|
อาการของโรคชิคุนกุนยา
ผู้ป่วยมักจะเกิดอาการหลังจากถูกยุงที่มีเชื้อไวรัสกัดไปแล้ว2-4 วันจะพบเชื้อในกระแสเลือดประมาณ 5 วันหลังจากมีไข้ ร่างกาย ปวดศรีษะ คลื่นไส้อาเจียนและอาจมีอาการคัน
ร่วมด้วย พบตาแดง (conjunctival injection) แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการ
ไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ในผู้ใหญ่อาการที่เด่นชัดคืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ
เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis) อาการจะ
รุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายมีอาการปวดข้อโดยที่ไม่มีไข้ อาการปวดข้อจะเป็นมากในตอนเช้า หากมีการขยับข้อบ้างจะช่วยบรรเทาอาการปวด แต่หากออกกำลังมากจะทำให้ข้อปวดมากขึ้น ข้อที่ปวดอาจจะมีน้ำในข้อได้อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้
อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี จากการติดตามพบว่าผู้ป่วยร้อยละ 88 จะหายขาด ประมาณร้อยละ 3 จะมีอาการปวดข้และข้อติด ร้อยละ 3 จะมีข้อติดแต่ไม่ปวด ร้อยละ 6 จะมีข้อติดและปวดตลอดเวลา ผู้ป่วยชิคุนกุนยาอาการไม่
รุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก อาจพบ tourniquet test ให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae)
บริเวณผิวหนังได้
 ลักษณะผื่นของผู้ป่วย |

ข้อที่ปวดจะมีอาการบวมน้ำ |
อาการที่สำคัญได้แก่
- มีไข้พบได้ร้อยละ 92
- ปวดข้อพบได้ร้อยละ 87
- ปวดหลังพบได้ร้อยละ 67
- ปวดหัวพบได้ร้อยละ 62
- ตาแดงและมีอาการปวดตาเมื่ออยู่ในที่แสงจ้าๆ
- ไข้สูง ปวดศรีษะและปวดข้อ
- มีผื่นขึ้นมักจะขึ้นที่แขนและลำตัว
การวินิจฉัยโรค
เกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Criteria)
- ทั่วไปเจาะเลือด Complete Blood Count (CBC) อาจจะพบ
- อาจมีจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำ
- เกล็ดเลือดปกติ ซึ่งสามารถแยกจากไข้เดงกีได้
- การเจาะเลือดจำเพาะโรค
- ตรวจพบแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อในน้ำเหลืองคู่ (paired sera) ด้วยวิธี Haemagglutination Inhibition (HI) > 4 เท่า หรือ ถ้าน้ำเหลืองเดี่ยวนั้น ต้องพบภูมิคุ้มกัน > 1: 1,280 หรือ
- ตรวจพบภูมิคุ้มกันชนิด IgM โดยวิธี ELISA หรือ
- ตรวจพบเชื้อได้จากเลือด โดยวิธี PCR หรือการแยกเชื้อ (culture)
ยุ่งลาย | การป้องกันโรค | อาการของโรค | ข้อแตกต่างของโรค | โรคชิคุนกุนยา | การรักษา
|