
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
สวัสดีครับ มีคนไข้หลายคนตกใจเมื่อเจาะเลือดแล้วพบค่าน้ำตาลสูงปรี๊ด ทั้งที่คุมอาหารดีมาก สาเหตุหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ "ยาที่กินอยู่" ครับ
หมอขอเน้นย้ำก่อนเริ่มนะครับว่า:
📌 "ยาที่ทำให้น้ำตาลสูง ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้" ยาบางชนิดมีความจำเป็นต่อการรักษาโรคแทรกซ้อน แต่คนเป็นเบาหวานต้อง "รู้ตัว" และ "แจ้งแพทย์" ทุกครั้ง เพื่อปรับแผนการคุมน้ำตาลให้เหมาะสมครับ
เรามาดูกันว่า 6 กลุ่มยาที่เป็นตัวการแฝง มีอะไรบ้าง?
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและรุนแรงที่สุดครับ
ตัวยาที่พบ: Prednisolone, Dexamethasone, ยาฉีดเข้าข้อ
แหล่งที่มาแฝง: ยาชุดแก้ปวด, ยาหม้อ, ยาลูกกลอน, ยาแก้แพ้/แก้หอบชุดละ 20 บาท
ผลกระทบ: สเตียรอยด์จะกระตุ้นให้ตับผลิตน้ำตาลออกมามหาศาล และทำให้ร่างกายดื้ออินซูลินทันที
อาการ: น้ำตาลมักพุ่งสูงเร็วและแรง (บางรายทะลุ 300-400 mg/dL) แม้ในคนที่ไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน
📌 หมอเจอประจำ: คนไข้ไปซื้อยาชุดแก้ปวดกินเองแค่ 2-3 วัน น้ำตาลพุ่งจนต้องนอนโรงพยาบาลครับ
ใช้สำหรับรักษาความดันโลหิตสูงและลดอาการบวม
ตัวยาที่พบ: Hydrochlorothiazide (HCTZ), Thiazide diuretics
ผลกระทบ: อาจทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน และระดับน้ำตาลสูงขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง
คำแนะนำ: ยานี้ยังมีประโยชน์มากในการคุมความดันและลดความเสี่ยงหัวใจวาย แพทย์มักจะเลือกใช้ในขนาดต่ำๆ ซึ่งปลอดภัย แต่ต้องติดตามผลเลือดครับ
ตัวยาที่พบ: ยาคุมชนิดกินที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนขนาดสูง
ผลกระทบ: ฮอร์โมนอาจรบกวนการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลสูงขึ้นได้ในผู้หญิงบางราย
คำแนะนำ: ปรึกษาเภสัชกรหรือสูตินารีแพทย์เพื่อเลือก "ยาคุมสูตรฮอร์โมนต่ำ" หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นที่ไม่ใช้ฮอร์โมนครับ
ตัวยาที่พบ: ยาต้านโรคจิต (Antipsychotics) บางชนิด, ยานอนหลับบางตัว
ผลกระทบ: ยาบางตัวกระตุ้นให้เจริญอาหาร น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเพิ่มภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลคุมยากขึ้น
คำแนะนำ: ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะอาการทางจิตเวชอาจกำเริบ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาหรือเน้นคุมอาหารให้เคร่งครัดขึ้นครับ
กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ป่วยโรคไต, โรคพุ่มพวง (SLE), โรคมะเร็ง, หรือผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ
ผลกระทบ: ยาจำเป็นต้องกดภูมิคุ้มกันหรือทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งส่งผลข้างเคียงต่อน้ำตาลในเลือด
คำแนะนำ: กลุ่มนี้เป็น "ยาจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาชีวิต" แพทย์เบาหวานจะทำงานร่วมกับแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อฉีดอินซูลินหรือปรับยาช่วยคุมน้ำตาลในช่วงที่ได้รับยาครับ
กลุ่มนี้คือ "กับดักที่อันตรายที่สุด"
ความจริงที่น่ากลัว: สมุนไพรหลายชนิดที่อวดอ้างว่า "ลดเบาหวานหายขาด" มักแอบผสม สเตียรอยด์ เพื่อให้คนไข้รู้สึกว่ากินแล้วหายปวด หายเพลียทันตาเห็น
ผลเสีย 2 เด้ง:
น้ำตาลพุ่งสูงจากสเตียรอยด์ที่แอบผสม
ไตพังเร็วขึ้นจากสารปนเปื้อนและพิษต่อไตโดยตรง
📌 เรื่องจริงจากห้องตรวจ: คนไข้จำนวนมากหยุดยาโรงพยาบาลไปกินยาสมุนไพร สุดท้ายกลับมาด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันและน้ำตาลสูงวิกฤต
แจ้งแพทย์ทุกครั้ง: ว่าท่านกำลังกินยาอะไรอยู่บ้าง (เอายาใส่ถุงมาให้หมอดูดีที่สุด)
อย่าหยุดยาเอง: ยาโรงพยาบาล (เช่น ยาความดัน ยาจิตเวช) แม้จะมีผลต่อน้ำตาลบ้าง แต่ประโยชน์มีมากกว่าโทษ แพทย์จะช่วยปรับยาเบาหวานให้สู้กับน้ำตาลที่ขึ้นได้ครับ
หนีให้ห่าง: ยาชุด ยาหม้อ ยาสมุนไพรที่ไม่มี อย. รับรอง คือศัตรูตัวร้ายของคนเบาหวานครับ
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว