หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ

สัญญาณใกล้คลอด

เมื่อใกล้กำหนดคลอดคุณแม่แต่ละท่านก็คงจะกังวลว่าคลอดเมื่อไรจะได้เตรียมตัวทัน การคลอดอาจจะไม่ตรงกำหนดก็ได้ หากคุณแม่ทราบอาการก่อนคลอดจะทำให้คุณแม่เตรียมตัวได้ทัน

อาการก่อนคลอด

อาการก่อนคลอดในแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน บางท่านพอมีอาการแล้วก็คลอด แต่บางท่านใช้เวลานานถึงจะคลอดซึ่งยังไม่ทราบเหตุผล อาการใกล้คลอดมีดังนี้

  • ท้องลด
  • มูกเลือดออกทางช่องคลอด
  • เจ็บท้องเตือน
  • น้ำเดิน
  • ปากมดลูกบางและขยาย

ท้องลดหรือที่เรียกว่า Lightening

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ยังไม่ใกล้คลอด ทารกจะรอยอยู่ในมดลูก แต่เมื่อใกล้คลอดเด็กจะเคลื่อนตัวลงในอุ้งเชิงกราน การที่เด็กเคลื่อนตัวลงอุ้งเชิงกรานจะทำให้คุณแม่รู้สึกจะอึกอัดท้องลดลง ท้องมีขนาดเล็กลง และหายใจได้ดีขึ้น แต่คุณแม่จะรู้สึกหน่วงๆบริเวณหัวเหน่าเหมือนเด็กจะไหลออก และมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเด็กไปกดกระเพาะปัสสาวะ และกดบริเวณอุ้งเชิงกราน คุณแม่จะเกิดอาการท้องลดก่อนคลอดประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับคุณแม่คนใหม่ แต่บางท่านเมื่อท้องลดก็เข้าสู่กระบวนการคลอดเลยก็ได้โดยเฉพาะผู่ที่ตั้งครรภ์หลังๆ

การที่ท้องลดยังช่วยบอกว่าท่าคลอดของเด็กน่าจะปกติคือเอาหัวลง แต่หากท่าเด็กอยู่ในท่าขวางท้องจะไม่ลด


มูกเลือดออกทางช่องคลอด

ปกติปากมดลูกของคนตั้งครรภ์จะมีมูกเลือดป้องกันสิ่งแปลกปลอม เมื่อใกล้คลอดปากมดลูกเริ่มเปิดและขยายทำให้มูกและเลือดที่บริเวณปากช่องคลอดไหลออกมาทางช่องคลอด และเส้นเลือกที่บริเวณปากมดลูกมีการแตกทำให้มีเลือดออกมาพร้อมมูก เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้เวฃาที่ลูกน้อยจะลืมตาแล้ว


เจ็บท้องเตือนหรือเจ็บท้องจริง

เจ็บท้องเตือนหรือเจ็บหลอกอาจจะทำให้คุณแม่สับสนว่าใกล้คลอดหรือยัง อาการปวดท้องเตือนอาจจะปวดแบตึงๆส่วนอาการเจ็บท้องจริงอาจจะปวดตั้งแต่หลังมายังหน้าท้อง ปวดจากยอดมดลูกลงไปยังหัวเหน่าลักษณะเหมือนคลื่น

ลักษณะของอาการปวด เจ็บเตือน เจ็บจริง
ความถี่ของการเจ็บ เจ็บท้องไม่สม่ำเสมอ เจ็บถี่ทุก 30-70 วินาที เมื่อใกล้คลอดจะเจ็บถี่ขึ้น
เปลี่ยนท่าแล้วปวดน้อยลงหรือไม่ อาการปวดจะดีขึ้นเมื่อคุณเดินหรือเปลี่ยนท่า อาการปวดไม่สัมพันกับท่า
ความรุนแรงของอาการปวด อาการปวดจะปวดไม่มาก ความรุนแรงจะปวดมากขึ้น
ลักษณะของอาการปวด อาการปวดจะเบาๆอยู่บริเวณหน้าท้อง

อาการปวดจะเริ่มที่หลังมายังหน้าท้อง

เมื่อคุณแม่เริ่มเจ็บท้อง คุณแม่ต้องบันทึกเวลาที่เริ่มปวด และเวลาที่หายปวด คุณแม่ที่เริ่มเจ็บท้องจะเจ็บแต่ละครั้งนาน 60-90 วินาที และเจ็บทุก 15-20 นาที หากใกล้คลอดจะมีลักษณะที่เจ็บคือเจ็บทุก 3-4 นาที แต่ละครั้งจะเจ็บนาน 45-60 วินาที หากมีอาการเจ็บดังกล่าว ให้รับไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน


น้ำเดิน

เมื่อใกล้คลอดถุงน้ำคร่ำจะแตกและมีน้ำไหลออกมา ลักษณะใส ไม่มีกลิ่น อาจจะขุ่นเล็กน้อย ให้จดเวลาที่น้ำเดิน ปริมาณ และลักษณะน้ำให้แพทย์ โดยทั่วไปมักจะคลอดภายใน 24 ชม หลังมีน้ำเดิน


ปากมดลูกบางและขยาย

เมื่อใกล้คลอดปากมดลูกจะเปิดเพื่อให้หัวเด็โผล่อกมาที่ปากมดลูด ปากมดลูกจะบางลง( Effacement 0-100%) และปากมดลูกจะถ่างออก(0-10 ซม) เมื่อปากมดลูกบางสุด Effacement 100% และถ่างออก 10 ซมก็สามารถเข้าสู่กระบวนการคลอด

สิ่งที่จะต้องนำไปโรงพยาบาลสำหรับการคลอด

  1. ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู แป้งโรยตัว เครื่องสำอางต่างๆ ชุดชั้นในแบบที่คุณซื้อเตรียมไว้สำหรับการให้นมทารก เสื้อผ้าสำหรับใส่กลับบ้าน ถุงเท้า แผ่นซับน้ำนม สลิปสำหรับใส่พยุงหน้าท้องจะช่วยให้คุณเดินได้สะดวกขึ้นหลังคลอด ของใช้ส่วนใหญ่โรงพยาบาลมักจะมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้วเช่น ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าอนามัย เสื้อผ้าทารก ผ้าอ้อม นมกระป๋องและขวดนมของทารกทางโรงพยาบาลจะมีเตรียมไว้ให้เสมอ แต่ถ้าคุณอยากจะนำไปเองก็สามารถทำได้
  2. ขนมหรือผลไม้ที่คุณชอบ
  3. กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ สำหรับถ่ายตอนคลอด 
  4. เทปหรือซีดีเพลงที่คุณชอบ อาจต้องนำเครื่องเล่นไปด้วยเพราะโรงพยาบาลมักจะมีแค่ทีวีเท่านั้น
  5. หนังสืออ่านเล่นหลายๆเล่ม เพราะหลังคลอดคุณแม่อาจต้องนอนบนเตียงหลายวัน
  6. สมุดโทรศัพท์ เอาไว้โทรบอกข่าวดี
  7. โทรศัพท์มือถือและเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่
  8. คอมพิวเตอร์ LAP TOP เอาไว้หาข้อมูลทางอินเตอร์เนตหรือตอบ e-mail  ขอบคุณสำหรับ e-card ที่เพื่อนๆ ส่งมาแสดงความยินดี

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

   


fb google