มารับประทานถั่วกัน
เมื่อพูดถึงถั่วคุณผู้หญิงส่วนหนึ่งจะไม่ชอบอาจจเนื่องจากทำให้เกิดก๊าซในท้อง หรืออาจจะกลัวอ้วนเนื่องจากถั่วจะมีปริมาณมาณไขมันสูงซึ่งความจริงไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญประมาณร้อยละ80 ของพลังงานทั้งหมด แต่ไขมันในถั่วเป็นไขมันไม่อิ่มตัว
ไขมันในถั่วเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เช่น
linoleic และ linolenic acids ซึ่งมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด ไขมันในถั่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน polpolyunsaturated fats
และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียว
Monounsaturated fatsไขมันนี้จะเพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันที่ดี ซึ่งป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินอี(ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ )
dietary fiber, magnesium, copper, phosphorus, potassium, selenium และ folate ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของอเมริกาแนะนำให้รับประทานถั่ววันละ 1 กำมือเพื่อลดไขมัน cholesterol โดยทั่วไปถั่วจะมีผลดีต่อร่างกายดังนี้
- ไขมันในถั่วชนิดต่างไจะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว หรือ Monounsaturated fats ซึ่งจะช่วยลดระดับ cholesterol
- ในถั่วจะมีน้ำมัน omega 3 ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ
- ในถั่วจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นวิตามินอี selenium ซึ่งป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
- การรับประทานถั่วไใ่ทำให้คุณอ้วนเพิ่มขึ้น หากคุณรับประทานอาหารไม่เกิน
ประโยชน์ของถั่ว Almond
- การรับประทานถั่ว Almond จะเพิ่มระดับวิตามินอี ในกระแสเลือดซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
- การรับประทานถั่ว Almond อาจจะช่วยในการควบคุมน้ำตาลและไขมันให้ดีขึ้น
- การรับประทานถั่ว Almond จะช่วยลดไขมัน LDL ได้ถึงร้อยละ 35
- มีรายงานว่าการรับประทานเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่
ถั่วมีผลดีต่อโรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีสาเหตุจากพันธุกรรม และพฤติกรรม พฤติกรรมที่สำคัญได้ การออกกำลังกาย อ้วน และการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวาน มัน เค็ม แต่อาหารที่สามารถป้องกันโรคหัวใจโดยเฉพาะถั่ว เช่น ถั่ว
almonds, walnuts, hazelnuts และ macadamias(ของไทยน่าจะมีการวิจัยว่าถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหินมะพรานมีประโยชน์หรือไม่)หากรับประทานประจำจะลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจได้ร้อยละ 30-50 ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากถั่วไปลดไขมันไม่ดี LDL เพิ่มไขมันที่ดี HDL และยังช่วยลดความดันโลหิต(Dash Diet)
ถั่วกับโรคอ้วน
แม้ว่าถั่วจะมีส่วนประกอบสำคัญคือไขมัน แต่การรับประทานถั่วโดยยึดหลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และกำหนดมิให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็น ทั้งนี้ ปริมาณไขมันที่มีในถั่ว fiber ที่อยู่ในถั่วจะทำให้คนที่รับประทานอาหารอิ่มไม่อยากรับประทานอาหารอื่น
มีการศึกษาถึงผลการรับประทานถั่ว Almond พบว่าการรับประทานถั่วนี้ไม่ทำให้น้ำหนักหรือระดับ cholesterol ในเลือดเพิ่มขึ้น เนื่องจากไขมันบางส่วนไม่ถูกดูดซึม
เราจะเพิ่มการรับประทานถั่วได้อย่างไร
การรับประทานถั่วมากพอประมาณจะช่วยป้องกันโรคดังกล่าว ดังนั้นการวางแผนรับประทานอาหารจำพวกถั่วจึงมีความจำเป็นทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้อ้วน
- เราอาจจะรับประทานถั่วเป็นอาหารว่าง
- เราจัดถั่วเป็นอาหารหมวดที่ให้โปรตีน ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกถั่วจะต้องลดพวกเนื้อสัตว์ลงตามส่วน
- ลดไขมันอื่นที่ไม่จำเป็น เช่นน้ำสลัดใช้อย่างใสที่มีไขมันต่ำ
- หลีกเลี่ยงของทอด
- หลีกเลียงกะทิ
ถั่ว Walnut และสุขภาพ
ผลการศึกษาถึงผลดีของถั่ว Walnut ต่อสุขภาพ
- มีรายงานผลดีของการรับประทานถั่ว Walnut ซึ่งตีพิมพ์ใน Circulation ซึ่งเป็นวรสารเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดว่าการรับประทานถั่ว Walnut จะทำให้การทำงานของเซลล์เยื่อบุผิวหลอดเลือดทำงานดีขึ้น และยังลดการจับตัวของเซลล์ ผลทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบลดลง
- องค์การอาหารและยาแนะนำว่าว่าการรับประทานถั่ว Walnut วันละ 1.5 (หนึ่งกำมือ)ออนซ์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ผลต่อโรคหัวใจ พบว่าการรับประทานถั่ว Walnutจะลดไขมัน LDL ซึ่งเป็นไขมันไม่ดีทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
- walnut เป็นแหล่งน้ำมันปลาที่มีคุณค่าพบว่าการรับประทาน walnut เพียงวันละ 1 กำมือก็จะให้ปริมาณ omega เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- ผลต่อนำหนักพบว่าผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำหนักโดยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำโดยการรับประทานถั่ว Walnut จะมีน้ำหนักลดลงดีกว่า
ตารางข้างล่างแสดงปริมาณสารอาหารของถั่วหนัก 100 กรัม
nutrient |
Units |
Almonds |
Cashews |
Hazelnuts |
Macadamias |
Peanuts |
Pecans |
Pistachios |
Walnuts |
Calories |
kcal |
580 |
570 |
630 |
720 |
590 |
690 |
570 |
650 |
Protein |
g* |
21 |
15 |
15 |
8 |
24 |
9 |
21 |
15 |
Total
Fat |
g |
51 |
46 |
61 |
76 |
50 |
72 |
46 |
65 |
Saturated
Fat |
g |
4 |
9 |
4 |
12 |
7 |
6 |
6 |
6 |
Monounsaturated
Fat |
g |
32 |
27 |
46 |
59 |
25 |
41 |
24 |
9 |
Polyunsaturated
Fat |
g |
12 |
8 |
8 |
1.5 |
16 |
22 |
14 |
47 |
Linoleic acid
(18:2) |
g |
12 |
7.66 |
7.83 |
1.30 |
16 |
21 |
13.64 |
38 |
Linolenic acid
(18:3) |
g |
0 |
0.16 |
0.09 |
0.20 |
0 |
1 |
0.26 |
9 |
Cholesterol |
mg** |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
Carbohydrate |
g |
20 |
33 |
17 |
13 |
22 |
14 |
28 |
14 |
Fiber |
g |
12 |
3 |
10 |
8 |
8 |
10 |
10 |
7 |
Calcium |
mg |
248 |
45 |
114 |
70 |
54 |
70 |
110 |
98 |
Iron |
mg |
4.30 |
6.00 |
4.70 |
2.65 |
2.26 |
2.53 |
4.20 |
2.91 |
Magnesium |
mg |
275 |
260 |
163 |
118 |
176 |
121 |
120 |
158 |
Phosphorus |
mg |
474 |
490 |
290 |
198 |
358 |
277 |
485 |
346 |
Potassium |
mg |
728 |
565 |
680 |
363 |
658 |
410 |
1,042 |
441 |
Sodium |
mg |
1 |
16 |
0 |
4 |
6 |
0 |
10 |
2 |
Zinc |
mg |
3.36 |
5.60 |
2.45 |
1.29 |
3.31 |
4.53 |
2.30 |
3.09 |
Copper |
mg |
1.11 |
2.22 |
1.72 |
0.57 |
0.67 |
1.20 |
1.32 |
1.59 |
Manganese |
mg |
2.53 |
0.83 |
6.17 |
3.04 |
2.08 |
4.50 |
1.27 |
3.41 |
Selenium |
mcg*** |
2.80 |
11.70 |
2.40 |
3.60 |
7.50 |
3.80 |
9.30 |
4.90 |
Vitamin
C |
mg |
0 |
0 |
6.30 |
0.70 |
0 |
1.10 |
2.30 |
1.30 |
Thiamin |
mg |
0.24 |
0.20 |
0.64 |
0.71 |
0.44 |
0.66 |
0.84 |
0.34 |
Riboflavin |
mg |
0.81 |
0.20 |
0.11 |
0.09 |
0.10 |
0.13 |
0.16 |
0.15 |
Niacin |
mg |
3.92 |
1.40 |
1.80 |
2.27 |
13.52 |
1.17 |
1.42 |
1.12 |
Pantothenic
acid |
mg |
0.35 |
1.22 |
0.92 |
0.60 |
1.39 |
0.86 |
0.51 |
0.57 |
Vitamin
B6 |
mg |
0.13 |
0.26 |
0.56 |
0.36 |
0.26 |
0.21 |
1.27 |
0.54 |
Folate |
mcg |
29 |
69 |
113 |
10 |
145 |
22 |
50 |
98 |
Vitamin
B12 |
mcg |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
Vitamin
A |
IU**** |
5 |
0 |
20 |
0 |
0 |
56 |
262 |
20 |
| Vitamin K |
mcg |
0 |
34.70 |
14.20 |
n/a |
0 |
3.50 |
13.20 |
2.70 |
| Vitamin E |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Tocopherol,
alpha |
mg |
25.87 |
0.92 |
15.03 |
0.57 |
6.93 |
1.40 |
1.93 |
0.70 |
Tocopherol,
beta |
mg |
0.43 |
n/a |
0.33 |
0 |
n/a |
0.39 |
0.14 |
0.15 |
Tocopherol,
gamma |
mg |
0.89 |
n/a |
0 |
0 |
n/a |
24.44 |
22.45 |
20.83 |
Tocopherol,
delta |
mg |
0.25 |
n/a |
0 |
0 |
n/a |
0.47 |
0.73 |
1.89 |
| Total phytosterols |
mg |
120 |
158 |
96 |
114 |
n/a |
102 |
214 |
72 |
Stigmasterol |
mg |
4 |
n/a |
1 |
0 |
n/a |
3 |
4 |
1 |
Campesterol |
mg |
5 |
n/a |
6 |
7 |
n/a |
5 |
10 |
7 |
Beta-sitosterol |
mg |
111 |
n/a |
89 |
107 |
n/a |
89 |
199 |
64 |
| Carotenoids |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| Carotene, beta |
mcg |
3 |
0 |
11 |
0 |
0 |
29 |
157 |
12 |
| Carotene, alpha |
mcg |
0 |
0 |
3 |
0 |
0 |
0 |
0 |
0 |
| Cryptoxanthin, beta |
mcg |
0 |
0 |
0 |
n/a |
0 |
9 |
0 |
0 |
| Lutein + zeaxanthin |
mcg |
1 |
23 |
92 |
n/a |
0 |
17 |
1,205 |
9 |
บทสรุป
- เราคงจะต้องรับประทานถั่วกันเป็นประจำวันละ 1 กำมือ สำหรับบ้านเราก็คงเลือกถั่วลิสง หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์
|