คุณแม่ท้องต้องรู้! อันตรายของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะขณะตั้งครรภ์ และคู่มือดูแลรักษายาปฏิชีวนะที่ปลอดภัย
การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาอันวิเศษและเปี่ยมด้วยการรอคอยของทุกครอบครัว แต่ในแง่ของสรีรวิทยาแล้ว ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนและการขยายตัวของมดลูกอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบขับถ่ายน้ำปัสสาวะ [13]. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) เป็นภาวะอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ โดยเกิดขึ้นได้สูงถึงร้อยละ 8 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด [13].
ที่สำคัญที่สุดคือ ในขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องระคายเคืองเฉพาะจุดของคุณแม่อีกต่อไป แต่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย หรือลุกลามจนเป็นภัยคุกคามชีวิตของทั้งมารดาและบุตรในครรภ์ได้หากละเลยการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที [13].
ทำไมสตรีมีครรภ์จึงเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อระบบปัสสาวะสูงกว่าปกติ?
การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและกลไกธรรมชาติของครรภ์ เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดภาวะปัสสาวะคั่งค้างและเชื้อแบคทีเรียปีนขึ้นสู่ส่วนบนได้ง่ายขึ้นผ่าน 2 ปัจจัยหลัก:
- ผลจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone Effect): ฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งออกมาสูงมากขณะตั้งครรภ์เพื่อประคองครรภ์ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบของท่อไต (Ureters) เกิดการคลายตัวและลดการบีบตัวระบายปัสสาวะลง ปัสสาวะจึงไหลช้าลงและค้างอยู่ในท่อไตนานขึ้น [13].
- การกดทับทางกายภาพ (Mechanical Obstruction): เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น มดลูกที่เติบโตขึ้นตามขนาดทารกจะเบียดตัวและไปกดทับท่อไตทั้งสองข้าง (โดยเฉพาะด้านขวา) ขัดขวางการระบายน้ำปัสสาวะตามธรรมชาติ เกิดภาวะท่อไตและกรวยไตขยายตัว (Hydroureter and Hydronephrosis) [13].
การไหลเวียนปัสสาวะที่ช้าลง ร่วมกับสภาวะปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับสารอาหารและน้ำตาลสูงขึ้นตามธรรมชาติ จะเอื้อให้แบคทีเรียประจำถิ่นจากทวารหนักอย่าง Escherichia coli (E. coli) สามารถยึดเกาะ แบ่งตัว และเดินทางย้อนศร (Ascending infection) ขึ้นไปยังกรวยไตได้ง่ายกว่าสตรีทั่วไปหลายเท่าตัว [13].
ภัยเงียบของภาวะ "แบคทีเรียในปัสสาวะแต่ไม่มีอาการ" (Asymptomatic Bacteriuria: ASB)
คนส่วนใหญ่ที่ตรวจพบแบคทีเรียในปัสสาวะแต่ไม่มีอาการ (ASB) ไม่ได้ประโยชน์จากยาปฏิชีวนะ แต่หญิงตั้งครรภ์เป็นข้อยกเว้นสำคัญที่ควรตรวจคัดกรองและรักษาเมื่อเข้าเกณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงกรวยไตอักเสบ [13, 14].
พบว่าภาวะ ASB เกิดขึ้นในร้อยละ 2 ถึง 10 ของสตรีตั้งครรภ์ [13]. ปัญหาคือคุณแม่จะรู้สึกปกติดีทุกอย่าง แต่หากละเลยและไม่ได้รับการรักษากำจัดแบคทีเรียเหล่านี้ เชื้อจะมีโอกาสเดินทางลุกลามขึ้นไปกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pyelonephritis) สูงขึ้นถึง 5 เท่า (คิดเป็นอัตราร้อยละ 20-35 ของผู้ที่ไม่ได้รับการรักษา) [13].
ควรตรวจเพาะเชื้อปัสสาวะคัดกรอง ASB หนึ่งครั้งในช่วงต้นของการฝากครรภ์ หากพบเชื้อถึงเกณฑ์ แพทย์จะเลือกยาที่ตรงกับผลเพาะเชื้อและเหมาะกับอายุครรภ์ ไม่ควรซื้อยาใช้เอง [13].
อาการและอันตรายร้ายแรงของกระเพาะปัสสาวะอักเสบและกรวยไตอักเสบขณะตั้งครรภ์
โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในหญิงตั้งครรภ์ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ระดับตามตำแหน่งและความรุนแรงของอาการดังนี้:
1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน (Acute Cystitis)
คุณแม่จะมีอาการปัสสาวะแสบขัดตอนสุด เจ็บหน่วงหัวหน่าว ฉี่ขุ่น หรือปัสสาวะมีเลือดปนชัดเจน [13]. อย่างไรก็ตาม อาการฉี่บ่อยกะปริบกะปรอยและฉี่กลางคืน (Nocturia) นั้นเป็นอาการที่พบได้เป็นปกติของคนท้องเนื่องจากมดลูกไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ [13]. ดังนั้น เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและรักษาเกินความจำเป็น แพทย์จึงแนะนำให้ส่งตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urinalysis) และเพาะเชื้อเพื่อยืนยันโรคก่อนเริ่มยาทุกครั้ง [13].
2. กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pyelonephritis)
หากปล่อยให้โรคคืบคลานขึ้นสู่ไต จะกลายเป็นการติดเชื้อระบบอักเสบทั่วร่างกายรุนแรง คุณแม่จะมีไข้สูงเฉียบพลัน (> 38 องศาเซลเซียส) หนาวสั่นรุนแรง ปวดบั้นเอวข้างใดข้างหนึ่งอย่างลึกซึ้ง และกดเจ็บบริเวณมุมกระดูกซี่โครงด้านหลัง (CVA Tenderness) ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน [13].
ภาวะนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิตของแม่และเด็กในครรภ์:
- ผลกระทบต่อมารดา: เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจางรุนแรง (Anemia), ไตทำงานบกพร่องเฉียบพลัน, ปอดทำงานผิดปกติรุนแรงเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome: ARDS), และการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด (Sepsis/Urosepsis) [13].
- ผลกระทบต่อทารกในครรภ์: สารอักเสบและไข้สูงจะกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก ทำให้เกิด ภาวะเจ็บครรภ์และคลอดก่อนกำหนด (Preterm labour and birth) สูงมาก, ทารกเจริญเติบโตช้าและเกิดมาน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ, และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด [13].
แนวทางการวินิจฉัยและการหลีกเลี่ยงรังสีรบกวนครรภ์
ในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อระบบปัสสาวะในคุณแม่ตั้งครรภ์ มีกฎเกณฑ์เฉพาะทางเพื่อปกป้องทารกในครรภ์ดังนี้:
- การตรวจปัสสาวะ: เมื่อมีอาการควรเก็บปัสสาวะตรวจและเพาะเชื้อ แพทย์แปลผลร่วมกับอาการและคุณภาพตัวอย่าง ไม่ควรให้ผู้ป่วยใช้ตัวเลข CFU เพียงค่าเดียววินิจฉัยตนเอง [13].
- การตรวจภาพ: โดยทั่วไปอัลตราซาวนด์เป็นตัวเลือกแรกเมื่อจำเป็นต้องค้นหานิ่วหรือการอุดกั้น MRI ที่ไม่ใช้สารทึบรังสีอาจเป็นทางเลือก การตรวจที่ใช้รังสีรวมถึง CT ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาด หากมีเหตุจำเป็นแพทย์จะชั่งประโยชน์ ความเร่งด่วน และปริมาณรังสีร่วมกับทีมสูติกรรม [15].
คู่มือการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อครรภ์ (Antibiotic Stewardship)
การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อในคนท้องต้องรัดกุมมากที่สุด โดยยึดหลักเกณฑ์ความไวของเชื้อและความปลอดภัยตามแนวทางเวชปฏิบัติของไทย พ.ศ. 2568 และสากล ดังตารางสรุปต่อไปนี้ [13]:
| ระดับโรคการติดเชื้อ | ยาต้านจุลชีพแนะนำอันดับแรก | ยาต้านจุลชีพทางเลือก | หมายเหตุ / ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย |
|---|---|---|---|
| แบคทีเรียไม่มีอาการ (ASB) & กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) |
• Nitrofurantoin modified-release 100 mg กินวันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน เมื่อ eGFR ≥45 mL/min [16] • Fosfomycin trometamol 3 g กินครั้งเดียว เป็นทางเลือกสำหรับ ASB/cystitis ไม่ใช้รักษากรวยไตอักเสบ [13] |
• Amoxicillin 500 mg วันละ 3 ครั้ง นาน 7 วัน ใช้เมื่อผลเพาะเชื้อยืนยันว่าไวต่อยา [16] • Cefalexin 500 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 7 วัน [16] |
⚠️ ข้อระวัง nitrofurantoin: แพทย์ต้องพิจารณาภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD การทำงานของไต และช่วงใกล้คลอดเป็นรายบุคคล ไม่ควรเหมารวมว่าห้ามใช้ตลอดไตรมาสที่ 3 [13]. |
| กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pyelonephritis) |
• Ceftriaxone หรือ cefepime เป็นตัวอย่าง cephalosporin ชนิดฉีดตาม ACOG; ให้ทีมโรงพยาบาลกำหนดขนาดตามความรุนแรง ไต และแนวทางของสถานพยาบาล [13] • Ampicillin ร่วมกับ gentamicin เป็นอีกแนวทางหนึ่งภายใต้การดูแลในโรงพยาบาล [13] |
• Cefuroxime 750 mg–1.5 g ฉีดวันละ 3–4 ครั้ง เป็นตัวอย่าง first-choice IV regimen ใน NICE เมื่ออาเจียน รับประทานยาไม่ได้ หรืออาการรุนแรง [17] • หากเชื้อดื้อยา สงสัย sepsis หรือจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาหรือโรคติดเชื้อ |
🏥 เริ่มรักษาในโรงพยาบาล: ACOG แนะนำให้ยาฉีดจนผู้ป่วยดีขึ้นและให้ยารวมครบ 14 วัน; ทบทวนชนิดยาตามผลเพาะเชื้อ [13]. ⚠️ ยากลุ่ม aminoglycoside เช่น gentamicin ต้องกำหนดขนาดและติดตามระดับยา/การทำงานของไตโดยทีมรักษา |
ยาที่มักหลีกเลี่ยงหรือใช้เฉพาะเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น
- Fluoroquinolones: โดยทั่วไปหลีกเลี่ยงเมื่อมีทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่ไม่ควรสรุปว่าได้รับยาแล้วจะเกิดอันตรายรุนแรงแน่นอน ผู้ที่ได้รับยาไปแล้วควรแจ้งสูติแพทย์ ไม่ควรหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
- Trimethoprim หรือ trimethoprim-sulfamethoxazole: มีข้อกังวลเรื่องการต้านโฟเลตในไตรมาสแรกและข้อควรระวังช่วงปลายครรภ์ แพทย์อาจใช้เมื่อไม่มีทางเลือกที่เหมาะสม โดยพิจารณาอายุครรภ์ ผลเพาะเชื้อ และประโยชน์เทียบความเสี่ยง [13].
การติดตามผลและการป้องกันโรคกลับเป็นซ้ำในหญิงตั้งครรภ์
เนื่องจากโครงสร้างระบบปัสสาวะขณะท้องค่อนข้างเปราะบาง หลังจากรับการรักษาจนหายดีแล้ว การป้องกันและการเฝ้าระวังเชิงรุกจึงเป็นสิ่งสำคัญ:
- การตรวจซ้ำ: หลังรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาเพาะเชื้อซ้ำใน 1–2 สัปดาห์ หรือเฝ้าดูและตรวจใหม่เมื่ออาการกลับมา เพราะหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะบังคับตรวจซ้ำทุกราย [13].
- เมื่อเกิด UTI ซ้ำระหว่างตั้งครรภ์: แพทย์อาจพิจารณายาป้องกันต่อเนื่องในบางราย แต่หลักฐานเรื่องประโยชน์ สูตร และขนาดยายังจำกัด จึงต้องเลือกตามเชื้อและความปลอดภัยรายบุคคล ไม่ควรซื้อยาใช้เอง [13].
ข้อควรทราบ: ตารางยาใช้เพื่อช่วยให้เข้าใจการรักษา ไม่ใช่คำสั่งใช้ยารายบุคคล การเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยพิจารณาผลเพาะเชื้อ อายุครรภ์ การแพ้ยา การทำงานของไต และภาวะของมารดาและทารก
📚 เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)
- European Association of Urology (EAU). Guidelines on Urological Infections 2026. [EAU-Guidelines-on-Urological-Infections-2026_2026-05-18-101552_yupb.pdf]
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ พ.ศ. 2568. [แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ_พ.ศ._2568.pdf]
- สมาคมโรคติดเชื้อในระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย. Clinical Practice Guideline for UTIs (2568_final). [clinical practice guideline UTIs 2568_final.pdf]
- Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine, Chiang Mai University. Urinary Tract Infections in Pregnancy (นพ.ณัฐพล พบลาภ, รศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ). [Urinary Tract Infections in Pregnancy - Department of Obstetrics and Gynecology Faculty of Medicine Chiang Mai University]
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Urinary Tract Infections in Pregnant Individuals. Clinical Consensus Number 4 (August 2023). [Urinary Tract Infections in Pregnant Individuals. Obstet Gynecol. 2023]
- Infectious Diseases Society of America (IDSA). Clinical Practice Guideline for the Management of Asymptomatic Bacteriuria: 2019 Update. [Nicolle LE, et al. Clin Infect Dis. 2019]
- Singapore Agency for Care Excellence (ACE). UTI - Appropriate Diagnosis and Antibiotic Use for Uncomplicated Cystitis and Pyelonephritis (December 2023). [UTI – appropriate diagnosis and antibiotic use for uncomplicated cystitis and pyelonephritis (De.pdf]
- WikiGuidelines Group. Guidelines for the Prevention, Diagnosis, and Management of Urinary Tract Infections. JAMA Network Open (November 2024). [nelson_2024_cs_240011_1774017935.22499.pdf]
- รศ. นพ.วิชัย เตชะสาธิต และคณะ. บทความการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและการเลือกใช้ยาต้านจุลชีพ. [บทความ UTI edit_Wichai_28_11_62.pdf]
- Urology Care Foundation. Urinary Tract Infection (UTI): Symptoms, Diagnosis & Treatment. [Urinary Tract Infection(UTI): Symptoms, Diagnosis & Treatment - Urology Care Foundation]
- Gold EM, et al. Asymptomatic bacteriuria during pregnancy. Obstet Gynecol (1966). [https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/5325600]
- Kazemier BM, et al. Maternal and neonatal consequences of treated and untreated asymptomatic bacteriuria in pregnancy. Lancet Infect Dis (2015). [https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26255208]
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Urinary Tract Infections in Pregnant Individuals. Clinical Consensus No. 4, 2023. ACOG guidance
- Infectious Diseases Society of America (IDSA). Clinical Practice Guideline for the Management of Asymptomatic Bacteriuria: 2019 Update. IDSA guideline
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Guidelines for Diagnostic Imaging During Pregnancy and Lactation. ACOG imaging guidance
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Urinary tract infection (lower): antimicrobial prescribing (NG109). NICE NG109
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Pyelonephritis (acute): antimicrobial prescribing (NG111), updated 2024. NICE NG111