สุขภาพ >> โรคเครียด >>
ความเครียด
ความเครียดสามารถเกิดได้ทุกแห่งทุกเวลาอาจจะเกิดจากสาเหตุภายนอกเช่น
การย้ายบ้าน การเปลี่ยนงาน ความเจ็บป่วย การหย่าร้าง
ภาวะว่างงานความสัมพันธ์กับเพื่อน
ครอบครัว
หรืออาจจะเกิดจากภายในผู้ป่วยเอง
เช่นความต้องการเรียนดี
ความต้องการเป็นหนึ่งหรือความเจ็บป่วย ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ
ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว
แน่นท้อง มือเท้าเย็น
แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น
ความตื่นเต้น
ความท้าทายและความสนุก
สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้งผลดีและผลเสีย
ชนิดของความเครียด
-
Acute stress คือความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีและร่างกายก็ตอบสนองต่อความเครียดนั้นทันทีเหมือนกันโดยมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด
เมื่อความเครียดหายไปร่างกายก็จะกลับสู่ปกติเหมือนเดิมฮอร์โมนก็จะกลับสู่ปกติ
ตัวอย่างความเครียด
- เสียง
- อากาศเย็นหรือร้อน
- ชุมชนที่คนมากๆ
- ความกลัว
- ตกใจ
- หิวข้าว
- อันตราย
- Chronic stress
หรือความเครียดเรื้อรังเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวันและร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดนั้น
ซึ่งเมื่อนานวันเข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง
ตัวอย่างความเครียดเรื้อรัง
- ความเครียดที่ทำงาน
- ความเครียดที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
- ความเครียดของแม่บ้าน
- ความเหงา
ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด
เมื่อมีภาวะกดดันหรือความเครียดร่างกายจะฮอร์โมนที่เรียกว่า
cortisol และ adrenaline
ฮอร์โมนดังกล่าวจะทำให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นเร็วเพื่อเตรียมพร้อมให้ร่างกายแข็งแรงและมีพลังงานพร้อมที่จะกระทำเช่นการวิ่งหนีอันตราย
การยกของหนีไฟ
ถ้าหากได้กระทำฮอร์โมนนั้นจะถูกใช้ไป
ความกดดันหรือความเครียดจะหายไป
แต่ความเครียดหรือความกดดันมักจะเกิดขณะที่นั่งทำงาน
ขับรถ
กลุ่มใจไม่มีเงินค่าเทอมลูก
ความเครียดหรือความกดดันไม่สามารถกระทำออกมาได้เกิดโดยที่ไม่รู้ตัว
ทำให้ฮอร์โมนเหล่านั้นสะสมในร่างกายจนกระทั่งเกิดอาการทางกายและทางใจ
ผลเสียต่อสุขภาพ
ความเครียดเป็นสิ่งปกติที่สามารถพบได้ทุกวัน
หากความเครียดนั้นเกิดจากความกลัวหรืออันตราย
ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจะเตรียมให้ร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้
อาการทีปรากฏก็เป็นเพียงทางกายเช่นความดันโลหิตสูงใจสั่น
แต่สำหรับชีวิตประจำวันจะมีสักกี่คนที่จะทราบว่าเราได้รับความเครียดโดยที่เราไม่รู้ตัวหรือไม่มีทางหลีกเลี่ยง
การที่มีความเครียดสะสมเรื้อรังทำให้เกิดอาการทางกาย
และทางอารมณ์ อ่านรายละเอียดที่นี่
- โรคทางเดินอาหาร
- โรคปวดศีรษะไมเกรน
- โรคปวดหลัง
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคหัวใจ
- ติดสุรา
- โรคภูมิแพ้
- โรคหอบหืด
- ภูมิคุ้มกันต่ำลง
- เป็นหวัดง่าย
- อุบัติเหตุขณะทำงาน
- การฆ่าตัวตายและมะเร็ง
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากความเครียด
คุณมีความเครียดหรือไม่
ถามตัวคุณเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่
อาการแสดงทางร่างกาย |
มึนงง
ปวดตามกล้ามเนื้อ กัดฟัน
ปวดศีรษะ แน่นท้อง
เบื่ออาหาร นอนหลับยาก
หัวใจเต้นเร็ว หูอื้อ
มือเย็น อ่อนเพลีย ท้องร่วง
ท้องผูก จุกท้อง มึนงง
เสียงดังให้หู
คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่อิ่ม
ปวดท้อง |
อาการแสดงทางด้านจิตใจ |
วิตกกังวล
ตัดสินใจไม่ดี ขี้ลืม
สมาธิสั้น
ไม่มีความคิดริเริ่ม
ความจำไม่ดี
ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ |
| อาการแสดงทางด้านอารมณ์ |
โกรธง่าย วิตกกังวล
ร้องไห้ ซึมเศร้า ท้อแท้
หงุดหงิด ซึมเศร้า
มองโลกในแง่ร้าย
นอนไม่หลับ
กัดเล็บหรือดึงผมตัวเอง |
อาการแสดงทางพฤติกรรม |
รับประทานอาหารเก่ง
ติดบุหรี่สุรา โผงผาง
เปลี่ยนงานบ่อย แยกตัว |
การแก้ไขเมื่ออยู่ในภาวะที่เครียดมาก
หากท่านมีอาการเครียดมากและแสดงออกทางร่างกายดังนี้
-
อ่อนแรงไม่อยากจะทำอะไร
- มีอาการปวดตามตัว ปวดศีรษะ
- วิตกกังวล
- มีปัญหาเรื่องการนอน
- ไม่มีความสุขกับชีวิต
- เป็นโรคซึมเศร้า
ให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำ 10 ประการ
- ให้นอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลา เวลาที่เหมาะสมสำหรับการนอนคือเวลา
22.00น.เมื่อภาวะเครียดมากจะทำให้ความสามารถในการกำหนดเวลาของชีวิต( Body Clock
)เสียไป ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับหรือตื่นง่าย
การกำหนดเวลาหลับและเวลาตื่นจะทำให้นาฬิกาชีวิตเริ่มทำงาน และเมื่อความเครียดลดลง
ก็สามารถที่จะหลับได้เหมือนปกติ ในการปรับตัวใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์
บางครั้งเมื่อไปนอนแล้วไม่หลับเป็นเวลา 45 นาที ให้หาหนังสือเบาๆมาอ่าน
เมื่อง่วงก็ไปหลับ ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือให้ร่างกายได้รับแสงแดดยามเช้า
เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายปรับเวลา
- หากเกิดอาการดังกล่าวต้องจัดเวลาให้ร่างกายได้พัก เช่นอาจจะไปพักร้อน
หรืออาจจะจัดวาระงาน งานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วนก็ให้หยุดไม่ต้องทำ
- ให้เวลากับครอบครัวในวันหยุด อาจจะไปพักผ่อนหรือรับประทานอาหารนอนบ้าน
- ให้เลื่อนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆในช่วงนี้ เช่นการซื้อรถใหม่ การเปลี่ยนบ้านใหม่
การเปลี่ยนงาน เพราะการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดความเครียด
- หากคุณเป็นคนที่ชอบทำงานหรือชอบเรียนให้ลดเวลาลงเหลือไม่เกิน 40 ชม.สัปดาห์
- การรับประทานอาหารให้รับประทานผักให้มากเพราะจะทำให้สมองสร้าง
serotonin เพิ่มสารตัวนี้จะช่วยลดความเครียด
และควรจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่เพียงพอ
- หยุดยาคลายเครียด และยาแก้โรคซึมเศร้า
- ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอาจจะมีการเต้นรำด้วยก็ดี
หากปฏิบัติตามวิธีดังกล่าวแล้วยังมีอาการของความเครียดให้ปรึกษาแพทย์
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเครียด
- ความเครียดเหมือนกันทุกคนหรือไม่
สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในแต่ละคนไม่เหมือนกันและการตอบสนองต่อความเครียดก็แตกต่างในแต่ละคน
- ความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีจริงหรือไม่
ความเครียดเปรียบเหมือนสายกีตาร์
ตึงไปก็ไม่ดี
หย่อนไปเสียก็ไม่ไพเราะ
เช่นกันเครียดมากก็มีผลต่อสุขภาพเครียดพอดีจะช่วยสร้างผลผลิต
และความสุข
- จริงหรือไม่ที่ความเครียดมีอยู่ทุกแห่งคุณไม่สามารถจัดการกับมันได้
แม้ว่าจะมีความเครียดทุกแห่งแต่คุณสามารถวางแผนที่จะจัดการกับงาน
ลำดับความสำคัญ
ความเร่งด่วนของงานเพื่อลดความเครียด
- จริงหรือไม่ที่ไม่มีอาการคือไม่มีความเครียด
ไม่จริงเนื่องจากอาจจะมีความเครียดโดยที่ไม่มีอาการก็ได้และความเครียดจะสะสมจนเกินอาการ
- ควรให้ความสนใจกับความเครียดที่มีอาการมากๆใช่หรือไม่
เมื่อเริ่มเกิดอาการความเครียดแม้ไม่มากก็ต้องให้ความสนใจ
เช่นอาการปวดศีรษะ
ปวดท้องเพราะอาการเพียงเล็กน้อยจะเตือนว่าคุณต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตเพื่อลดความเครียด
- ความเครียดคือโรคจิตใช่หรือไม่
ไม่ใช่เนื่องจากโรคจิตจะมีการแตกแยกของความคิด
บุคลิคเปลี่ยนไปไม่สามารถดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติ
- ขณะที่มีความเครียดคุณสามารถทำงานได้อีก
แต่คุณต้องจัดลำดับก่อนหลัง
และความสำคัญของงาน
- ไม่เชื่อว่าการเดินจะช่วยผ่อนคลายความเครียด
การเดินจะช่วยผ่อนคลายความเครียดนั้น
- ความเครียดไม่ใช่ปัญหาเพราะเพียงแค่สูบบุหรี่ความเครียดก็หายไป
การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราจะทำให้ลืมปัญหาเท่านั้นนอกจากไม่สามารถแก้ปัญหาแล้วยังก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย
เมื่อใดต้องปรึกษาแพทย์
- เมื่อคุณรู้สึกเหมือนคนหลงทางหาทางแก้ไขไม่เจอ
- เมื่อคุณกังวลมากเกินกว่าเหตุ
และไม่สามารถควบคุม
- เมื่ออาการของความเครียดมีผลต่อคุณภาพชีวิตเช่น
การนอน การรับประทานอาหาร
งานที่ทำ
ความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง
ความเครียดคืออะไร |ความเครียดกับผู้หญิง | ความเครียดในเด็ก | ความเครียดที่ทำงาน | ความเครียดหลังการสูญเสีย | การจัดการกับความเครียด | การจัดการกับความโกรธ | การแก้ปัญหาระหว่างบุคคล |