อาการเวียนศีรษะชนิด vertigo

เป็นอาการเวียนศีรษะที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนโดยมากมักจะเกิดจากโรคของหูชั้นใน

กลไกการควบคุมการทรงตัว

อาการเวียนศีรษะเกิดจากการเสียสมดุลของการควบคุมการทรงตัว อวัยวะที่ควบคุมการทรงตัวประกอบไปด้วย

  • หูชั้นในประกอบไปด้วยท่อสามท่อเรียก semicircular canal วางในแนวสามระดับมีหน้าที่รับความเคลื่อนไหวเช่นการหมุน การเคลื่อนไปข้างหน้าถอยหลัง การเคลื่อนไปทางข้าง และการเคลื่อนไหวขึ้นลง
  • ตา จะรับภาพและรับรู้การเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อม
  • เส้นประสาทที่ผิวหนังจะรับความรูสึกว่าส่วนใดสัมผัสพื้น
  • กล้ามเนื้อและข้อจะบอกว่าอวัยวะส่วนใดเคลื่อนไหว
  • ระบบประสาทส่วนกลางและไขสันหลังจะรับความรู้สึกเข้าสู่ประสาทเพื่อประมวลผล

โดยทั่วไปการทรงตัวต้องประกอบด้วยหูชั้นใน ตา และระบบประสาทหากเสียความรัยรู้สองระบบจะทำให้การทรงตัวเสียไป

สาเหตุของเวียนศีรษะ vertigo

  • Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)
  • Vestibular neuronitis (labyrinthitis)
  • Meniere's disease
  • Acoustic neuroma
  • ยา เช่น Aspirin, streptomycin, gentamicin, caffeine, alcohol และยาลดความดันโลหิตและยารักษาโรคหัวใจอาจจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ

Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)

เป็นอาการเวียนศีรษะที่มีอาการบ้านหรือสิ่งแวดล้อมหมุน อาเจียน  ยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อมีการเปลี่ยนท่าหรือหันหน้า หรือลุกจากเตียง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบ ผู้เกิดอการนี้หากอายุน้อยกว่า 50 ปีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ ส่วนผู้สูงอายุส่วนมากเกิดจากการเสื่อมของระบบประสาท

การวินิจฉัย

 แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายหลังจากนั้นก็จะตรวจ

  • ตรวจระบบหู
  • ตรวจตาว่ามีการกระตุก
  • ตรวจการได้ยิน
  • ตรวจจมูก คอ
  • ตรวจ CT scan เมื่อสงสัยว่าเวียนศีรษะเกิดจากเนื้องอกหรือเส้นเลือดสมองตีบ

การรักษา

ส่วนใหญ่หายได้เอง แต่อาจจะเป็นๆหายๆวิธีการรักษาแบบไม่ต้องใช้ยาสามารถทำได้สองวิธีคือ

  • The Semont maneuver โดยการให้ผู้ป่วยนอนตะแคงด้านหนึ่งแล้วรีบพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่งทันที
  • The Epley maneuver โดยการเคลื่อนศีรษะไป 4 ทิศทาง

ผู้ป่วยร้อยละ80จะตอบสนองต่อวิธีดังกล่าวและอัตราการเกิดซ้ำเพียงแค่ร้อยละ 5หลังจากนั้นจะต้องปฏิบัติตัวดังนี้

  1. หลังจากทำให้อยู่เฉยๆ 10 นาทีเพราะอาจจะเกิดอาการบ้านหมุนได้ และไม่ควรขับรถ
  2. เวลาให้หนุนหมอนสูงประมาณ 45 องศาเป็นเวลาสองวัน ระหว่าวันพยายามให้ศีรษะตั้งตรงช่วงนี้ยังไม่ไปทำผมหรือพบหมอฟัน งดการออกกำลังที่ต้องทำให้ศีรษะหันไปมา การโกนหนวดหรือสระผมศีรษะต้องตั้งตรง
  3. ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากการเกิดเวียนศีรษะต้องหลีกเลียงปัจจัยที่กระตุ้นให้เวียนศีรษะ
  • ใช้หมอนสองใบเวลานอน
  • ห้ามนอนตะแคงข้างที่ทำให้เกิดโรค
  • ห้ามเงยหน้าหรือก้มหน้า
  • หลีกเลี่ยงการหงายหน้าเช่น ท่าทีใช้ถอนฟัน หรือทำผม งดการทำ sit-up
  1. หลังจากหนึ่งสัปดาห์ให้ดำเนินชีวิตตามปกติ

Meniere's Disease

เป็นโรคของหูชั้นในทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะมาก มักจะเกิดทันทีโดยไม่มีอาการเตือนมีเสียงในหู tinnitus หูได้ยินไม่ชัดเจน ปวดในหูมักจะเกิดข้างเดียวและเป็นสาเหตุของหูหนวกปัจจุบันเรียก endolymphatic hydrops

สาเหตุ

อาจจะเกิดจากอุบัติที่ศีรษะ การติดเชื้อ ภูมิแพ้ หรือเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ทำให้ปริมาณน้ำendolymphมีมากขึ้นและส่วนประกอบของน้ำ endolymph ผิดไปทำให้ labyrinth มีการโป่ง

การวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยจะเน้นเรื่อง

  • การได้ยิน ผู้ป่วยมักจะได้ยินไม่ดีเป็นชนิด sensory
  • การตรวจ caloric testing
  • การตรวจ x-ray computer

การรักษา

ยังไม่มีการรักษาที่หายขาด การรักษาเป็นเพียงบรรเทาอาการเท่านั้น

กลับหน้าเดิม


Google