siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

การจัดการฟอสฟอรัสและแคลเซียมในผู้ป่วยโรคไต (CKD-MBD)

นอกเหนือจากการคุมความดันและลดเค็มแล้ว ภารกิจที่ซับซ้อนและสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคไตเสื่อม (โดยเฉพาะระยะ 3b, 4 และ 5) คือการต่อสู้กับศัตรูเงียบที่ชื่อ "ฟอสฟอรัส"

ภาวะฟอสฟอรัสในเลือดสูง (Hyperphosphatemia) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมาก มันไม่เพียงทำให้ "กระดูกผุ" แต่ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "หลอดเลือดแข็ง" และนำไปสู่โรคหัวใจวายและอัมพาต

บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น และเราจะจัดการมันอย่างไร


1. "วงจรที่อันตราย": เมื่อสมดุลแร่ธาตุล่มสลาย

ในคนปกติ ไตทำหน้าที่ 3 อย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้:

  1. ขับ "ฟอสฟอรัส" ส่วนเกินทิ้ง

  2. รักษาสมดุล "แคลเซียม"

  3. สร้าง "วิตามินดี" ชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ (Active Vitamin D)

เมื่อไตเสื่อม (CKD Stage 3-5):

  1. ฟอสฟอรัส (P) สูง: ไตขับฟอสฟอรัส (P) ที่เรากินเข้าไป (จากอาหาร) ได้น้อยลง P จึงคั่งค้างในเลือด

  2. วิตามินดี (D) ต่ำ: ไตสร้าง Active Vitamin D ไม่ได้

  3. แคลเซียม (Ca) ต่ำ (ในตอนแรก): เมื่อขาด Active Vitamin D ร่างกายก็ดูดซึมแคลเซียม (Ca) จากอาหารไม่ได้ ทำให้ Ca ในเลือดต่ำลง

ปฏิกิริยาของร่างกาย (หายนะเริ่มที่นี่): ร่างกายมี "ต่อมพาราไทรอยด์" (Parathyroid Gland)

ที่คอยรักษาสมดุลแคลเซียม

ผลลัพธ์ (เรียกว่า CKD-MBD: Chronic Kidney Disease–Mineral and Bone Disorder):


2. ผลกระทบ: อาการที่ "คัน" และ "หลอดเลือดแข็ง"

เมื่อในเลือดมี ฟอสฟอรัส (P) และ แคลเซียม (Ca) สูงพร้อมกัน (ค่า Ca x P > 55) มันจะจับตัวกันเป็น "ผลึกหินปูน" (Calcium-Phosphate Crystals) และไปเกาะตามที่ต่างๆ:

  1. ที่ผิวหนัง (Symptom 1): ทำให้เกิดอาการ "คันตามผิวหนัง" อย่างรุนแรง (Uremic Pruritus) ซึ่งเป็นอาการที่ทรมานมาก

  2. ที่หลอดเลือด (Symptom 2 - The Silent Killer):

    • หินปูนเหล่านี้จะไป "เกาะ" ตามผนังหลอดเลือดหัวใจและสมอง

    • ทำให้หลอดเลือดที่เคยยืดหยุ่น กลายเป็น "ท่อแป๊บแข็งๆ" (Vascular Calcification)

    • ผลคือ: ความดันโลหิตสูงขึ้น (เพราะท่อไม่ยืดหยุ่น), หัวใจทำงานหนักขึ้น, และเพิ่มความเสี่ยง "หัวใจวาย" และ "อัมพาต" หลายเท่าตัว

เป้าหมายของเราคือ: ต้อง "ตัดวงจร" นี้โดยการ "คุมฟอสฟอรัส" ให้ได้


3. แผนปฏิบัติการ 3 ด้าน (ต้องทำพร้อมกัน)

การควบคุมฟอสฟอรัสในผู้ป่วยไตวาย ต้องใช้ 3 กลยุทธ์ร่วมกันเสมอ:

กลยุทธ์ที่ 1: การควบคุมอาหาร (หัวใจหลัก)

กลยุทธ์ที่ 2: การใช้ยาจับฟอสฟอรัส (Phosphate Binders)

กลยุทธ์ที่ 3: การใช้ยาควบคุมฮอร์โมน (Vitamin D & Others)

สรุป: ภาวะฟอสฟอรัสสูงเป็นภัยเงียบที่อันตรายที่สุด การต่อสู้กับมันต้องอาศัย "ทีม" คือ 1. คุณ (ที่ต้องคุมอาหาร) 2. ยาจับฟอสฟอรัส (ที่ต้องกินพร้อมอาหาร) และ 3. แพทย์ (ที่ช่วยปรับยา)

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว