
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
แพทย์มักจะแนะนำให้ตรวจสมรรถภาพหัวใจอย่างละเอียด (เช่น การตรวจคลื่นหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือ Exercise Stress Test - EST) หากคุณเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง (เช่น เป็นโรคไต) และต้องการเริ่มต้นออกกำลังกายในระดับ "หนักหน่วง (Vigorous-Intensity)" ครับ
ในทางการแพทย์ เราจะแบ่งความหนักเบาของการออกกำลังกายเป็น 3 ระดับ:
เบา (Light-Intensity):
ตัวอย่าง: เดินช้าๆ, ทำงานบ้านเบาๆ
การตรวจ: ไม่จำเป็นต้องตรวจหัวใจเป็นพิเศษก่อน
ปานกลาง (Moderate-Intensity):
ตัวอย่าง: การเดินเร็ว (Brisk Walking), ปั่นจักรยานแบบสบายๆ, ว่ายน้ำลอยตัว, รำไทเก็ก
นิยาม: เป็นระดับที่เรา "ยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้ แต่ไม่สามารถร้องเพลงได้"
การตรวจ: นี่คือระดับที่ "แนะนำ" สำหรับผู้ป่วยโรคไต คุณต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเริ่มเสมอ แพทย์จะทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย, และอาจตรวจคลื่นหัวใจพื้นฐาน (EKG) เพื่อประเมินความพร้อม แต่โดยทั่วไป หากคุณไม่มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหอบเหนื่อย แพทย์มักจะยังไม่สั่งทำ "Stress Test" สำหรับการออกกำลังกายระดับนี้
หนักหน่วง (Vigorous-Intensity):
ตัวอย่าง: การวิ่งจ็อกกิ้ง, การขึ้นลงบันไดอย่างรวดเร็ว, การยกน้ำหนักมากๆ, การเล่นกีฬาที่แข่งขัน (เช่น แบดมินตัน, ฟุตบอล), การออกกำลังกายแบบ HIIT
นิยาม: เป็นระดับที่เราจะ "หอบจนไม่สามารถพูดคุยเป็นประโยคยาวๆ ได้"
แพทย์จะพิจารณาสั่งตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) หากคุณเป็นผู้ป่วยโรคไต (กลุ่มเสี่ยงสูง) และเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:
คุณต้องการเริ่มต้นออกกำลังกายระดับ "หนักหน่วง (Vigorous)"
เหตุผล: ผู้ป่วยโรคไตมีความเสี่ยงสูงที่จะมี "ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบแบบซ่อนเร้น" (Silent Ischemia) คือมีเส้นเลือดตีบแต่ไม่แสดงอาการเจ็บหน้าอก การออกกำลังกายหนักๆ อาจไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ การทำ Stress Test จะช่วย "ค้นหา" ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่นี้ก่อนที่จะเกิดอันตราย
คุณมีอาการที่น่าสงสัยเกี่ยวกับโรคหัวใจ
เช่น มีอาการเจ็บหน้าอก, แน่นหน้าอก, หายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ, หรือใจสั่น แม้จะเป็นการออกกำลังกายแค่ระดับปานกลางก็ตาม
คุณเป็นผู้ป่วยที่ "ไม่เคย" ออกกำลังกายมาก่อนเลย (Sedentary)
ในผู้ป่วยไตระยะท้ายๆ หรือผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงสูงมาก แม้จะเริ่มแค่ระดับปานกลาง แพทย์ก็อาจพิจารณาส่งตรวจ Stress Test เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สรุป: สำหรับผู้ป่วยโรคไต การออกกำลังกายที่ปลอดภัยและแนะนำที่สุดคือ ระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว) ซึ่งโดยทั่วไปหากคุณไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์มักจะอนุญาตให้ทำได้หลังจากการตรวจร่างกายพื้นฐานครับ
แต่ถ้าคุณต้องการ "ยกระดับ" ไปสู่การวิ่งจ็อกกิ้ง หรือการออกกำลังที่หนักหน่วง คุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าหัวใจของคุณสามารถรับภาระที่หนักขึ้นนั้นได้โดยไม่เกิดอันตรายครับ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว