
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
คำชี้แจงที่สำคัญ (ต้องอ่านก่อน):
แบบประเมินนี้เป็นเพียง "เครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น" เท่านั้น
ไม่สามารถ ใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้
หากคุณมีข้อกังวลใดๆ หรือมีคะแนนความเสี่ยงสูง กรุณานำผลนี้ไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อรับการตรวจเลือด (eGFR) และตรวจปัสสาวะ (uACR)
เพศ: [ ] ชาย [ ] หญิง
อายุ: ________ ปี
กรุณาตอบคำถามต่อไปนี้ (หากมีข้อใด "ใช่" แม้เพียงข้อเดียว ถือว่าคุณมีความเสี่ยงสูง)
คุณเป็น โรคเบาหวาน หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณเป็น โรคความดันโลหิตสูง หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณมี ประวัติครอบครัว (พ่อ, แม่, พี่, น้อง) ที่เป็นโรคไตวาย หรือต้องฟอกไต/ปลูกถ่ายไต หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณมี อายุ 60 ปีขึ้นไป หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณเป็น โรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์/อัมพาต) หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณเคยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น โรคนิ่วในไต, โรคเก๊าท์, หรือโรค SLE (โรคพุ่มพวง) หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณเคยได้รับการแจ้งเตือนจากแพทย์ว่า "ตรวจพบโปรตีน (อัลบูมิน) ในปัสสาวะ" หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณเคยได้รับการแจ้งเตือนจากแพทย์ว่า "ค่าการทำงานของไต (ครีเอตินิน) ผิดปกติ" หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
(หากคุณตอบ "ไม่ใช่" ทุกข้อในส่วนที่ 2 กรุณาตอบส่วนที่ 3 ต่อ)
คุณ สูบบุหรี่ (ในปัจจุบัน) หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณมีภาวะ น้ำหนักเกิน หรือ อ้วน (BMI > 25) หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณกิน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac, Arcoxia) เป็นประจำ/ต่อเนื่อง หรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณกิน อาหารแปรรูป (เช่น ไส้กรอก, กุนเชียง, ของดอง) หรือ อาหารรสเค็มจัด เป็นประจำหรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
คุณกิน ยาชุด, ยาสมุนไพร, หรือยาต้ม/ยาหม้อ ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัดเป็นประจำหรือไม่?
[ ] ใช่ [ ] ไม่ใช่
เราจะไม่ใช้การนับคะแนนรวม แต่จะใช้ "เกณฑ์การตัดสินใจ" ดังนี้:
เกณฑ์: คุณตอบ "ใช่" แม้เพียง 1 ข้อ ใน "ส่วนที่ 2: ปัจจัยเสี่ยงสูง"
คำแนะนำ: คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างชัดเจน "เบาหวาน" และ "ความดัน" คือสาเหตุอันดับ 1 และ 2 ของโรคไตวาย คุณ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปพบแพทย์ เพื่อ "ตรวจคัดกรองโรคไต" (ตรวจเลือดหาค่า eGFR และตรวจปัสสาวะหาค่า uACR) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่าคุณจะยังไม่มีอาการใดๆ ก็ตาม
เกณฑ์: คุณตอบ "ไม่ใช่" ทุกข้อในส่วนที่ 2 แต่ ตอบ "ใช่" ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ใน "ส่วนที่ 3: ปัจจัยเสี่ยงด้านวิถีชีวิต"
คำแนะนำ: แม้คุณจะยังไม่มีโรคประจำตัว แต่พฤติกรรมของคุณ (เช่น การสูบบุหรี่, การกินยา NSAIDs, การกินเค็ม) กำลัง "เร่ง" ให้ไตของคุณทำงานหนักและอาจเสื่อมได้ในอนาคต แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ และ เริ่ม "ปรับพฤติกรรม" ตามข้อแนะนำด้านล่างอย่างจริงจัง
เกณฑ์: คุณตอบ "ไม่ใช่" ทุกข้อในส่วนที่ 2 และ ตอบ "ใช่" เพียง 0-1 ข้อ ในส่วนที่ 3
คำแนะนำ: ยินดีด้วยครับ คุณมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงโรคไตจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ขอให้คุณ "รักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดี" นี้ไว้ และเฝ้าระวังต่อไป
ควบคุมโรคประจำตัว: (สำคัญที่สุด!) ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดในการรักษา เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, และโรคหัวใจ
ควบคุมอาหาร: ลดการกิน "เค็ม" (โซเดียม), เลี่ยงอาหารแปรรูป, เน้นผักและผลไม้ที่เหมาะสม
ควบคุมน้ำหนัก: ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
งดสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงยาที่เป็นพิษต่อไต: (NSAIDs, ยาชุด, ยาสมุนไพร) หากไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
นี่คือแหล่งอ้างอิงและแนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลังแบบประเมินนั้นครับ:
KDIGO (Kidney Disease: Improving Global Outcomes):
ความสำคัญ: นี่คือองค์กรสากลที่กำหนด "มาตรฐาน" ในการวินิจฉัยและแบ่งระยะโรคไต (G1-G5, A1-A3) ที่เราคุยกันไป (ตาราง Heat Map)
การอ้างอิง: แนวทางของ KDIGO คือสิ่งที่ยืนยันว่า "การตรวจพบโปรตีนรั่ว (Albuminuria)" และ "การลดลงของ GFR" คือตัวชี้วัดความเสียหายของไตโดยตรง (ซึ่งเป็นที่มาของคำถามในส่วนที่ 2 ข้อ 7 และ 8)
แบบประเมินความเสี่ยงส่วนใหญ่ในโลก (รวมถึงที่ผมปรับปรุงให้) จะอิงตามแบบสอบถามคัดกรองขององค์กรเหล่านี้ ซึ่งเน้นปัจจัยเสี่ยงที่ "พิสูจน์แล้ว"
National Kidney Foundation (NKF) (มูลนิธิโรคไตแห่งชาติ สหรัฐฯ):
ความสำคัญ: NKF มี "แบบทดสอบความเสี่ยงโรคไต" (Kidney Risk Quiz) ที่มีชื่อเสียงมาก
การอ้างอิง: ปัจจัยเสี่ยงหลักในแบบทดสอบของ NKF (ซึ่งตรงกับส่วนที่ 2 ของเรา) ได้แก่:
โรคเบาหวาน (Diabetes)
ความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure)
โรคหัวใจ (Heart Disease)
ประวัติครอบครัวเป็นโรคไต (Family History)
อายุ 60 ปีขึ้นไป (Age > 60)
(และภาวะอ้วน)
CDC (Centers for Disease Control and Prevention) (สหรัฐฯ):
การอ้างอิง: CDC ยืนยันเช่นกันว่า "เบาหวาน" และ "ความดันโลหิตสูง" คือ 2 สาเหตุหลักที่นำไปสู่โรคไตวาย (คิดเป็น 2 ใน 3 ของผู้ป่วยไตวายทั้งหมด)
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (The Nephrology Society of Thailand):
ความสำคัญ: นี่คือแหล่งอ้างอิงที่ "สำคัญที่สุด" สำหรับบริบทของคนไทย
การอ้างอิง: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคไตเรื้อรัง (CPG) ของสมาคมฯ ระบุชัดเจนว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย คือ "โรคเบาหวาน" และ "โรคความดันโลหิตสูง"
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "โรคเก๊าท์" และ "โรคนิ่วในไต" ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนไทย (ซึ่งตรงกับส่วนที่ 2 ข้อ 6)
คำถามในส่วนที่ 3 (การสูบบุหรี่, ยา NSAIDs, การกินเค็ม) มาจากแนวทาง "การชะลอไตเสื่อม" (Factors for CKD Progression) ที่องค์กรทั้งหมดข้างต้นกล่าวถึงตรงกัน:
การใช้ยา NSAIDs: เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของ "โรคไตวายเฉียบพลัน" (AKI) และทำให้ไตเสื่อมเรื้อรังเร็วขึ้น (อ้างอิงจาก NKF และสมาคมโรคไตฯ)
การสูบบุหรี่: เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโปรตีนรั่ว และเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น (อ้างอิงจาก AHA และ NKF)
การกินเค็ม/อาหารแปรรูป: สัมพันธ์โดยตรงกับการเกิด "ความดันโลหิตสูง" ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไต
การใช้ยาสมุนไพร/ยาชุด: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมากในบริบทของไทย (Acute Interstitial Nephritis) ที่ทำให้ไตวายเฉียบพลันได้
สรุป: แบบประเมินนี้ สร้างขึ้นโดยการสังเคราะห์ "ปัจจัยเสี่ยงหลัก" (เช่น เบาหวาน, ความดัน) ที่ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และ National Kidney Foundation (NKF) ใช้ในการคัดกรองประชาชน ร่วมกับ "ปัจจัยเร่ง" (เช่น NSAIDs, การสูบบุหรี่) ที่ระบุไว้ในแนวทางเวชปฏิบัติสากล (KDIGO) ครับ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว