siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การตรวจวินิจฉัยโรคไตเสื่อม (CKD) ฉบับสมบูรณ์: ตรวจอะไรบ้าง และทำไมต้องตรวจ?

โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (CKD) เป็น "ภัยเงียบ" ที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรกเริ่ม การวินิจฉัยจึงไม่ได้เริ่มต้นจาก "อาการ" แต่เริ่มต้นจาก "การตรวจคัดกรอง" โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง (ผู้ป่วยเบาหวาน, ความดันสูง)

เมื่อแพทย์สงสัยว่าคุณอาจเป็นโรคไต กระบวนการวินิจฉัยจะไม่ได้จบในครั้งเดียว แต่เป็น "กระบวนการสืบสวน" ที่มีขั้นตอนชัดเจน เพื่อตอบคำถามสำคัญที่จะนำไปสู่แผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ


ขั้นตอนที่ 1: การตรวจคัดกรองและประเมินเบื้องต้น (Screening)

นี่คือด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการประเมินสุขภาพไตและปัจจัยเสี่ยงของคุณ

1. การวัดความดันโลหิต (Blood Pressure)

นี่คือการตรวจที่ "ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด" และต้องทำทุกครั้งที่พบแพทย์

🚨 สัญญาณอันตราย (Red Flag) ที่ต้องรีบรักษาทันที หากวัดความดันโลหิตได้สูงถึง 180/120 mmHg หรือมากกว่า ถือเป็น "ภาวะวิกฤตความดันโลหิตสูง" (Hypertensive Crisis) ซึ่งอาจกำลังทำลายอวัยวะต่างๆ (รวมถึงไต) อย่างเฉียบพลัน และจำเป็นต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินทันที

2. การตรวจปัสสาวะทั่วไป (Urinalysis - UA)

นี่คือการตรวจ "คัดกรอง" ด่านแรกที่ง่ายและให้ข้อมูลภาพรวมที่กว้างมาก


ขั้นตอนที่ 2: การตรวจเพื่อ "วินิจฉัยยืนยัน" (Confirm Diagnosis)

หากผลการคัดกรอง (โดยเฉพาะ UA) ผิดปกติ แพทย์จะส่งตรวจเชิงลึก 2 อย่างนี้เพื่อ "ยืนยัน" การวินิจฉัยโรคไตเสื่อม

  1. การตรวจเลือด: เพื่อดู "ประสิทธิภาพการทำงาน" (ค่า eGFR)

    • ตรวจอะไร: เจาะเลือดดูค่า ครีเอตินิน (Creatinine)

    • ประเมินผล: แพทย์จะนำค่า Creatinine มาคำนวณร่วมกับอายุและเพศ ออกมาเป็น eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate) หรือ "อัตราการกรองของไต"

    • วินิจฉัย: คุณจะถูกวินิจฉัยว่าเป็น CKD หากค่า eGFR < 60 นานเกิน 3 เดือน

  2. การตรวจปัสสาวะ (เชิงปริมาณ): เพื่อดู "รอยรั่ว" (ค่า UACR)

    • ตรวจอะไร: ตรวจหาโปรตีน อัลบูมิน (Albumin) ที่รั่วออกมาในปัสสาวะ โดยใช้ค่า UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio)

    • วินิจฉัย: คุณจะถูกวินิจฉัยว่าเป็น CKD หากค่า UACR > 30 mg/g นานเกิน 3 เดือน (แม้ว่าค่า eGFR ของคุณจะยังปกติก็ตาม)


ขั้นตอนที่ 3: การตรวจเพื่อ "หาสาเหตุ" (Why?)

หลังจากทราบว่าเป็นโรคไต คำถามต่อมาคือ "อะไรคือต้นเหตุ?"


ขั้นตอนที่ 4: การตรวจเพื่อ "ประเมินความรุนแรง" (Staging)

แพทย์จะนำผลจากขั้นตอนที่ 2 มา "แบ่งระยะ" ของโรค เพื่อวางแผนการรักษา


ขั้นตอนที่ 5: การตรวจหา "โรคร่วม" และ "ภาวะแทรกซ้อน"

เมื่อไตเสื่อม (โดยเฉพาะระยะ 3b-5) ไตจะสูญเสียหน้าที่อื่นๆ นอกจากการกรองของเสีย แพทย์จึงต้องตรวจ "ค้นหา" ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ เพื่อ "รักษา" ก่อนที่จะเกิดอันตราย

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว