โรคติดเชื้ออะมีบ้า
เชื้อที่เป็นสาเหตุ
เชื้อที่เป็นสาเหตุชื่อ Entamoeba histolytica โดยมีวงจรชีวิต
Cysts จะขับออกทางอุจาระ . การติดเชื้อ Entamoeba
histolytica โดยการกินซีสตัวแก่ mature cysts ในอาหาร น้ำ
หรือมือที่ปนเปื้อนเชื้อโรคนี้ เชื้อจะกลายเป็นตัวอ่อน ในลำไส้และกลายเป็นระยะ
trophozoites ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปยังลำไส้ใหญ่ ตัวเชื้อระยะ
trophozoites จะแบ่งตัวโดย binary
fission และทำให้เกิด cysts ซึ่งจะบับออกทางอุจาระ . เนื่องจากระยะ cyst จะมีเปลือกหุ้มทำให้มันทนทานต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ และสามารถติดต่อสู่คนได้
ส่วนตัวเชื้อระยะ trophozoite เมื่อออกสู่สิ่งแวดล้อมจะตายเร็ว
แม้ว่าเรารับประทานเข้าไป กรดในกระเพาะก็จะทำลายตัวเชื้อ
เชื้ออาจจะอยู่ในลำไส้โดยที่ไม่เกิดอาการและสามารถแพร่เชื้อออกทางอุจาระ ( :
non-invasive infection)
แต่ก็มีผู้ป่วยบางคนที่เชื้อลุกลามเข้าผนังลำไส้ทำให้เกิดลำไส้อักเสบ ( :
intestinal disease), และอาจจะทำให้เกิดโรคที่ตับ สมอง และปอด ( :
extra-intestinal disease)
อาการแสดงของโรค
ผู้ที่ได้รับการติดเชื้ออาจจะไม่มีอาการ
หรืออาจจะมีอาการท้องร่วงเนื่องจากลำไส้อักเสบ หรืออาจจะมีการติดเชื้อนอกลำไส้ เช่น
ฝีในปอด ช่องท้องอักเสบ ฝีในปอด ผิวหนังและอวัยวะเพศมีรอยโรค
โรคบิดจากเชื้ออะมีบ้าหรือบิดมีตัว
ทางการแพทย์เรียก Amoebic dysentery เป็นการอักเสบของลำไส้ใหญ่ ทำให้ถ่ายอุจาระบ่อย อุจาระเป็นมูกเลือด
และทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ฝีที่ตับ สมอง ปอด และผิวหนัง
การติดต่อโดยการรับประทานหรือดื่มน้ำที่มี cyst ของเชื้ออะมีบ้าซึ่งมี
4 นิวเครียส
อาการและอาการแสดง
ขึ้นอยู่กับว่าเชื้ออะมีบ้าแพร่กระจายไปมากหรือไม่ ความรุนแรงของเชื้อ
ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย รวมทั้งกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ อาการที่เกิดจากเชื้ออะมีบ้า
- โรคบิดอะมีบ้าชนิดเฉียบพลัน Acute amoebiasis จะเกิดอาการหลังจากได้รับประทาน cyst ไปแล้ว 8-10 วัน
จะมีอาการถ่ายอุจาระเหลวๆ แรกจะมีเนื้ออุจาระมาก แต่ระยะหลังจะมีมูกมากและมีเลือดปน
มีกลิ่นเหม็นมากเหมือนหัวกุ้งเน่า
ปวดท้องมากอยากถ่ายแต่เมื่อถ่ายออกเป็นมูกเลือดเล็กน้อยอาการปวดก็หายไป
ไม่นานก็จะเริ่มปวดอีกถ้าหากเชื้อลามไปลำไส้เล็กก็จะมีการถ่ายเป็นน้ำ
ไม่มีไข่หรืออาจจะมีไข้ต่ำๆ
- โรคบิดอะมีบ้าชนิดเรื้อรัง Chronic amoebiasis เป็นผลจากการรักษาชนิดเฉียบพลันที่ไม่ถูกต้องหรือไม่พอที่จะฆ่าเชื้อให้หมด
จะมีอาการถ่ายเป็นมูกและเลือดกลับมาใหม่
ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เข้ามาทำให้อักเสบเพิ่มขึ้น
หรืออาจจะเกิดจากรับประทานอาหารผิดแปลกไปเชื้อในลำไส้เปลี่ยนไปจะทำให้เกิดอาการบิดเฉียบพลัน
เมื่อตรวจอุจาระจะพบทั้ง trophozoite และ cyst
- โรคบิดอะมีบ้าชนิดไม่มีอาการ คนบางคนเมื่อได้รับ cyst เข้าไปแต่ไม่เกิดอาการ หรืออาจจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
หรืออาจจะมีอาการท้องเดินแต่ไม่มาก ตรวจอุจาระจะพบไข่หรือ cyst พวกนี้เป็นพาหะของโรค
- โรคอะมีบิค แกรนูโลมา ( Amoebic granuloma) เป็นพยาธิสภาพที่มีลักษณะเป็นก้อนที่เกิดจากเชื้ออะมีบ้า
อาจจะเกิดได้กับทุกแห่งของลำไส้ใหญ่
เพราะฉะนั้นอาการที่มีคืออาการของบิดมีตัวร่วมกับคลำได้ก้อนในท้อง กดเจ็บ
บางครั้งอาจจะทำให้คิดว่าเป็นมะเร็ง ก้อนจะยุบลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการรักษา
- โรคอะมีบ้าที่มีภาวะแทรกซ้อน
พบในรายที่เป็นโรคอย่างรุนแรงโรคแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่
- ลำไส้ทะลุ ตกเลือดและไส้ติ่งอักเสบจากเชื้ออะมีบ้า
- เป็นโรคอะมีบ้านอกลำไส้
- มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่นมะเร็ง บิดมีตัว
โรคบิดอะมีบ้าที่ตับ
เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ได้บ่อยและสำคัญที่สุดของโรคบิดอะมีบ้าในลำไส้
พบในผู้ชายได้บ่อยกว่าผู้หญิงประมาณ7ต่อ1 อายุที่เป็น 30-50 ปี
มักจะเป็นกลีบขวาของตับและมีหัวเดียว เชื้อว่าเชื้ออะมีบ้ามาตับโดยทางกระแสเลือด
หรือทางหลอดน้ำเหลือง หรือลุกลามจากลำไส้โดยตรง
อาการของฝีในตับผู้ป่วยจะมีไข้ เจ็บชายโครงข้างขวา
ถ้าฝีอยู่ใกล้กำบังลมเวลาหายใจจะทำให้เจ็บมากขึ้น ผู้ป่วยอาจจะมีภาวะทุโภชนาการ
โรคแทรกซ้อนของฝีในตับ
- ฝีแตกอาจจะแตกเข้าท้องเกิดช่องท้องอักเสบ ทำให้ปวดท้องและไข้สูง
หากแตกเข้าในปอดทำให้มีหนองที่ช่องเยื่อหุ้มปอดหรืออาจจะลามเข้าหัวใจ
- เกิดน้ำในช่อเยื่อหุ้มปอด
การจะหนองและน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดทำได้โดยการเจาะช่องเยื่อหุ้มปอด
การวินิจฉัย
เซลล์ระยะ trophozoite |
เซลล์ระยะ trophozoite กินเม็ดเลือดแดง |
cyst ที่ตรวจพบในอุจาระ |
การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการตรวจพบเชื้ออะมีบ้าโดยการตรวจพบ cyst และ trophozoite ในอุจาระซึ่งสามารถตรวจได้จาก
- อุจาระสดโดยการส่องกล้องดูอุจาระ หรือย้อมสี
- นำอุจาระมาปั่นแล้วดูสดหรือย้อมสี
การตรวจทางรังสี
หากเป็นฝีที่ปอดหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดเมื่อ x-ray ปอดจะพบว่ามีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ส่วนฝีในตับเมื่อทำ ultrasound จะพบก้อนในตับ
การตรวจทางภูมิคุ้มกัน
- การตรวจภูมิคุ้ม(Antibody)กันต่อเชื้ออะมีบ้าสามารถกระทำได้โดยการตรวจวิธี indirect hemagglutination (IHA), enzyme immunoassay (EIA), and immunodiffusion
(ID) การตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อะมีบ้าจะมีประโยชน์ในการติดเชื้อนอกลำไส้
เพาะเราไม่สามารถตรวจหาตัวเชื้อจากการตรวจอุจาระ การตรวจด้วยวิธี IHA
จะให้ผลบวกเมื่อระดับภูมิมากกว่า 1 ต่อ 256 พบว่าการติดเชื้อนอกลำไส้จะให้ผลบวก
95% การติดเชื้อที่ลำไส้จะให้ผลบวก 70% สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการจะให้ผลบวก 10 %
หลังการรักษาผลบวกนี้จะคงอยู่เป็นปี
ดังนั้นจะอาศัยผลการตรวจหาภูมิอย่างเดียวอาจจะไม่แม่นยำ
- เป็นการตรวจหา Antigen โดยมากมักจะใช้ร่วมกับการตรวจพบตัวเชื้อเพื่อแยกว่าเชื้อที่ตรวจพบเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคหรือไม่
การรักษา
ยาที่นิยมใช้ได้แก่
- Metronidazole ขนาดที่ใช้ 400-800 มก. วันละ 3 ครั้งนาน
5 วัน
- Tetracyclin หรือ erythromycin 1 กรัมต่อวันเป็นเวลา 10 วัน
|