โรคพยาธิ์ตืดหมู
เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตืดหมู Taenia soliumเนื่องจากหมูเป็นเป็นโฮสท์กลาง พยาธิตืดหมูทำให้เกิดโรคในคนได้ 2
อย่างคือพยาธิตืดหมูไปอาศัยอยู่ในลำไส้เนื่องจากคนเป็นโฮสท์เฉพาะ
และโรคที่สองคือมีพยาธิตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของคนและมีถุงน้ำเราเรียก Cysticercosis
เขตปรากฎโรค
พบได้ทั่วโลก
พบมากในผู้ที่ชอบรับประทานหมูสุกๆดิบๆ
ในประเทศไทยพบมากแถบอีสานเนื่องจากรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ เช่นลาบ น้ำตก หมู
แหนมเป็นต้น
วงจรชีวิต
Cysticercosis
สามารถเกิดได้ทั้งตนและหมูโดยตัวอ่อนจะฝังตัวตามอวัยวะต่างๆจากพยาธิชื่อ Taenia
solium. คนเราจะได้รับเชื้อนี้โดยการรับประทานไข่พยาธิที่ออกมากับอุจาระและปนเปื้อนอาหารหรือน้ำที่เรารับประทาน . หมูและคนเมื่อได้รับประทานไข่จะทำให้เกิดการติดเชื้อ . นอกจากจะได้รับเชื้อจากการกินอาหารที่ปนเปื้อน
คนยังได้รับไข่พยาธิจากตัวแก่ที่อยู่ในลำไส้โดยคนจะขย้อนตัวแก่เข้าในกระเพาะ
ทำให้มีไข่ออกจากตัวแก่ ไข่จะแตกตัวเป็นตัวอ่อนระยะ oncospheres
ซึ่งจะเกาะที่ผนังลำไส้ ,
และไชทะลุผนังลำไส้ไปยัง กล้ามเนื้อ สมอง ตับ
และเนื้อเยื่ออื่นกลายเป็นตัวอ่อนในถุงน้ำเรียก cysticerci. อีกวงจรหนึ่งของพยาธิคือคนรับประทานเนื้อหมูที่มีพยาธิในรูป cysticeci . cyst จะออกจากตัวอ่อนและเกาะกับผนังลำไส้โดยอวัยวะที่ชื่อว่า scolex . พยาธิจะโตเป็นตัวแก่ซึ่งมีความยาวประมาณ
2 ถึง 7 m และปล้องประมาณ 1000 proglottids, แต่ละปล้องจะมีไข่ประมาณ 50,000 ฟอง
และอยู่ในลำไส้เล็กได้หลายปี .
เราได้รับพยาธิตืดหมูได้อย่างไร
พยาธิตืดหมูจะเข้าสู่ร่างกายคนได้ดังต่อไปนี้
- จากการดื่ม
หรือรับประทานอาหารที่มีไข่ของพยาธิ เช่นผัก ผลไม้ เป็นต้น
- จากการรับประทานตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในกล้ามเนื้อของหมู
- จากการที่ขย้อนปล้องแก่เข้ากระเพาะ ทำให้เหมือนเรากินไข่พยาธิ
อาการ
พยาธิตืดหมูในลำไส้
พยาธิตัวแก่ในลำไส้จะแย่งอาหารทำให้ผู้ที่มีพยาธินี้จะรับประทานอาหารเก่ง
หิวบ่อยแต่ผอมลง น้ำหนักลด นอกจากนั้นอาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน
หรืออุจาระบ่อยเนื่องจากเกิดจากการระคายเคืองต่อลำไส้
Cysticercosis
ภาพ x-ray computer แสดง cyst ในเนื้อสมอง |
วงจรชีวิตของพยาธิตืดหมูได้กล่าวแล้วข้างต้น อาจจะมีวงจรที่ผิดปกติกล่าวคือ
ถ้าคนรับประทานไข่พยาธิตืดหมูที่ติดตามผัก ผลไม้
หรืออาเจียนขย้อนปล้องแก่ของพยาธินี้มาที่กระเพาะ
คนก็จะเป็นโฮสท์กลางของพยาธิกลางเหมือนหมู พยาธินี้จะเจริญเหมือนในหมู
พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่แล้ว ไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อ
หรืออวัยวะต่างๆ เช่นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง ไขสันหลัง ตา หัวใจ ตับ
ปอด และในช่องท้องแล้วฝังตัวและมีถุงน้ำหุ้ม
อาการและอาการแสดงต่างๆขึ้นกับตำแหน่งของ cyst ถ้าอยู่ใต้ผิวหนังก็จะมีก้อนใต้ผิวหนัง
ถ้าอยู่ที่ตาก็จะปวดตา ตาพร่ามัว สายตาผิดปกติหรือตาบอด ถ้า cyst อยู่ในสมองผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการปวดศีรษะเนื่องจาก cyst ไปอุดทางเดินน้ำไขสันหลังทำให้ความดันในสมองสูง
อาจจะทำให้เกิดอาการชักซึ่งเป็นอาการที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุด
การวินิจฉัย
- ตรวจพบตุ่มใต้ผิวหนัง เมื่อตัดออกไปตรวจจะพบถุงน้ำและพยาธิตัวอ่อน
- ภาพรังสีของกล้ามเนื้อและกะโหลกจะพบหินปูนเป็นจุดๆ
- การตรวจ x-ray computer จะพบถุงน้ำและตัวอ่อน
- การตรวจอุจาระอาจจะพบปล้องและไข่ของพยาธิ
แต่มักจะพบหลังจากการได้รับไข่พยาธิไปแล้ว 3 เดือน
ภาพแสดง cyst ตืดวัวและตืดหมูซึ่งไม่แตกต่างกัน
 |
 |
ภาพแสดงปล้องของพยาธิตัวแก่
ปล้องของตืดวัวTaenia
saginata |
ปล้องของตืดหมู Taenia solium |
ภาพแสดงส่วนหัวของพยาธิตัวแก่
หัวของตืดวัว มี 4 sucker |
หัวของตืดหมูมี 4 sucker และ 1 hooker |
ภาพแสดงความยาวพยาธิตัวแก่
 |
 |
การรักษา
- พยาธิที่ฝังตัวในสมองให้ใช้ Praziquantel ขนาด 50 มก./กก/วัน แบ่งให้วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- ให้ยา Albendazole ให้ขนาด 15
มก./กก/วัน แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- หากเป็นพยาธิในลำไส้ให้ยา Niclosamide ขนาด 0.5 กรัม ขนาดที่ใช้ให้ 4 เม็ดเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
และให้ยาระบายร่วมด้วย ยาระบายจะให้หลังจากให้ยาฆ่าพยาธิแล้ว
การป้องกัน
- ไม่รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ
- ไม่รับประทานหมูที่มีลักษณะเหมือนจะติดเชื้อพยาธิ
- ล้างมือหลังออกจากห้องน้ำ ล้างมือก่อนปรุงและรับประทานอาหาร
- ล้างผักและอาหารสดให้สะอาด
- ดื่มน้ำต้มสุก
|