แผลปริที่ขอบทวารหนัก Anal Fissure

Anal Fissure เป็นแผลเซาะ (tract) ที่เกิดใต้ dentate line แผลจะอยู่ที่บริเวณตรงกลางไม่ด้านหน้าก็ด้านหลังของ anal canal บางครั้งอาจเกิดร่วมกับโรคอื่น ๆ เช่น Crohn’s disease สาเหตุของโรคไม่ทราบชัดเจน แต่มักจะเกิดเกี่ยวข้องกับการเบ่งแรง ๆ ที่บริเวณ anal canal

อาการโรค anal fissure

เฉียบพลัน (acute)

จะมีอาการปวดบริเวณทวารหนักอย่างรุนแรงทันที และบางครั้งมีเลือดออก ในกรณีที่เป็นเรื้อรัง (chronic) จะมีอาการปวดทวารหนักเวลาถ่ายอุจจาระ หรือหลังเบ่งอุจจาระ และอาจมองเห็นมีจุดเลือดออกติดกระดาษชำระ หรือติดอยู่ที่ก้อนอุจจาระ
การตรวจ acute fissure ทำได้ยาก เนื่องจากาการปวด การตรวจในโรค chronic ทำได้ง่ายกว่า การตรวจด้วยความนุ่มนวลจะมองเห็นรอย fissure ได้ มักจะมองเห็นขอบรูแผลด้านบนอยู่ตดกับขอบของ internal anal sphincter

การดูแล

มักหายได้เอง การให้ยาที่เพิ่มขนาดของอุจจาระ ยาแก้ปวดที่ไม่ทำให้ท้องผูก และการใช้ยาทาแก้ปวด ทำให้หายได้เร็วขึ้น ในกรณีของ chronic fissure มักจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาดังกล่าว และมักต้องรักษาด้วยการรักษาที่ทำให้แรงตึงที่ anal canal ลดลง การพัฒนาการรักษาปัจจุบันเน้นการรักษาด้วยยามากกว่าการผ่าตัด มาตรฐานการรักษา anal fissure ปัจจุบันคือการใช้

  • Glyceryl trinitrate ointment (0.4%) ทาวันละสองครั้งนาน 6-8 สัปดาห์ ยานี้เป็นตัวสร้าง nitric oxide ซึ่งลดแรงตึงของ anal canal และทำให้แผลหายมากกว่าร้อยละ 50 ผู้ป่วยที่ใช้ยานี้บางคนมีอาการปวดศีรษะมากจนไม่สามารถใช้ยาต่อไป ยาอีกขนานหนึ่งที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง คือ
  • Diltiazem cream (2%) ซึ่งเป็น calcium channel blocker มีฤทธิ์ลดแรงตึงของ internal sphincter ได้เช่นกัน ส่วนยาที่สามารถใช้เป็นยาระดับสอง
  • second line คือ การใช้ botulinum toxin ฉีดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อของ anal sphincter ยานี้จะไปห้ามการปล่อยสาร acetylcholine จากปลายประสาท ยามีฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนน้อย บางคนหลังได้การรักษาด้วยยาเหล่านี้แล้วอาการยังหายก็ยังจำเป็นต้องรักษาด้วย

การผ่าตัด

ข้อบ่งชี้ของการรักษาด้วยการผ่าตัด

  • คือ การรักษาด้วยยาไม่ได้ผลดี การผ่าตัดที่เป็นมาตรฐานของโรคนี้ คือ การทำ lateral internal sphincterotomy โดยทำการตัดด้านล่างของ internal anal sphincter วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีในการรักษา fissure แต่อาจมีโอกาสทำให้เกิดการอั้นอุจจาระไม่อยู่ (incontinence) แม้ว่าจะเกิดไม่มากนักก็ตาม การรักษาด้วยการขยายทวารหนักที่เคยมีผู้ใช้กันในสมัยหนึ่งนั้น ปัจจุบันไม่ใช้กันแล้ว เนื่องจากผลที่ได้ไม่แน่นอน และมีโอกาสเกิดการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ได้มาก เนื่องจากกล้ามเนื้อของ sphincter เสียหายมากเกินไป


fb google