siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ผู้ป่วยโรคไตกินผักและผลไม้อะไรได้บ้าง

ผู้ป่วยโรคไตจำนวนมากได้รับคำแนะนำว่า “ห้ามกินผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง” จนไม่กล้ากินผักเลย แต่ความจริงคือ ผู้ป่วย CKD ไม่จำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมทุกคน การเลือกอาหารต้องดูค่าโพแทสเซียมในเลือด ระยะโรคไต ยาที่ใช้ ภาวะกรดในเลือด ท้องผูก เบาหวาน และปริมาณอาหารร่วมกัน [1], [2]

หลักจำง่าย: อย่าแบ่งผักเป็น “ผักดี” กับ “ผักทำลายไต” แบบตายตัว ให้ดูผลเลือด เลือกขนาดส่วนที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการปั่นหรือคั้นอาหารหลายส่วนให้เข้มข้นในแก้วเดียว

แพทย์แนะนำผู้ป่วยโรคไตเลือกผักและผลไม้ตามระยะไต ค่าโพแทสเซียม และปริมาณที่เหมาะสม

1. ก่อนเลือกผักและผลไม้ ต้องตรวจอะไร

ค่า eGFR เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าต้องงดผักชนิดใด ผู้ป่วย CKD ระยะเดียวกันอาจได้รับคำแนะนำต่างกัน ข้อมูลที่ควรพิจารณา ได้แก่

ช่วงอ้างอิงของโพแทสเซียมแตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการ โดยทั่วไปมักอยู่ประมาณ 3.5–5.0 mmol/L ควรใช้ช่วงอ้างอิงที่พิมพ์ในใบตรวจและให้แพทย์แปลผลร่วมกับอาการ

2. ถ้ายังไม่มีผลโพแทสเซียม ให้พิจารณาตามระยะไตอย่างไร

ในเวชปฏิบัติ ผู้ป่วยโรคไตไม่ได้รับการตรวจโพแทสเซียมทุกครั้ง จึงอาจใช้ระดับ eGFR ปริมาณปัสสาวะ ยาที่ใช้ และโรคร่วมเป็นแนวทางเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ระยะ CKD เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำนายโพแทสเซียมสูงได้ทั้งหมด

หมายเหตุ: การแบ่งคำแนะนำเป็น G1–G3a, G3b และ G4–G5 ต่อไปนี้เป็นกรอบช่วยตัดสินใจในทางปฏิบัติเมื่อยังไม่มีผลโพแทสเซียม ไม่ใช่เกณฑ์ของ KDIGO ที่กำหนดให้เริ่มงดอาหารทันทีเมื่อเข้าสู่ G3b แนวทางมาตรฐานยังเน้นการปรับอาหารเป็นรายบุคคลตามผลเลือดและปัจจัยเสี่ยง [1], [2]

ข้อสำคัญ: ผู้ใช้ยาที่เพิ่มโพแทสเซียมควรตรวจในทุกระยะของ CKD

คำแนะนำเรื่องการติดตามยาต่อไปนี้ใช้กับผู้ป่วย ทุกระยะของ CKD ไม่ใช่เฉพาะ G3b–G5 เพราะยาอาจทำให้โพแทสเซียมสูงหรือการทำงานของไตเปลี่ยนแปลงได้ แม้ค่า eGFR ยังตั้งแต่ 45 ขึ้นไป

ควรติดตามถี่ขึ้นเมื่อ eGFR ต่ำ เคยมีโพแทสเซียมสูง ใช้ยาหลายชนิดที่เพิ่มโพแทสเซียม มีภาวะขาดน้ำ หรือมีการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ตารางเวลาจริงให้แพทย์ปรับตามยา ผลเลือด และสภาพผู้ป่วยแต่ละราย

2.1 CKD ระยะ G1–G3a: eGFR ตั้งแต่ 45 ขึ้นไป

หากไม่เคยมีโพแทสเซียมสูง ปัสสาวะปกติ และไม่มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน โดยทั่วไป ไม่ต้องจำกัดผักและผลไม้เป็นกิจวัตรเพียงเพราะเป็นโรคไต ควรรับประทานอาหารหลากหลาย เน้นอาหารสด และควบคุมขนาดส่วน

ยังควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผัก น้ำผลไม้ หรือสมูทตีเข้มข้นเป็นประจำ และไม่ใช้เกลือทดแทนที่มี potassium chloride โดยไม่ปรึกษาแพทย์

2.2 CKD ระยะ G3b: eGFR 30–44

หากยังไม่มีผลโพแทสเซียมล่าสุด ควรพิจารณาตรวจเมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน หัวใจล้มเหลว ท้องผูก มีภาวะเลือดเป็นกรด ปัสสาวะลดลง หรือเคยมีโพแทสเซียมสูง ส่วนการติดตามหลังเริ่มหรือเพิ่มยาที่เพิ่มโพแทสเซียมให้ปฏิบัติในทุกระยะตามหัวข้อข้างต้น

ระหว่างที่ยังไม่ทราบผล ไม่จำเป็นต้องงดผักทั้งหมด แต่ควรลดแหล่งโพแทสเซียมเข้มข้น เช่น น้ำมะพร้าว น้ำผักและน้ำผลไม้ สมูทตี ผลไม้แห้ง มันฝรั่งหรือมันเทศปริมาณมาก มะเขือเทศเข้มข้น และเกลือทดแทนที่มีโพแทสเซียม

2.3 CKD ระยะ G4–G5: eGFR ต่ำกว่า 30 หรือมีปัสสาวะลดลง

ควรตรวจและติดตามโพแทสเซียม พร้อมวางแผนอาหารเฉพาะบุคคล ไม่ควรใช้รายชื่ออาหารทั่วไปตัดสินเอง เพราะบางรายจำเป็นต้องลดโพแทสเซียม ขณะที่บางรายมีโพแทสเซียมปกติ น้ำหนักลด หรือขาดสารอาหารและไม่ควรงดอาหารมากเกินไป

แม้ eGFR ตั้งแต่ 45 ขึ้นไป ก็ควรตรวจโพแทสเซียมเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง

จำง่าย: G1–G3a ไม่ต้องจำกัดผักผลไม้เป็นกิจวัตร; G3b เริ่มระวังอาหารเข้มข้นและควรตรวจโพแทสเซียมเมื่อมีโอกาส; G4–G5 ควรวางแผนจากผลเลือดและภาวะโภชนาการของแต่ละคน

3. ถ้าโพแทสเซียมปกติ ไม่จำเป็นต้องงดผักและผลไม้ทุกชนิด

หากโพแทสเซียมอยู่ในเกณฑ์ ปัสสาวะยังดี และแพทย์ไม่ได้สั่งจำกัดโพแทสเซียม ผู้ป่วย CKD ระยะต้นถึงระยะกลางส่วนใหญ่สามารถรับประทานผักและผลไม้หลากหลายได้ในปริมาณพอเหมาะ การงดโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ได้รับใยอาหารและพลังงานไม่พอ เกิดท้องผูก และเสี่ยงขาดสารอาหาร

ให้เน้นอาหารสด ลดอาหารแปรรูป และหลีกเลี่ยงเกลือทดแทนที่มี potassium chloride เมื่อมีความเสี่ยงโพแทสเซียมสูง เพราะโพแทสเซียมจากสารเติมแต่งและเกลือทดแทนอาจดูดซึมได้มากกว่าจากพืชทั้งชิ้น [1], [4]

4. ผักและผลไม้ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในผู้ป่วยโรคไต

อาหารต่อไปนี้ไม่ใช่อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไตทุกคน แต่ควรระวังในผู้ป่วย CKD ระยะ G3b–G5 ผู้ที่ปัสสาวะลดลง เคยมีโพแทสเซียมสูง มีนิ่วออกซาเลต หรือได้รับยาที่เพิ่มโพแทสเซียม

เมื่อโพแทสเซียมสูง แพทย์ควรประเมินสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ยา ภาวะเลือดเป็นกรด เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี ท้องผูก ภาวะขาดน้ำ หรือสิ่งส่งตรวจเม็ดเลือดแตก ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากผักเพียงอย่างเดียว

กลุ่มผักและผลไม้ที่ควรระวัง พร้อมแนวทางปฏิบัติ
กลุ่มความเสี่ยง ตัวอย่างอาหาร ใครควรระวัง คำแนะนำที่นำไปใช้ได้
โพแทสเซียมสูง กล้วย อะโวคาโด ส้มและน้ำส้ม ทุเรียน ผลไม้แห้ง น้ำมะพร้าว มันฝรั่ง มันเทศ ฟักทอง ผักโขมหรือปวยเล้งสุก และถั่วเมล็ดแห้งปริมาณมาก [3], [9] CKD ระยะ G3b–G5 ผู้ที่ปัสสาวะน้อย เคยมีโพแทสเซียมสูง หรือใช้ยาที่เพิ่มโพแทสเซียม ไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด แต่ลดขนาดส่วน ไม่รับประทานหลายชนิดพร้อมกัน และตรวจโพแทสเซียมเมื่อมีโอกาส
อาหารเข้มข้น น้ำผัก น้ำผลไม้ สมูทตี น้ำบีตรูต น้ำมะเขือเทศ มะเขือเทศบด ซอสมะเขือเทศเข้มข้น ผงผัก และน้ำต้มผัก ผู้ป่วย CKD ตั้งแต่ G3b ผู้มีโพแทสเซียมสูง เบาหวาน หรือต้องจำกัดน้ำ เลือกกินผักหรือผลไม้ทั้งชิ้นครั้งละหนึ่งส่วน แทนการนำวัตถุดิบหลายส่วนมาปั่นหรือคั้นรวมกัน
ออกซาเลตสูง ผักโขม ปวยเล้ง Swiss chard บีตรูต และผลิตภัณฑ์ปั่นเข้มข้นจากอาหารเหล่านี้ ผู้มีนิ่วแคลเซียมออกซาเลตซ้ำ โรคลำไส้ที่เพิ่มการดูดซึมออกซาเลต หรือเคยมีภาวะออกซาเลตทำลายไต หลีกเลี่ยงการปั่นหรือคั้นเข้มข้น ส่วนการจำกัดอาหารควรพิจารณาตามชนิดนิ่วและคำแนะนำของแพทย์
โซเดียมหรือน้ำตาลสูง ผักดอง ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม ผลไม้กระป๋องในน้ำเชื่อม และผลไม้จิ้มพริกเกลือ ผู้ป่วย CKD ทุกระยะ โดยเฉพาะผู้มีความดันสูง บวม หัวใจล้มเหลว หรือเบาหวาน เลือกของสด ไม่เติมพริกเกลือ หากใช้ของกระป๋องให้เลือกชนิดไม่เติมเกลือหรือน้ำตาลและเทน้ำทิ้ง
มะเฟือง มะเฟืองสด น้ำมะเฟือง และผลิตภัณฑ์จากมะเฟือง ผู้ป่วยโรคไตทุกระยะ ควรหลีกเลี่ยง เพราะสารพิษต่อระบบประสาทอาจสะสม ทำให้สะอึกไม่หยุด สับสน หรือชักได้

ตัวเลือกที่มักมีโพแทสเซียมต่ำกว่า: ผัก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แตงกวา พริกหวาน หอมหัวใหญ่ ถั่วแขก และผักกาดหอม; ผลไม้ เช่น แอปเปิล องุ่น สับปะรด ลูกแพร์ และเบอร์รี โดยยังต้องควบคุมขนาดส่วน [3], [4]

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่บัญชีห้ามตายตัว ปริมาณโพแทสเซียมเปลี่ยนตามพันธุ์ ขนาดส่วน ความสุก วิธีปรุง และผลิตภัณฑ์ ผู้ป่วยฟอกไตควรใช้แผนอาหารจากหน่วยไตหรือนักกำหนดอาหารโรคไต

5. กะปริมาณอย่างไรให้ผู้ป่วยนำไปใช้ได้

ขนาดส่วนสำคัญกว่าชื่ออาหารเพียงอย่างเดียว การรับประทานผักโพแทสเซียมต่ำครั้งละหลายถ้วยอาจให้โพแทสเซียมรวมสูงกว่าผักโพแทสเซียมสูงเพียงคำสองคำ

6. วิธีลดโพแทสเซียมจากผักและพืชหัว

  1. ปอกและหั่นเป็นชิ้นเล็กหรือแผ่นบาง
  2. ล้าง แล้วแช่ในน้ำอุ่นที่ไม่ใส่เกลืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยใช้น้ำประมาณ 10 เท่าของปริมาณผัก หากแช่นานกว่านั้นควรเปลี่ยนน้ำ
  3. ล้างอีกครั้ง แล้วต้มในน้ำที่ไม่ใส่เกลือประมาณ 5 เท่าของปริมาณผัก
  4. เทน้ำแช่และน้ำต้มทิ้ง ไม่ใช้น้ำดังกล่าวทำแกง ซุป หรือน้ำราด
  5. แม้ลดโพแทสเซียมแล้ว ยังต้องจำกัดขนาดส่วน

การแช่และต้มช่วยลดโพแทสเซียมได้บางส่วน แต่ไม่ทำให้อาหารนั้นกลายเป็นอาหารที่กินได้ไม่จำกัด และอาจทำให้วิตามินบางชนิดสูญเสียไปด้วย [3]

7. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผักและผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคไต

ข้อควรจำ: ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงมะเฟืองทั้งผลสด น้ำมะเฟือง และผลิตภัณฑ์ที่มีมะเฟือง เพราะอาจเกิดพิษต่อระบบประสาทได้

ผู้ป่วยโรคไตกินมะเฟืองได้หรือไม่

ควรหลีกเลี่ยงมะเฟืองทั้งผลสด น้ำมะเฟือง และผลิตภัณฑ์จากมะเฟือง เพราะมีสารที่ไตซึ่งทำงานลดลงอาจกำจัดได้ไม่ดี สารดังกล่าวอาจสะสมและทำให้สะอึกไม่หยุด สับสน ซึม ชัก หรือเกิดอาการรุนแรงได้ [5]

หากผู้ป่วยโรคไตรับประทานมะเฟืองแล้วมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลและแจ้งแพทย์ว่าได้รับประทานมะเฟือง

ผู้ป่วยโรคไตดื่มน้ำผัก น้ำผลไม้ หรือสมูทตีได้หรือไม่

การปั่นไม่ได้ทำให้ผักหรือผลไม้กลายเป็นสารพิษ แต่ทำให้รับประทานวัตถุดิบหลายส่วนได้รวดเร็วในแก้วเดียว จึงอาจได้รับโพแทสเซียมและน้ำตาลมากกว่าการรับประทานเป็นชิ้น และหากใช้ผักที่มีออกซาเลตสูงปริมาณมากเป็นประจำก็อาจเพิ่มภาระออกซาเลตได้

ผู้ป่วย CKD ระยะ G3b–G5 ผู้ที่โพแทสเซียมสูง เป็นเบาหวาน หรือต้องจำกัดน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชนิดเข้มข้นในปริมาณมากหรือเป็นประจำ และเลือกกินผักหรือผลไม้ทั้งชิ้นครั้งละหนึ่งส่วนแทน [3], [6]

ผักโขม ปวยเล้ง และบีตรูตทำลายไตหรือไม่

อาหารเหล่านี้ไม่ใช่สารพิษต่อไตและไม่จำเป็นต้องห้ามผู้ป่วย CKD ทุกคน แต่มีออกซาเลตค่อนข้างสูง จึงควรระวังในผู้ที่มีนิ่วแคลเซียมออกซาเลตซ้ำ มีโรคลำไส้ที่เพิ่มการดูดซึมออกซาเลต หรือเคยมีภาวะออกซาเลตทำลายไต

ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การรับประทานอาหารออกซาเลตสูงในปริมาณมากหรือปั่นเป็นเครื่องดื่มเข้มข้นเป็นประจำ ไม่ใช่การรับประทานผักเพียงเล็กน้อยในอาหารทั่วไป [6]

ผู้ป่วยโรคไตกินมะเขือเทศได้หรือไม่

มะเขือเทศสดปริมาณเล็กน้อยไม่จำเป็นต้องห้ามผู้ป่วยทุกคน แต่ซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศบด น้ำมะเขือเทศ และซุปมะเขือเทศมีวัตถุดิบเข้มข้นกว่า จึงอาจให้โพแทสเซียมมากกว่าในปริมาณบริโภคเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศสำเร็จรูปบางชนิดมีโซเดียมและน้ำตาลสูงด้วย ผู้ที่โพแทสเซียมสูงควรลดขนาดส่วนและอ่านฉลากโซเดียมก่อนเลือกซื้อ [3]

ผู้ป่วยโรคไตใช้เกลือทดแทนหรือเครื่องปรุงโซเดียมต่ำได้หรือไม่

ผลิตภัณฑ์บางชนิดลดโซเดียมโดยใช้ potassium chloride แทนเกลือ จึงอาจเพิ่มโพแทสเซียมในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วย CKD ระยะ G3b–G5 ผู้ที่เคยมีโพแทสเซียมสูง หรือผู้ที่ใช้ ACE inhibitor, ARB, spironolactone หรือ finerenone

ควรอ่านรายการส่วนประกอบ หากพบคำว่า “potassium chloride” หรือ “โพแทสเซียมคลอไรด์” ไม่ควรใช้เป็นประจำโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร [1], [4]

8. ผลไม้กินได้ แต่ต้องคุมชนิด ปริมาณ และน้ำตาล

9. เมื่อไรควรติดต่อแพทย์

ภาวะโพแทสเซียมสูงอาจไม่มีอาการ จึงไม่ควรรอให้อาการเกิดก่อนตรวจซ้ำหรือรับการรักษาตามที่แพทย์นัด

สรุปสำหรับนำไปปฏิบัติ

  1. G1–G3a และไม่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่ต้องจำกัดผักผลไม้เป็นกิจวัตร
  2. G3b ควรลดอาหารเข้มข้นและตรวจโพแทสเซียมเมื่อมีโอกาส
  3. G4–G5 ควรวางแผนอาหารจากผลเลือด ปริมาณปัสสาวะ และภาวะโภชนาการ
  4. หากค่าสูง ให้ลดอาหารเข้มข้น เลือกชนิดที่ต่ำกว่า และควบคุมขนาดส่วน
  5. กินผลไม้ทั้งชิ้นแทนน้ำคั้นหรือสมูทตี
  6. หลีกเลี่ยงมะเฟือง และระวังเกลือทดแทนที่มี potassium chloride
  7. ให้แพทย์ประเมินยา ท้องผูก ภาวะกรด เบาหวานและภาวะขาดน้ำร่วมด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2024;105(4S):S117–S314. KDIGO 2024
  2. Ikizler TA, Burrowes JD, Byham-Gray LD, et al. KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. American Journal of Kidney Diseases. 2020;76(3 Suppl 1):S1–S107. KDOQI 2020
  3. National Kidney Foundation. Potassium in Your CKD Diet. คำแนะนำเรื่องโพแทสเซียมและวิธีลดโพแทสเซียม
  4. Indian Health Service. Potassium: Tips for People with Chronic Kidney Disease. รายการอาหารและคำเตือนเรื่องเกลือทดแทน
  5. National Kidney Foundation. Why You Should Avoid Eating Starfruit. คำเตือนเรื่องมะเฟือง
  6. National Kidney Foundation. Kidney Stone Diet Plan and Prevention. อาหารออกซาเลตและนิ่วในไต
  7. U.S. National Library of Medicine. DailyMed: Spironolactone—Prescribing Information. ข้อมูลกำกับยา spironolactone
  8. Australian Commission on Safety and Quality in Health Care. Kerendia (finerenone): Medicine Information. การติดตามโพแทสเซียมและ eGFR
  9. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. กินทุเรียนเยอะ เสี่ยงอาการทรุดในผู้ป่วยโรคไตและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไต

คำเตือนทางการแพทย์: เนื้อหานี้ใช้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหารโรคไตได้ ผู้ป่วยที่ฟอกไต มีโพแทสเซียมผิดปกติ น้ำหนักลด หรือรับประทานอาหารได้น้อย ควรได้รับแผนอาหารเฉพาะบุคคล

เขียนและตรวจทบทวนโดย:
นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร
อายุรแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
เลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 10492