พยาธิปากขอ Hookworm
โรคพยาธิปากขอหรือ Ancylostomiasis เป็นโรคพยาธิลำไส้เล็กซึ่งมีสาเหตุจากพยาธิ Necator americanus และ Ancylostoma duodenale ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือด
และเกิดอาการจะโรคโลหิตจาง
วงจรชีวิตของพยาธิ
พยาธิปากขอตัวแก่อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กโดยกัดติดกับเยื่อบุผนังลำไส้
ดูดเลือดและน้ำเลี้ยงจากลำไส้ พยาธิตัวเมียจะออกไข่วันละ 6000-20000 ฟอง
ไข่จะออกมากับอุจาระ ถ้าอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะ ตัวอ่อนจะออกจากไข่ใน 1-2 วัน
เป็นตัวอ่อนระยะที่หนึ่งเรียกว่า rhabditiform larvae เจริญในดินหรืออุจาระ ตัวอ่อนจะลอกคราบเป็นตัวอ่อนระยะที่สองมีลักษณะเหมือนตัวอ่อนระยะที่หนึ่งแต่ตัวใหญ่กว่าโดยใช้เวลา
5-10 วัน และจะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะที่สามเรียก filariform ในระยะเวลา 5-10 วัน
ระยะนี้เป็นระยะติดต่อ ซึ่งสามารถไชทะลุผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายคนได้ เข้าสู่หลอดเลือดดำ ไปหัวใจ เข้าปอด ไชออกจากปอดเข้าคอยหอย หลอดอาหาร
แล้วสู่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็ก ตัวแก่ส่วนใหญ่จะถูกขับออกใน 1-2 ปีแต่อาจจะอยู่ได้หลายปี
การกระจายโรค
พบได้ทั่วประเทศ
แต่พบมากในเขตภาคใต้เนื่องจากเดินเท้าเปล่ากรีดยางตอนเช้า ละถ่ายอุจาระตามพื้นดิน
อาการและอาการแสดง
เมื่อพยาธิตัวอ่อนไชเข้าผิวหนังจะเกิดอาการคันและมีตุ่มแดงๆบริเวณที่พยาธิไช
ถ้าเกาอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นหนอง
เมื่อพยาธิไชผ่านปอดก็จะเกิดอาการไอและมีไข้
เมื่อพยาธิเจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้เล็ก
ผู้ป่วยจะรู้สึกจุกเสียดในท้องบริเวณลิ่มปี่ และจะดูดเลือดทำให้เกิดโลหิตจาง
หากซีดมากๆเด็กอาจจะมีปัญญาทึบ ส่วนผู้ใหญ่หากซีดมากอาจจะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย
มีอาการเหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ
การวินิจฉัย
ตรวจอุจาระพบไข่และพยาธิในอุจาระ ควรจะตรวจอุจาระใหม่ หากเกิน
24 ชั่วโมงไข่จะกลายเป็นตัวอ่อน
ไข่พยาธิจะมีขนาด 50-70
ไมครอนเปลือกบาง ไข่รูปร่างรีๆ
 |
 |
ตัวอ่อนระยะrhabditiform larvae |
ตัวแก่ของพยาธิ |
การรักษา
- การรักษาทั่วไป ถ้าผู้ป่วยซีดควรจะให้เลือดหรือธาตุเหล็ก
- ยาฆ่าพยาธิชื่อ Pyrantel pamoate(
125 มก./เม็ด) ขนาด 10-20 มก./กก ให้วันละครั้ง 2 วัน
- Mebendazole (100 มก)ให้ 1 เม็ดเช้า-เย็นเป็นเวลา 3 วัน
การป้องกัน
- กำจัดอุจาระให้ถูกต้อง
- ไม่เดินเท้าเปล่า
- ให้ยาถ่ายพยาธิ
เรียบเรียง 18/12/2545 |