การฝากครรภ์
Prenatal care
คุณผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์เพื่อประเมินว่าจะต้องดูแลเป็นพิเศษอะไรบ้าง
แพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัว
โรคทางกรรมพันธุ์ ยาที่ใช้
ประวัติการแท้ง
การคลอดบุตรก่อนกำหนด
เพื่อวางแผนการรักษา
แต่ในความเป็นจริงมักมาฝากครรภ์หลังจากทราบว่าตั้งครรภ์แล้วควรจะรีบฝากครรภ์เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์
เมื่อท่านฝากครรภ์ครั้งแรกแพทย์จะประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
โรคประจำตัว
ประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัว ประวัติการเจ็บป่วยของสามี
ยาที่ใช้อยู่หรือใช้เป็นครั้งคราว
และทดสอบการตั้งครรภ์
การตรวจร่างกาย
แพทย์จะวัดความดันโลหิต
ชั่งน้ำหนัก ตรวจปัสสาวะ
ตรวจภายในเพื่อวัดขนาดของมดลูกเพื่อประเมินอายุครรภ์
ตรวจวัดความกว้างของช่องเชิงกรานว่ากว้างพอจะคลอดเองได้หรือไม่
ตรวจหามะเร็งปากมดลูก
การตรวจวินิจฉัยอย่างอื่น
เมื่อไปฝากครรภ์ครั้งแรกแพทย์จะตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มคือ
- CBC เพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
และดูกลุ่มเลือด
ถ้าซีดแพทย์จะให้ยาบำรุงเลือด
- ดูกลุ่มเลือด
Rhesus (Rh)
- ตรวจดูว่ามีภูมิต่อโรคหัดเยอรมัน
- ตรวจดูว่ามีภูมิต่อโรคไวรัสตับอักเสบ
บี
- ตรวจดูว่ามีภูมิต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เช่นโรคซิฟิลิส
- ตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีโรคไต
หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือไม่
ตารางการตรวจสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์
| อายุครรภ์ |
การตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อมีข้อบ่งชี้ |
| ฝากครรภ์ครั้งแรก |
|
| 8-18 สัปดาห์ |
|
| 24-48 สัปดาห์ |
|
| 32-36 สัปดาห์ |
|
| การตรวจพิเศษ |
|
| การตรวจขณะคลอด |
- การตรวจวัดการเต้นหัวใจเด็ก
|
ควรแจ้งแพทย์กรณีใดบ้าง
- เลือดหรือน้ำออกจากช่องคลอด
- บวมหน้าและนิ้ว
- ปวดศีรษะอย่างมาก
- คลื่นไส้อาเจียนไม่หาย
- มึนงง
- ตามองไม่ชัด
- ปวดท้องหรือตะคริวหน้าท้อง
- ไข้สูงหนาวสั่น
- เด็กดิ้นน้อยลง
- ปัสสาวะออกน้อยลง
- การเจ็บป่วยอื่นๆ
 |