
ประเทศไทยพร้อมหรือยังสำหรับการระบาดของไข้หวัดนก
ภาพยนต์เรื่องชื่อ Outbrake เป็นเรื่องที่คนติดเชื้อไวรัสที่มาจากลิง เชื้อระบาดไปทั่ว CDC ได้เข้าไปจัดการควบคุมการระบาดของเชื้อโรคซึ่งลุกลามเกินกว่าทางการจะควบคุมได้ จนกระทั่งรัฐบาลได้สั่งให้ทำลายเมืองนั้นทั้งเมืองเพื่อควบคุมโรคติดต่อ แต่โชคดีที่สามารถค้นพบวัคซีนได้ทัน เรื่องการระบาดเช่นเรื่องOutbrake จะเกิดขึ้นหรือไม่
ทั่วโลกให้ความสนใจกับเชื้อโรคไข้หวัดนก H5N1 เนื่องจากเชื้อนี้ได้ระบาดไปยังหลายประเทศทั่วโลก เชื้อก่อให้เกิดโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และมีรายงานว่าอาจจะมีการติดต่อจากคนสู่คน การเตรียมพร้อมเพื่อรับการระบาดของไข้หวัดนกจะบรรเทาความเสียหายซึ่งเกิดจากการระบาดของไข้หวัดนก
จำลองสถานการเกิดการระบาดของโรค
มีข่าวลือว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากโรคระบาดที่จังหวัดหนึ่ง กระทรวงสาธารณะสุขส่งทีมเข้าสอบสวนและควบคุมการติดเชื้อ พบว่าเกิดการระบาดของโรคเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ค้นพบคนป่วย 50 คนผู้ป่วยมีทุกอายุ 20 คนยังอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ป่วย 5 คนเสียชีวิตจากปอดบวม ได้มีการสำรวจก็สามารถพบผู้ป่วยเพิ่มเติม ได้นำสารคัดหลั่งส่งตรวจหาเชื้อพบว่าเป็นเชื้อ Influenza A แต่ไม่ทราบชนิด จึงได้ส่งสารคัดหลั่งไปตรวจที่องค์การอนามัยโลก และสามารถแยกเชื้อเป็นชนิด H6N1 ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน จึงได้ถอดรหัสพันธุกรรม พบว่าเป็นเชื้อไข้หวัดนก ข้อมูลดังกล่าวได้ส่งไปยังองค์การอนามัยโลกและรัฐบาล
การระบาดยังไม่สิ้น ยังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นหัวข้อข่าวพาดหัวในหนังสือพิมพ์ องค์การอนามัยโลกได้สอบถามถึงสถานการการระบาดของไข้หวัดนก รัฐบาลได้สอบสวนและสืบสวนอย่างเข้มข้น
หลังจากนั้น 2 เดือนการระบาดได้กระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยมากเป็นในเด็และวัยรุ่น 1ใน20จะเสียชีวิต เกิดการตื่นกลัวไปทั่ว การแพร่กระจายเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีการตรวจคนก่อนเข้าประเทศ สถานศึกษาถูกสั่งปิด คนตื่นตระหนกเนื่องจากเกิดการขาดแคลนยาต้านไวรัส และวัคซีนต้นแบบยังไม่ได้ผลิต
หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น มีผู้ป่วยจากประเทศที่ระบาดโดยสารเครื่องบินเข้าประเทศ ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเกิดการขาดเรียน การขาดงาน เสียงโทรศัพท์ที่สาธารณสุขดังไม่ขาดสาย เชื้อได้ระบาดข้ามทวีป ผู้คนเรียกร้องหาวัคซีน ยาต้านไวรัสมีไม่พอใช้ ตำราจป่วย พนักงานขับรถป่วยทำให้เกิดปัญหากับบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน
โรงพยาบาลจะแออัดไปด้วยผู้ป่วยนอก เตียงจะไม่พอเพียงสำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก เครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ที่เป็นโรคปอดบวมไม่พอ พ่อแม่ต้องสูญเสียลูกหลังจากป่วยไม่กี่วัน สนามบินปิด งานที่สำคัญปิดเนื่องจากขาดคนทำงาน
ท่านจะเห็นว่าเมื่อเกิดการระบาดจะเกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมาย การวางแผนรับมือกับการระบาดจะชลอการระบาด และลดการเสียชีวิตและความสูญเสีย
ประเทศไทยพร้อมหรือยังสำหรับการระบาดของไข้หวัดนก
ประเทศไทยมีการเตียมความพร้อมในการรับมือกับไข้หวัดนกหรือยัง เพื่อลดการสูญเสียชีวิต ลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและลดปัญหาสังคม เรามาช่วยกันตรวจสอบรัฐบาลว่า ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดหรือยัง
ทำไมจึงต้องเตรียมความพร้อม
การเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการรับกับการระบาดของไข้หวัดนกจะช่วย
- ลดการแพร่เชื้อของเชื้อ
- ลดจำนวนผู้ป่วย
- ลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต
- การดำเนินการสาธารณะที่สำคัญยังสามารถดำเนินต่อไปได้
- ลดปัญาทางสังคมและความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการระบาดทั่วโลก
องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางเพื่อให้ประเทศต่างๆได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการระบาดของไข้หวัดนก ผู้เขียนเห็นว่าบทความน่าสนใจเพื่อที่เราจะได้ตรวจสอบการทำงานของคนที่เกี่ยวข้องกับการระบาดว่าได้ทำงาน และเตรียมความพร้อมไปถึงไหน เราจะฝากชีวิตกับทางราชการได้หรือไม่ ในการเตรียมความพร้อมองค์การอนามัยโลกได้แบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
- การเตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน Preparing for an emergency
- การสืบสวนและการสอบสวนโรค Surveillance
- การวินิจฉัยและการรักษา Case investigation and treatment
- การป้องกันการระบาดในชุมชน Preventing spread of the disease in the community
- การดำเนินกิจการสาธารณะที่จำเป็น Maintaining essential services
- การวิจัยและการประเมิน Research and evaluation
- การนำแผนไปปฏิบัติและการปรับแผน Implementation, testing and revision of the national plan
จะเห็นว่าองค์การอนามัยโลกได้แนะนำมาตราการในการรับการระบาดของไข้หวัดนกสำหรับประเทศต่างๆ เรามาสำรวจประเทศไทยว่าได้เตรียมพร้อมในประเด็นใดบ้าง จากแผนต่างๆจะสรุปเป็นตารางข้างล่าง
| |
จำเป็น
|
ต้องการ
|
| 1การเตรียมพร้อมในภาวะฉุกเฉิน |
|
|
1.1เริ่มต้น Getting started
|
x
|
|
1.2 lการออกคำสังและการควบคุม Command and control
|
x
|
|
1.3 การประเมินความเสี่ยงRisk assessment
|
x
|
|
1.4 สื่อสาร Communication
|
x
|
|
1.5 กฎหมายและจริยธรรม Legal and ethical issues
|
|
|
1.5.1 กฎหมาย Legal issues
|
x
|
|
1.5.2 จริยธรรม Ethical issues
|
|
x
|
1.6 การทำแผนตามระยะการระบาดResponse plan by pandemic phaseการ
|
|
|
| 2. การสอบสวนโรค Surveillance |
|
|
2.1 การสอบสวนระหว่างระบาดInterpandemic surveillance
|
|
|
ทั่วๆไปGeneral
|
|
x
|
สัญญาณเตือนภัยEarly warning
|
x
|
|
2.2 การเพิ่มมาตรการสอบสวนEnhanced surveillance
|
x
|
|
2.3 การสอบสวนระหว่างระบาดPandemic surveillance
|
|
x
|
| 3. การวินิจฉัยและการรักษา Case investigation and treatment |
|
|
3.1 Diagnostic capacity
|
|
|
3.1.1ห้องปฏิบัติการ Local laboratory capacity
|
|
x
|
3.1.2 ห้องปฏิบัติการอ้างอิงReference laboratory availability
|
x
|
|
3.2 การสอบสวนทางระบาด และการกักกันEpidemiological investigation and contact management
|
x
|
|
3.3 การรักษาClinical management
|
x
|
|
4. การป้องกันการระบาดของเชื้อ Preventing spread of the disease in the community |
|
|
4.1 ทางสาธารณสุขPublic health measures
|
x
|
|
4.2 การฉีดวัคซีน Vaccine programmes
|
|
x
|
4.3 การใช้ยาต้านไวรัสAntiviral use as a prevention method
|
|
x
|
5. กำดำรงอยู่ของบริการที่จำเป็น Maintaining essential services |
|
|
5.1การบริการทางสาธารณสุข Health services
|
x
|
|
5.2 การบริการที่สำคัญอื่นๆ Other essential services
|
x
|
|
5.3 ช่วงพื้นตัว Recovery
|
|
x
|
| 6. การวิจัยและ การประเมิน Research and evaluation |
|
x
|
| 7. การนำแผนไปปฏิบัติ ทดสอบ Implementation, testing and revision of the national plan |
x
|
|
1. Preparing for
an emergency
การเตรียมในภาวะฉุกเฉินหมายถึงการเตรียมพร้อมรับกับภาวะฉุกเฉินทั่วๆไป ไม่จำเป็นต้องเป็นการระบาดของไข้หวัดนก การเตรียมการนี้จะเป็นการวางโครงสร้าง แผนปฏิบัติการเพื่อให้ใช้ทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพ
หลักการ Rationale
การเตรียมความพร้อมสำหรับการระบาดเป็นเรื่องลำบาก จะต้องใช้ทรัพยากรบุคคลในการเขียนแผน และจะต้องมีการลงทุนเพื่อการป้องกัน การตัดสินจะมุ่งเน้นที่ความสงบสุขของชุมชน การทำแผนนี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทางการเมืองและสภา
คำถามที่จะต้องให้ความสนใจ
ผู้บริหารระดับสูงได้รับรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดกับชีวิตคน ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ ทางการเมืองและสภาได้เตรียมเรื่องการระบาดไว้หรือยัง ในแผนการได้มีกลยุทธจัดการกับชุมชนหรือไม่
ความเห็นของผู้เขียน
เท่ที่ติดตามข่าวสารที่ประกาศออกมาทางสื่อมวลชน ประเมินว่าการเตรียมพร้อมในข้อนี้ทางการยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ยังไม่มีกรรมการ ยังไม่มีแผนการฉุกเฉิน ยังไม่มีองค์กร รัฐบาลก็ยังไม่เห็นความสำคัญ ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ ยังไม่มีการตั้งงบประมาณ หากมีการระบาดจริงคงจะลำบาก
1.2 Command and control
หลักการ
เพื่อให้การตัดสินใจทันเวลาและทันเหตุการณ์จะต้องระบุีผู้รับผิดชอบในการออกคำสั่ง ให้ปฏิบัติตามแผนหากมีการระบาดของโรค รวมทั้งคำสั่งในการกักกัน การปิดสนามบิน การปิดโรงเรียน นอกจากนั้นจะต้องระบุว่าใครคือผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
เมท่อมีการระบาดของไข้หวัดนกใครคือผู้ประกาศแผนการรับมือ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ใครคือผู้แนะนำให้ออกมาตรการ มีโครงสร้างการตัดสินใจรวมทั้งเกณฑที่ใช้ในการตัดสินใจหรือไม่ แต่ละคนที่เกี่ยวข้องได้ทราบหรือไม่
| |
- กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน
|
- ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับผู้ว่าราชการ นายอำเภอ
|
| |
| |
| |
- วิธีการเตือนให้คนตะหนักและเตือนเมื่อเกิดการระบาดของโรค
- เกณฑ์ในการตั้งทีมฉุกเฉิน
- เกณฑ์ในการรายงาน
- การตัดสินใจในทางการเมือง
- การบรรลุข้อตกลงทางการแพทย์และวิทยศาสตร์เมื่อเกิดการระบาด เช่นเกณฑ์กาารรักษา
- วิธีการแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบข้อมูล
- การจัดการกับกำลังพลเมื่อมีการระบาด
|
ข้อคิดเห็นของผู้เขียน
เท่าที่ได้ข้อมูลยังไม่ปรากฏว่ามีการประชุมเพื่อจัดทำแผนฉุกเฉินเมื่อเกิดการระบาด ดังนั้นจึงยังไม่มีโครงสร้างการสั่งงานทั้งในระดับรัฐบาลและท้องถิ่น
1.3 Risk assessment
หลักการ
เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากจะวิเคราะห์ถึงผลกระทบสุขภาพของประชาชน ควรจะวิเคราะห์ว่ามีผลกระทบต่อการบริการที่จำเป็นหรือไม่ อย่างไร
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ทางราชการได้มีแบบจำลองถึงผลกระทบเมื่อเกิดการระบาดของไข้หวัดนกหรือยัง ผลกระทบต่อโรงพยาบาล ชุมชน คลินิค และผลกระทบต่อการบริการพื้นฐานอย่างไรบ้าง
ข้อคิดเห็นของผู้เขียน
มีรูปแบบจำลองการศึกษาถึงผลกระทบของการระบาด แต่ไม่ไดนำมาวางแผนป้องกัน รวมทั้งไม่มีแผนการเรื่องการใช้ยาต้านไวรัสและการใช้วัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยงต่างๆ
1.4 Communication
หลักการ
การสื่อสารเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในสถานการณ์โรคระบาด ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาสำหรับประชาชนทุกกลุ่มจะลดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ทางรัฐมีคณะทำงานที่ประเมินความเสี่งและแปรผลการวิจัยสู่ประชาชนหรือไม่ ทางรัฐมีแผนการสื่อสารกับคนทุกกลุ่ม เช่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประชาชน รวมทั้งความก้าวหน้าของการควบคุมการระบาด การทบทวนว่าจะใช้สื่ออะไรในการประชาสัมพันธ์ ใครเป็นโฆษกที่จะแถลง
1.4.1 Public communication การสื่อสารสู่สาธารณะ
1.4.2 Communication among those involved in the response การสื่อสารของเจ้าหน้าที่
1.5 Legal and ethical issues
หลักการและเหตุผล
ในช่วงที่มีการระบาดของโรคจำเป็นต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพของคน เช่นการกักกัน การใช้อาคารของเอกชนเป็นโรงพยาบาล การยกเลิกสิทธิบัตรยา การฉีดวัคซีน การปรับการบริการที่จำเป็น การออกกฎดังกล่าวต้องโปร่งใส และอยู่ภายใต้กฎหมาย
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ในแผนการรับมือการระบาดได้มีกรอบการบังคับทางกฎหมายหรือไม่ กรอบดังกล่าวครอบคลุมแผนฉุกเฉินในการให้บริการทางการแพทย์หรือไม่ แผนในการบริการสาธารณที่จำเป็นหรือไม่
|
|
|
|
- การควบคุมพื้นที่ติดเชื้อมิให้คนเข้าหรือออก
- ปิดสถานศึกษา
- การห้ามจัดงานที่มีคนมารวมกัน
- การกักกันคนที่ได้รับเชื้อหรือการควบคุมคนที่สงสัยว่าจะได้รับเชื้อหรือกักคนที่มาจากบริเวณที่มีการระบาด
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
1.5.2 Ethical issues ด้านจริยธรรม
หลักการ
ในบางครั้งด้านจริยธรรมก็ไม่สามารถแยกออกจากกฎหมาย แต่จำเป็นที่จะต้องให้สังคมยอมรับ เช่นการกักกีน การเลือกคนที่ต้องให้วัคซีนก่อนคนอื่น เป็นต้น
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ในการจัดทำแผนรับมือการระบาดได้คำนึงถึงกรอบด้านจริยธรรมมากน้อยเพียงใด และมีกรอบด้านจริยธรรมที่สามารถนำมาปฏิบัติเมื่อเกิดการระบาด
1.6 Response plan by pandemic phase
หลักการ
ในการตอบสนองต่อการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะต้องรู้ว่า ต้องทำอะไรเมื่อมีคำสั่งออกมา องค์การอนามัยโลกได้กำหนดกรอบในการปฏิบัติงาน แต่ละประเทศต้องนำไปปรับปรุงให้เข้ากับโครงสร้างของแต่ละประเทศ ดังนั้นต้องมีแผนการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการระบาด
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
มีแผนที่ตอบสนองต่อการระบาดหรือไม่ แผนนั้นต้องระบุองค์กร คน ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดระยะต่างๆ
2. Surveillance การสืบสวนและสอบสวนโรคหรือการเฝ้าระวังโรค
หลักการ
การสืบสวนและสวนโรคเป็นการรวบรวมข้อมูลและการแปรผลเพื่อที่จะได้วางแผนในการป้องกันการระบาด การสืบสวนสอบสวนมีจุดประสงค์ต่างๆกัน ในการสืบสวนสอบสวนต้องระบุวัตถุประสงค์
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ประเทศของท่านจะใช้วิธีเฝ้าระวังแบบไหน ใครเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ ใครเป็นใช้ข้อมูลเพื่อสั่งการ ระบเฝ้าระวังมีความสอดคล้องระหว่างท้องที่ กับส่วนกลางและองค์การอนามัยโลกหรือไม่
2.1 Interpandemic surveillance
หลักการ
การเฝ้าระวังในช่วงที่ไม่มีการระบาดจุดประสงค์จะเฝ้ามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรือไม่เพื่อพิจารณาในการให้วัคซีน นอกจากนั้นการเฝ้าระวังจะเป็นการคนหาว่ามีการเกิดระบาดของไข้หวัดจากเชื้อชนิดใหม่หรือไม่
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
ประเทศไทยมีการประเมินถึงภาระค่าใช้จ่ายจากไข้หวัดใหญ่หรือไม่ มีระบบค้นหาเชื้อชนิดใหม่ที่ระบาดหรือไม่ มีระบบค้นหาสาเหตุของคนที่ป่วยด้วยลักษณะคล้ายๆกัน
| |
| |
| |
| |
| |
| |
- ได้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลด้วยเรื่องโรคทางเดินหายใจ
- การเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจที่ไม่ปกติ
- การเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่องระบบทางเดินหายใจที่มาเป็นกลุ่ม
- การเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ป่วยหรือเสียชีวิตจากโรงระบบทางเดินหายใจ
- มีการติดตามอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคปอดบวม หรือยาที่ใช้รักษาไวรัสไข้หวัดใหญ่
|
|
|
2.2 Enhanced surveillance (phase 2 and beyond)
หลักการ
เมื่อมีเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าอาจจะเกิดการระบาดของโรค การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจะทำให้การค้นพบการระบาดได้อย่างรวดเร็ว
คำถามที่ต้องให้ความสนใจ
มีการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษหรือไม่ การเฝ้าระวังจะเฝ้าระวังอะไร ใครเป็นคนสั่งให้เฝ้าระวัง ใครเป็นคนเก็บข้อมูล ใครเป็นคนแปลผล
|
|
|
|
|
|
- สัญญาณเตือนภัยเมื่อมีคนป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจร่วมกับการตายผิดธรรมชาติของสัตว์
- สัญญาณเตือนภัยเมื่อมีกลุ่มคนที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ หรือมีการเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ หรือมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ป่วยด้วยโรคทางเดินระบบทางเดินหายใจ
การเฝ้าระวังจะเน้นเป็นพิเศษในกลุ่มต่อไปนี้
- คนซึ่งเดินทางมาจากถิ่นที่มีการระบาดของโรคติดต่อ
- ผู้ที่ต้องทำลายทรากสัตว์
- ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เช่นไก่ นก
- เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยที่เป็นหรือสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดนก
- เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่ได้สัมผัสเชื้อโรค
|
|
|
2.3 Pandemic surveillance การเฝ้าระวังช่วงที่มีการระบาดของโรค
หลักการ
เมื่อมีการระบาดไปทั่วโลกตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศ หน่วยงานสาธารณสุขจะต้องทำงานหนัก การเก็บข้อมูลควรจะทำตามความจำเป็น เพื่อี่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวเชื้อและติดตามการระบาดของโรค ไม่จำเป็นต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทุกคน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ติดตามการนอนโรงพยาบาลของผู้ที่สงสัยจะติดเชื้อ
- ติดตามจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิต
- ติดตามการขาดงานของงานบริการที่สำคัญ
- ติดตามการใช้วัคซีน
- ติดตามผลข้างเคียงจากการใช้วัคซีน
- รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้คำนวนประสิทธิภาพของการใช้วัคซีน
- ติดตามการใช้ยาต้านไวรัสและผลข้างเคียงของยา
|
|
|
|
|
3. การวินิจฉัยและการรักษา Case investigation
and treatment
หลักการ
การวินิจฉัยโรคระบาดได้รวดเร็วจะช่วยในการควบคุมการระบาดของโรค จึงจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สำหรับประเทศที่ยังไม่พร้อมจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายช่วยในการวินิจฉัย
คำถาม
ประเทศของท่านมีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจสอบหาเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคระบาดหรือไม่ การตรวจนี้จะครอบคลุมทั้งคนและสัตว์ แพทย์หรือเจ้าหน้าที่รู้ว่าจะต้องตรวจอะไร การเก็บตัวอย่างส่งตรวจทำอย่างไร จะนำเชื้อโรคใส่ภาชนะอะไร วิธีการนำส่งทำอย่างไร
3.1.2 ห้องปฏิบัติการอ้างอิง Reference laboratory availability
หลักการ
แม้ว่าจะได้มีการสร้างห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องส่งตัวอย่างเชื้อหรือสารคัดหลั่งไปยังองค์การอนามัยโลก เพื่อการยืนยันการวินิจฉัยและประเมินความเสี่ยง
คำถาม
ประเทศมีแนวทางที่จะรวบรวมสารคัดหลั่หรือเชื้อโรคจากสัตว์และคน ส่งให้องค์การอนามัยโลกได้อย่างปลอดภัยหรือยัง
3.2 การสอบสวนทางระบาดและการจัดการ Epidemiological investigation and contact management
หลักการ
ในระหว่างที่รอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การสอบสวนทางระบาดจะสอบว่าคนติดเชื้อโรคได้อย่างไร ผลกระทบของโรคต่อคนป่วย ต่อสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงของการติดเชื้อจากคนสู่คน เพื่อเป็นแนวทางป้องกันการระบาด
คำถาม
การติดเชื้อของคนมาจากแหล่งอะไร การติดเชื้อสามารถติดต่อจากคนสู่คนหรือไม่ ถ้าสามารถติดต่อจากคนสู่คน จะจัดการอย่างไร การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเปลี่ยนจากเดิมมากน้อยแค่ไหน และต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการหรือไม่
3.3 Clinical management
3.3.1 ด้านการดูแลและรักษา Case management and treatment
หลักการ
เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพจึงต้องจัดทำแนวทางการรักษาและการควบคุมโรคติดต่อไปยังสถานบริการทุกระดับ รวมทั้งได้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในการควบคุมโรคติดต่อ
คำถาม
ผู้ป่วยนี้ได้เชื้อโรคอย่างไร จำเป็นต้องรักษาหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือไม่ หากจำเป็นจะต้องตรวจอะไร เก็บตัวอย่างอะไร และนำส่งอย่างไร
|
|
- จะให้ผู้ป่วยรักษาที่ไหน ที่บ้านหรือโรงพยาบาล
- เกณฑ์ในการรับตัวผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล
- การเก็บสารคัดหลั่งส่งตรวจ การนำส่ง และการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างเหมาะสม
- แนวทางการรักษา การใช้ยาต้านไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะ การใช้เครื่องหายใจ การลดไข้
|
|
|
3.3.2การควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล Infection control in health-care settings
หลักการ
การควบคุมโรงติดเชื้อจะต้องรู้ว่าเชื้อสามารถติดต่อทางไหน และมีวิธีการที่จะควบคุมการติดเชื้ออย่างไร การควบคุมการติดต่อเป็นหัวใจของการป้องกันการแพร่ของเชื้อในโรงพยาบาล
คำถาม
ประชาชนโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ พวกเข้ามีความรู้ถึงวิธีการติดเชื้อรวมทั้งวิธีป้องกันหรือไม่
| |
- ศูนย์การแพทย์
- ห้องปฏิบัติการ
- คลินิคชุมชน
- สถานีอนามัย
- โรงพยาบาล
- สถานดูแลผู้ป่วยระยะยาว
- การเผาหรือฝังศพ
|
| |
| |
| |
| |
4. Preventing spread of the
disease in the community
4.1 Public health measures
หลักการ
ในช่วงการระบาดใหญ่ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปริมาณอย่างเพียงพอ รวมทั้งยาต้านไวรัส การป้องกันการกระจายของโรคจึงเป็นวิธีที่จะชลอการแพร่กระจาย แต่การกระทำดังกล่าวอาจจะกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล กระทบต่อความเป็นอยู่ การกระทำดังกล่าวบางครั้งก็ขาดเหตุผลทางวิชาการรองรับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้การศึกษา รวมทั้งการตัดสินใจอย่างโปร่งใส
คำถาม
ประชาชนรู้วิธีป้องกันตัวเองจากโรคหรือไม่ และรู้วิธีลดการแพร่ระบาดของเชื้อหรือไม่ การลดการแพร่ระบาดโดยการกักกัน หรืออย่างกระทำโดยสมัครใจหรือมาตราการทางกฎหมาย มีเกณฑ์ในการให้หยุดเรียนหรือหยุดงานหรือไม่ มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตราการต่างๆหรือไม่
4.1.1 สุขอนามัยส่วนบุคคล General personal hygiene
4.1.2 การควบคุมโรคระบาดในชุมชน Community infection-control measures
|
|
|
|
- ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันเชื้อกลายพันธ์
- ให้ยาต้านไวรัสแก่ประชาชนที่สัมผัสไก่ที่เป็นโรค(ถ้ามียาเพียงพอ)
|
|
|
4.1.3 การกักกันหรือการควบคุม Social distancing and quarantine
|
|
|
|
|
|
- มีสถานที่สำหรับควบคุมหรือกักตัวผู้สัมผัสโรค
- สถานที่ดังกล่าวต้องให้มีบริการทางการแพทย์ อาหาร และการให้คำปรึกษา
- มีระบบขนส่งที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ส่งผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลศูนย์ หรือไปฝัง
|
4.1.4 การจำกัดการท่องเที่ยวTravel and trade restrictions
4.2 การให้วัคซีนVaccine programmes
4.2.1 การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ Routine vaccine programmes
หลักการ
การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จะสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยและอัตราการเสียชีวิต แต่การให้วัคซีนก็มีข้อจำกัดในเรื่องปริมาณการผลิตและโครงสร้างของระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศ
คำถาม
ประเทศมีทรัพยากรเพียงพอที่จะฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ
สำหรับประเทศที่ไม่มีโครงการฉีดวัคซีนประจำปี
|
|
- อัตราการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่แยกตามอายุ
- อัตราการนอนโรงพยาบาลแยกตามอายุ
- อัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่
|
สำหรับประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
4.2.2 การฉีดวัคซีนสำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาด Pandemic strain influenza vaccine programme
หลักการ
หลังจากการระบาดแล้วประมาณ 5-6 เดือนจึงจะมีการผลิตวัคซีน ซึ่งช่วงแรกยังไม่เพียงพอ เมื่อเกิดการระบาดทุกประเทศต้องรีบเร่งผลิตให้มากที่สุด สำหรับประเทศที่ผลิตวัคซีนไม่ได้ต้องเตรียมโปรแกรมสำหรับการฉีด เมื่อวัคซีนมาถึงจะได้ฉีดทันที
| |
| |
| |
| |
| |
| |
- วางแผนการฉีดวัคซีนแก่กลุ่มประชากร
- กลวิธีในการกระจายวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยงก่อน
- ความปลอดภัยในการนำส่ง การเก็บวัคซีน
|
| |
| |
| |
| |
4.3 Antiviral use as a prevention method
หลักการ
การใช้ยาต้านไวรัสสามารถใช้ได้ทั้งการรักษาและการป้องกันการติดเชื้อ ยาต้านไวรัสจะลดการแพร่เชื้อโรคในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ
คำถาม
ประเทศมียาต้านไวรัสเพียงพอหรือไม่ และจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
5. การดำรงการให้การบริการที่จำเป็น Maintaining essential
services
5.1การบริการทางการแพทย์ Health services
หลักการ
การที่ระบบสาธารณสุขยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความสูญเสียเมื่อเกิดการระบาด ดังนั้นจะต้องเตรียมแผนฉุกเฉินเตรียมไว้
คำถาม
เมื่อเกิดการระบาดมีผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขอย่างไร มีการเตรียมแผนฉุกเฉินเมื่อเกิดภาวะขาดคนหรือไม่ หากเตียงไม่พอจะทำอย่างไร การควบคุมการติดเชื้อทำได้อย่างไร
การตรวจสอบ
จะต้องเตรียมคนหากเกิดการขาดแคลนเจ้าหน้าที่เนื่องป่วย คนอาจจะมาจากอาษาสมัครหรือองกรการกุศล
5.1.1 ความพร้อมของสถานบริการ Health service facilities
5.1.2 การเตรียมความพร้อมเรื่องคน Health service personnel
5.1.3การสำรองอุปกรณ์ทางการแพทย์ Health service supplies
5.1.4 เมื่อมีผู้เสียชีวิตมาก Excess mortality
5.2 การบริการสาธารณที่จำเป็น Other essential services
หลักการ
การบริการสาธารณที่จำเป็นเช่น ไฟฟ้า ประปา ขนส่ง การสื่อสาร เพราะหากขาดการบริการเหล่านี้ คนจะไม่สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
5.3 Recovery
หลักการ
หลังจากการระบาดจะต้องมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องฟื้ฟูด้านจิตใจ และทางเศรษฐกิจ
คำถาม
มีแผนฟื้นฟูทางเศรษฐกิจหรือยัง การบริการสาธารณะมีแผนฉุกเฉินและแผนฟื้นฟูหรือยัง ใครเป็นผู้มีหน้าที่ฟื้นฟูทางด้านจิตใจ และสังคม มีกลไกที่จะช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ
6. Research and evaluation
หลักการ
การวิจัยจะทำให้เราและโลกรู้จักโรคดีขึ้น และสามารถดำเนินมาตราการป้องกันการแพร่ระบาด
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ผลกระทบของการระบาดต่อการเสียชีวิต และคนต้องเข้าโรงพยาบาล
- ประสิทธิภายของมาตราการทางการแพทย์ในการยับยั้งการระบาด
- ประสิมธิภาพของวัคซีน
- ประสิทธิภาพของยาป้องกันไวรัส
- ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
|
การสวมหน้ากาก| การสวมหน้ากาก| n95 ทดสอบความพอดี |การล้างมือ |ไข้หวัดนก |ไข้หวัดนกในไก|่ การป้องกัน| ความปลอดภัยสำหรับคนเลี้ยงไก่ |ข่าวจากฮงค์การอนามัยโลก| การเตรียมตัวรับการระบาด| การระบาด |การป้องกัน เชื้อไข้หวัดใหญ |การเตรียมตัวป้องกันการระบาดทั่วโลก
เอกสารอ้างอิง
WHO checklist for
influenza pandemic
preparedness planning
World Health Organization 2005 |