siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

ผลกระทบ 2 ทิศทาง: เมื่อ "โรคไตเสื่อม" ย้อนกลับมา "ปั่นป่วน" เบาหวานของคุณ

เราทุกคนรู้ดีว่า "เบาหวาน" เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของ "โรคไตเสื่อม" แต่สิ่งที่ผู้ป่วยหลายคนไม่ทราบคือ เมื่อไตของคุณเริ่มเสื่อม (โดยเฉพาะในระยะ 3b, 4 และ 5) ภาวะไตเสื่อมนั้นจะ "ย้อนกลับ" มาส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการควบคุมเบาหวานของคุณ

ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดคือ: "ฉันต้องฉีดอินซูลินน้อยลง แสดงว่าเบาหวานของฉันดีขึ้น"... ซึ่งในความเป็นจริง มันอาจหมายความว่า "ไตของคุณกำลังแย่ลง" ต่างหาก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไตเสื่อมส่งผลต่อเบาหวาน:


1. "อินซูลิน" ค้างในร่างกายนานขึ้น


2. ความเสี่ยง "น้ำตาลในเลือดต่ำ" (Hypoglycemia) ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล

นี่คือผลกระทบที่ "อันตรายที่สุด" จากข้อ 1


3. ไต "สร้าง" น้ำตาลได้น้อยลง


4. "ยาเบาหวาน" ต้องปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ (สำคัญมาก!)

เนื่องจากไตเสื่อมทำให้ยาหลายชนิด (ไม่ใช่แค่อินซูลิน) ถูกขับออกจากร่างกายได้ยากขึ้น แพทย์จึงต้อง "ปรับเปลี่ยน" ยาเบาหวานของคุณอย่างเคร่งครัด

นี่คือ "กฎเหล็ก" ที่แพทย์ต้องทำเมื่อค่า GFR ของคุณลดลง:

  1. ยา Metformin (เมทฟอร์มิน):

    • ต้อง "ลด" ขนาด เมื่อ GFR เริ่มต่ำ (เช่น < 45)

    • ต้อง "หยุด" ยาเด็ดขาด เมื่อ GFR ต่ำมาก (เช่น < 30)

    • ทำไม: เพราะเสี่ยงต่อภาวะเลือดเป็นกรด Lactic Acidosis (แม้จะพบน้อย แต่ร้ายแรงถึงชีวิต)

  2. ยาฉีดอินซูลิน (Insulin):

    • ต้อง "ลด" ขนาดยาลง (ทุกชนิด) เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ (ตามข้อ 2)

  3. ยากลุ่ม Sulfonylureas (เช่น Glibenclamide, Glipizide):

    • ต้อง "หยุด" ยาหลายตัว ในกลุ่มนี้ (โดยเฉพาะ Glibenclamide)

    • ทำไม: ยาเหล่านี้พึ่งพาไตในการขับออก เมื่อไตเสื่อม ยาจะค้างและทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำที่ "รุนแรงและยาวนาน" (อาจต่ำนานข้ามวัน)

  4. ยาที่ "ปลอดภัย" (SGLT2i / GLP-1 RA):

    • ยาเบาหวานกลุ่มใหม่ๆ (เช่น SGLT2i ที่เราคุยกันว่าช่วยปกป้องไต) หลายตัว "สามารถใช้ต่อได้" ในผู้ป่วยโรคไต (แม้ GFR จะต่ำ)

    • นี่คือเหตุผลที่แพทย์มักจะ "หยุด" ยาเก่า (Metformin, Sulfonylureas) และ "เปลี่ยน" มาใช้ยาใหม่เหล่านี้แทนในผู้ป่วยโรคไต

สรุป: ความสัมพันธ์ระหว่างเบาหวานกับไตเป็น "วงจร 2 ทาง" ครับ เมื่อไตเสื่อม มันจะทำให้การคุมเบาหวาน "ยากขึ้น" และ "อันตรายขึ้น" (เสี่ยงน้ำตาลต่ำ) ผู้ป่วยจึงต้องพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อ "ปรับยา" ให้เหมาะสมกับค่าไตที่เปลี่ยนไป และต้องระมัดระวังภาวะน้ำตาลต่ำให้มากขึ้นกว่าเดิมครับ

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว