มักจะยังไม่สั่งทำ "Stress Test" สำหรับการออกกำลังกายระดับนี้

  3. หนักหน่วง (Vigorous-Intensity):

    • ตัวอย่าง: การวิ่งจ็อกกิ้ง, การขึ้นลงบันไดอย่างรวดเร็ว, การยกน้ำหนักมากๆ, การเล่นกีฬาที่แข่งขัน (เช่น แบดมินตัน, ฟุตบอล), การออกกำลังกายแบบ HIIT

    • นิยาม: เป็นระดับที่เราจะ "หอบจนไม่สามารถพูดคุยเป็นประโยคยาวๆ ได้"


เมื่อไหร่ที่ "ต้อง" ตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test)?

แพทย์จะพิจารณาสั่งตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) หากคุณเป็นผู้ป่วยโรคไต (กลุ่มเสี่ยงสูง) และเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:

  1. คุณต้องการเริ่มต้นออกกำลังกายระดับ "หนักหน่วง (Vigorous)"

    • เหตุผล: ผู้ป่วยโรคไตมีความเสี่ยงสูงที่จะมี "ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบแบบซ่อนเร้น" (Silent Ischemia) คือมีเส้นเลือดตีบแต่ไม่แสดงอาการเจ็บหน้าอก การออกกำลังกายหนักๆ อาจไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ การทำ Stress Test จะช่วย "ค้นหา" ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่นี้ก่อนที่จะเกิดอันตราย

  2. คุณมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับโรคหัวใจ

    • เช่น มีอาการเจ็บหน้าอก, แน่นหน้าอก, หายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ, หรือใจสั่น แม้จะเป็นการออกกำลังกายแค่ระดับปานกลางก็ตาม

  3. คุณเป็นผู้ป่วยที่ "ไม่เคย" ออกกำลังกายมาก่อนเลย (Sedentary)

    • ในผู้ป่วยไตระยะท้ายๆ หรือผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงมาก แม้จะเริ่มแค่ระดับปานกลาง แพทย์ก็อาจพิจารณาส่งตรวจ Stress Test เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สรุป: สำหรับผู้ป่วยโรคไต การออกกำลังกายที่ปลอดภัยและแนะนำที่สุดคือ ระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว) ซึ่งโดยทั่วไปหากคุณไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์มักจะอนุญาตให้ทำได้หลังจากการตรวจร่างกายพื้นฐานครับ

แต่ถ้าคุณต้องการ "ยกระดับ" ไปสู่การวิ่งจ็อกกิ้ง หรือการออกกำลังที่หนักหน่วง คุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าหัวใจของคุณสามารถรับภาระที่หนักขึ้นนั้นได้โดยไม่เกิดอันตรายครับ

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว