ผลกระทบหากเกิดการระบาดของไข้หวัดนก

องค์การอนามัยโลก

องค์การอนามัยโลกเชื่อว่าอาจจะมีการระบาดของไข้หวัดนกซึ่งไม่สามารถที่จะทำนายล่วงหน้าว่าจะเกิดเมื่อใด ทั้งนี้เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนกรอบสองซึ่งทำให้มีการกระจายของเชื้อไปทั่วเอเซีย และแนะนำให้ทุกประเทศที่มีการระบาดได้เตรียมการป้องกันการระบาดและเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม หากมีการระบาดของไข้หวัดนกก็จะมีการระบาดอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศมีความสะดวกและรวดเร็ว และประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดหากมีการระบาดของไข้หวัดนก

  • จากการประมาณการของศูนย์ควบคุมโรคติดต่ออเมริกา ว่าจะมีผู้เสียชีวิต 2-7.4 ล้านคนจะมีการพบแพทย์ 134-233 ล้านครั้ง และจะมีการนอนโรงพยาบาล 1.5-5.2 ล้านครั้ง
  • การระบาดจะรวดเร็วจนไม่มีเวลาเตรียมวัคซีน
  • จะมีการขาดแคลน วัคซีน ยาฆ่าเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะ
  • ตามโรงพยาบาลจะแออัดไปด้วยผู้ป่วย
  • จะขาดแคลนเจ้าหน้าที่สำหรับบริการชุมชน
  • การระบาดจะใช้เวลานาน และอาจจะเกิดการระบาดซ้ำ

การเตรียมตัวสำหรับการระบาด

ขั้นตอนการเตรียมตัวรับการระบาดของไข้หวัดนก
ระยะ

Preparedness Level การเตรียมตัวรับการระบาด

ความเห็น

Phase 0

Preparedness Level 0 ยังไม่มีหลักฐานว่าคนติดเชื้อไข้หวัดนก

Phase 0

Preparedness level 1การเตรียมพร้อมระดับ1มีรายงานว่าพบไวรัสชนิดใหม่

พบว่าคนมีการติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่ แต่ยังไม่มีการติดจากคนไปสู่คน

Phase0

Preparedness level 2 การเตรียมพร้อมระดับ2มีหลักฐานยืนยันว่า คนติดเชื้อไวรัสชนิดใหม่

มีการติดเชื้อมากกว่า 2 คน

Phase 0

Preparedness level 3การเตรียมพร้อมระดับ3 มีการติดต่อจากคนสู่คน

มีหลักฐานว่ามีการติดเชื้อจากคนสู่คนอย่างน้อย 2 สัปดาห์
Phase1 ยืนยันว่ามีการระบาดของเชื้อโรค มีการระบาดไปหลายแหล่ง และระบาดข้ามประเทศ และเชื้อนั้นทำให้เกิดการเสียชีวิต
Phase2 ระบาดท้องถิ่น หลายๆท้องถิ่น เชื้อไวรัส สามารถเกิดการระบาดไปได้หลายประเทศ และหลายท้องถิ่น
Phase3 สิ้นสุดการระบาดช่วงแรก ช่วงนี้เชื้อจะไม่ค่อยมีการระบาด
Phase4 การระบาดช่วงที่สอง จะเริ่มระบาดหลังจากครั้งแรก 3-90เดือน
Phase5 สิ้นสุดการระบาด ไม่มีการระบาดของเชื้อ ใช้เวลาประมาณ 2 ปี

การระบาดของไข้หวัดนก

สถานการณ์ไข้หวัดนก

ไข้หวัดนกสายพันธ์ H5N1เป็นสายพันธืที่คาดว่าจะมีการระบาดทั่วโลกเนื่องจากเหตุผล

  • เชื้อไข้หวัดนกสายพันธ์นี้แพร่กระจายเร็วมากจนกระทั่งเป็นเชื้อประจำถิ่น
  • เชื้อมีการกลายพันธ์อย่างรวดเร็ว
  • เชื้อไข้หวัดนกนี้ได้รับพันธุกรรมจากไวรัสที่อยู่ในสัตว์ชนิดอื่น
  • เมื่อติดเชื้อในคนทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70
  • การติดเชื้อโรคในชนบทยังมีอัตราสูงเนื่องจากการเลี้ยงไก่
  • การที่เชื้อระบาดประจำถิ่นจะทำให้เชื้อมีโอกาศกลายพันธ์ได้สูง

ประโยชน์ของการเตรียมพร้อม

  • การเตรียมพร้อมจะลดผลกระทบทางด้านเศรฐกิจ และทางการแพทย์หากมีการระบาด
  • การเตรียมพร้อมจะทำให้มีการปรับปรุงโครงสร้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์
  • การเตรียมความพร้อมจะเป็นการทบทวนแผนการปฏิบัติการเฝ้าระวัง การจัดการเมื่อมีการระบาด

วิธีการเตรียมความพร้อม

สถานการณ์การผลิตวัคซีน

วัคซีนจะป้องกันการเสียชีวิตและหยุดการระบาดของโรคได้ แต่การผลิตวัคซีนต้องมีองค์ประกอบดังนี้

  • ประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโรค จะต้องส่งเชื้อไปให้องค์การอนามัยโลกเพื่อที่จะทราบการแปลงแปรงทางพันธุกรรม จะได้สายพันธ์ที่ระบาด
  • บริษัทจะต้องเตรียมความพร้อมในการผลิตวัคซีนสำหรับการระบาดของเชื้อโรค รวมทั้งการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย
  • สาธารณสุขจะต้องปรึกษากับบริษัทที่ผลิตวัคซีนเพื่อจะนำวัคซีนไปทดลองใช้ นอกจากนั้นบริษัทต้องเตรียมพร้อมในการผลิตวัคซีนเมื่อมีการระบาดโดยที่ไม่ได้คาดโดยเฉพาะไม่ทราบเชื้อที่เป็นสาเหตุ ทำให้ต้องใช้วิธีการพิเศษ special technique of reverse genetics เพื่อสร้างวัคซีนสำหรับเชื้อไข้หวัดนก

ตั้งแต่เมษายนองค์การอนามัยโลกได้เชื้อต้นแบบพร้อมที่จะผลิตวัคซีน มีบริษัทที่ผลิตวัคซีนสองบริษัทได้ผลิตออกมาเพื่อทำการทดสอบซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนในการรวมรวมข้อมูล และการปรับวัคซีนเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพ

ปัญหาในการผลิตวัคซีน

1ความสามารถในการผลิตวัคซีนไม่เพียงพอ

ทั่วโลกจะมีความสามารถในการผลิตวัคซีนประมาณ 750 ล้าน ในประเทศอเมริกาจะผลิตได้ 150 ล้านซึ่งเพียงพอในการใช้ในประเทศ การเพิ่มปริมาณการผลิตจะทำได้โดยการลดปริมาณเชื้อ และเพิ่มสารเพื่อเพิ่ม immunogenicity

2ประเทศผู้ผลิตมีน้อย

ประเทสผู้ผลิตมีน้อย เมื่อมีการระบาดของโรคประเทศเหล่านั้นจะกักตุนวัคซีนเพื่อประชากรของตัวเองทำให้เกิดการขาดแคลนวัคซีน ประเทศผู้ผลิตวัคซีนได้แก่

  • Australia
  • Canada
  • France
  • Germany
  • Italy
  • The Netherlands
  • Switzerland
  • The United Kingdom
  • The United States

3เทคโนโลยีการผลิต

มีเทคโนโลยีการผลิตหลายวิธีได้แก่

  • การผลิตวัคซีนโดยใช้ไวรัสที่มาจากสัตว์
  • การเลือกเชื้อที่มี antigen เหมือนกัน แต่ไม่คนไม่ติดเชื้อ
  • การใช้แบคทีเรียช่วยสร้างเชื้อไวรัส
  • Develop DNA-based vaccines
  • Use reverse genetics to construct vaccine seed strains that possess attenuated hemagglutinin
  • Use reverse genetics to construct attenuated donor strains

แผนการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนก

  1. การเฝ้าระวังการติดเชื้อไข้หวัดนก ( Surveillance )
  • ต้องมีความโปร่งใสในการรายงานคนที่ติดเชื้อไข้หวัดนก
  • จัดระบบเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนก
  • เฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่มกลุ่มีอาการของโรคที่ผิดจากที่เคยเป็น โดยต้องทำงานประสานกันระหว่างหลายหน่วยงาน
    • นักไวรัสวิทยาเพื่อตรวจลักษณะตัวเชื้อโรค
    • ศึกษาวิธีระบาดจากคนสู่คน
    • ดูการกลายพันธ์ของเชื้อไวรัส
  • มีการ่วมมือกันส่งตัวอย่างเชื้อที่ได้จากคนและสัตว์ไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อวิจัย
  • การเฝ้าระวังจะกระทำทั้งคนและสัตว์เพราะการระบาดของโรคมักจะเริ่มต้นจากสัตว์
  • ปฏิบัติการเตรียมพร้อมรับการระบาดตามตารางข้างบน
  1. การป้องกันการติดเชื้อในคน Public health interventions
  • เนื่องจากการระบาดของโรคจะเกิดคนทุกหมู่เหล้า ดังนั้นจะต้องมีความร่วมมือของทุกองค์กรเพื่อจำกัดการระบาดของโรค
  • จะต้องใช้วิธีการทุกอย่างเพื่อจำกัดการระบาดของโรคในระหว่างรอการผลิตวัคซีน
    • การสื่อสาร
    • ระบบแยกผู้ป่วย
    • ระบบกักกันผู้สัมผัสโรค
    • ระบบเฝ้าติดตามผู้ที่สัมผัสโรค
    • มาตราการลดการติดต่อ เช่นการปิดโรงเรียน การงดการจัดประชุมหรือแสดงมโหรสพ หยุดหยุดงานที่ไม่จำเป็น
    • มาตราการป้องกันติดต่อข้ามประเท
  1. การใช้ยาต้านไวรัส Use of antiviral agents
  • ประเทศส่วนใหญ่จะไมมีีวัคซีน ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตควรจะมีสำรองไว้สำหรับการระบาด
  • การสำรองควรจะเป็นระดับนานาชาติ เพื่อลดการระบาดของโรค
  • การใช้วัคซีนเพื่อการรักษาจะดีกว่าการให้เพื่อป้องกัน
  1. การใช้วัคซีน
  • สนับสนุนให้มีการผลิตวัคซีนเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมสำหรับการระบาด
  • เนื่องมีวัคซีนปริมาณจำกัด ดังนั้นจะต้องมีนโยบาบว่าจะฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มใดก่อน
  • จัดตั้งกองทุนเพื่อวิจัยหาวัคซีน

การเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันการระบาดไข้หวัดนกของประเทศอเมริกา

สหรัฐได้ร่างแผนป้องกันการระบาดของไข้หวัดนกเมื่อเดือนสิงหาคม 2004 ซึ่งมีแผนงานทั้งหมด 12 แผนงานดังนี้

  • แผนงานสำหรับรัฐและรัฐบาลท้องถิ่น
  • แผนงานสำหรับระบบสาธารณสุข
  • การทบทวนการเจ็บป่วยไข้หวัดใหญ่และการระบาด
  • การเฝ้าระวัง
  • การพัฒนาวัคซีนการผลิตวัคซีน
  • กลยุทธการให้วัคซีน การติดตามผลและความปลอดภัย
  • การใช้ยาต้านไวรัส
  • กลยุทธ์การลดการแพร่เชื้อ
  • การศึกษาและการสื่อสาร
  • การวิจัยเรื่องการระบาดของไข้หวัดนก
  • บทเรียนจากการระบาดเมื่อปี 1976
  • การเตรียมการและตอบสนองต่อการระบาดของไข้หวัดนก และโรคติดเชื้ออื่นๆ

เป้าหมาย(Goal)

  • ลดอัตราการตายและโรคแทรกซ้อน
  • ลดปัญหาทางสังคมและความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

หลักการ

  • ค้นหาไวรัสสายพันธ์ใหม่ที่ติดเชื้อในคนและสัตว์โดยการใช้ความรู้ทางการติดเชื้อและไวรัสวิทยา
    • มีระบบเครือข่ายทั่วโลกเพื่อตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ และแนะนำสายพันธ์ของไข้หวัดใหญ่ที่ต้องฉีดวัคซีน
    • ค้นหาไวรัสสายพันธ์ใหม่ที่ระบาดในคนและสัตว์
    • มีระบบป้องกันการแพร่เชื้อทางเครื่องบิน
    • มีระบบเฝ้าติดตามการระบาดของเชื้อไข้หวัดในประเทศ
  • มีการพัฒนาและประเมินการใช้วัคซีนพร้อมมอบสิทธิบัตรเพื่อให้มีการผลิตวัคซีนได้อย่างเพียงพอ
    • เร่งให้มีการผลิตวัคซีนให้เร็วขึ้นนับตั้งแต่เริ่มค้นพบเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาด
    • การใช้เทคนิคใหม่เพื่อทำให้ผลิตวัคซีนได้เร็วขึ้น
  • การนำวัคซีนมาใช้และการจัดลำดับกลุ่มเป้าหมาย
    • (1)เมื่อเริ่มระบาดยังไม่มีวัคซีนใช้ ดังนั้นการใช้ยาต้านไวรัส การดูแลทางการแพทย์ การกักกันโรค จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการระบาดของเชื้อโรค(2)วัคซีนจะใช้เวลาในการผลิต 6-8 เดือน เมื่อผลิตได้ในตอนแรกยังไม่พอ ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญในการให้วัคซีน เช่นกลุ่มอาชีพที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่นกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข(3)เมื่อวัคซีนผลิตได้เพียงพอจึงจะกำหนดให้ฉีดกับทุกคน
    • อาจจะมีตลาดมืดให้ราคาวัคซีนสูงทำให้วัคซีนขาดตลาดมากยิ่งขึ้น
  • การใช้ยาต้านไวรัส เนื่องจากการผลิตยาไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และการป้องกันการดื้อยาของเชื้อโรค ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้ยาอย่างมีข้อบ่งชี้จริงๆเท่านั้น
    • การให้ยาต้องให้ในเวลา 48 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ
    • ยาที่ใช้มีสองกลุ่มได้แก ่Adamantines และ Neuraminidase inhibitors (NI) (oseltamivir, zanamivir) มีรายงานว่ายาตัวหลังจะช่วยลดโรคแทรกซ้อน ลดปอดบวม
    • ยานี้ทางการสหรัฐได้บรรจุไว้ในคลังยาสำหรับป้องกันการติดเชื้อ
    • จัดทำแนวทางการให้ยา และให้ความรู้แก่แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ทุกระดับ
    • การป้องกันการติดต่อของโรคข้ามชาติหรือการระบาดในท้องถิ่น
    • การป้องกันการระบาดในโรงพยาบาล และการติดต่อสู่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
    • การป้องกันการติดต่ออาจจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากคนที่มีเชื้อโรคบางคนไม่มีอาการของโรค
    • ช่วงที่เริ่มมีการระบาดอาาจะลดการแพร่เชื้อโรคโดยการลดการจัดงานที่คนมารวมตัวกัน ปิดโรงเรียน เป็นต้น
  • รัฐบาลและท้องถิ่นต้องร่วมมือกันเตรียมความพร้อมทางสาธารณสุขเพื่อการบริการที่พอเพียง
    • เมื่อมีการระบาดจะทำให้เกิดปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาลทั้งคนไข้ในและผู้ป่วยนอก รวมทั้งปัญหาการขาดงานของเจ้าหน้าที่เนื่องจากภาระงานมากหรือป่วย
    • มีการขาดแคลนเตียง คน และเครื่องมือ รวมทั้งเลือด
    • ต้องมีการวางแผนเพื่อมีเตียงอย่างเพียงพอ เช่น การเลื่อนผ่าตัดรายที่รอได้ รายที่ไม่จำเป็นมากอาจจะไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยกลับเร็วขึ้น
    • อาจจะหาที่สำรองสำหรับผู้ป่วย แต่ต้องเน้นเรื่องการควบคุมโรคติดเชื้อ
    • ผู้ป่วยอาจจะไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล แต่อาจจะมีบริการอื่นเสริม เช่น การส่งยาถึงบ้าน การส่งเจ้าหน้าที่ไปดูผู้ป่วยที่บ้าน
  • การสื่อสารอย่างมีคุณภาพกับผู้นำท้องถิ่น ประชาชน
    • อธิบายถึงโรคไข้หวัดนก การดำเนินของโรค การดูแลตัวเอง การดูแลผู้ป่วย การฉีดวัคซีน กลุ่มที่ต้องฉีดวัคซีนก่อนเป็นอันดับแรก

การเตรียมตัวช่วงที่ยังไม่มีการระบาดของโรค

  • เพิ่มกำลังการผลิตวัคซีน รวมทั้งวิจัยขนาดวัคซีนที่จะฉีด
  • เพิ่มมาตราการการเฝ้าระวังการระบาดของไวรัสเกิดใหม่ทั้งคนและสัตว์ ที่จะนำไปสู่การระบาดในคน รวบรวมเชื้อ และทดสอบการใช้ยา
  • มีระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล และรายงานผล
  • มีการวิจัยเรื่องพยาธิสภาพ และกลไกการเกิดโรค
  • ลดระยะเวลาในการผลิตวัคซีน
  • เมื่อค้นพบไวรัสชนิดใหม่ ต้องทำวัคซีนเพื่อศึกษาการใช้ ขนาดของยา และสารที่จะผสม
  • ศึกษาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่สามารถใช้ได้กับหายสายพันธ์ที่ทำให้เกิดโรค
  • กระตุ้นให้มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
  • เพิ่มการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การกระจายของวัคซีน
  • ตรวจชนิดและจำนวนของยาต้านไวรัสในคลัง
  • วางแผนและซักซ้อมเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมรับการระบาดของเชื้อโีรค
  • เตรียมแผนปิดโรงเรียน แผนการกักกันผู้ต้องสงสัย
  • เตรียมสื่อสำหรับทำความเข้าใจสำหรับประชาชน

แผนการควบคุมการแพร่ของเชื้อโรค

Infection Control Considerations

Infection control guidelines for pandemic influenza are provided in Annex 2 of the draft Federal Plan

Droplets are the major mode of influenza transmission; therefore, the draft Federal plan recommends Droplet Precautions along with Standard Precautions for prevention of transmission in healthcare settings. Airborne precautions are not recommended at this time. The draft Plan also calls for instituting programs of respiratory hygiene and cough etiquette.

Standard Precautions

According to the Federal plan, the following Standard Precautions should be taken for a patient with suspect or confirmed influenza caused by a pandemic strain:

  • Wear gloves if hand contact with respiratory secretions or potentially contaminated surfaces is expected.
  • Wear a gown if soiling of clothes with patient's respiratory secretions is expected.
  • Change gloves and gowns after each patient encounter and before touching any noncontaminated items or touching another patient, and perform hand hygiene.
  • Decontaminate hands before and after touching the patient, after touching the patient's environment, or after touching the patient's respiratory secretions, whether or not gloves are worn.
  • When hands are visibly soiled or contaminated with respiratory secretions, wash hands with either a non-antimicrobial or an antimicrobial soap and water. Hand hygiene with plain soap or detergent for at least 10 to 15 seconds, under running water is an effective method of removing soil and transient microorganisms. If sinks for hand hygiene are not readily available, alcohol-based agents can be used.
  • If hands are not visibly soiled and after glove removal, use an alcohol-based hand rub for routinely decontaminating hands in clinical situations. Alternatively, wash hands with an antimicrobial soap and water.

Droplet Precautions

  • Place patient in a private room. When a private room is not available, place the patient in a room with a patient or patients who have active infection with the same microorganism but no other infection (cohorting). In a pandemic it is likely that most patients with suspected influenza will not have a specific laboratory confirmed diagnosis; such patients should be cohorted with other patients who have or may have influenza. If for some reason cohorting is not achievable, at least 3 feet spatial separation should be maintained between the infected patient an other patients and visitors. Special air handling and ventilation are not necessary, and the door may remain open.
  • Wear a surgical mask upon entering the patient's room or when working within 3 feet of the patient. Remove the mask when leaving the patient's room and dispose of the mask in a waste container. N95 respirators, which would be recommended for infections with airborne spread such as tuberculosis, are not required for influenza. Logistically, some hospitals may want to implement policy for the wearing of a mask to enter the room.
  • Limit the movement and transport of the patient fro the room to essential purposes only. If transport or movement is necessary, minimize patient dispersal of droplets by having the patient wear a surgical mask.

Respiratory Hygiene/Cough Etiquette

The draft Federal Plan indicates that respiratory hygiene/cough etiquette programs should be in place to decrease transmission of influenza. The CDC Web site outlines steps for implementing these programs (see References : CDC: Respiratory Hygiene/Cough Etiquette in Healthcare Settings).

  • The following measures to contain respiratory secretions are recommended for all individuals with signs and symptoms of a respiratory infection.
    • Cover the nose/mouth when coughing or sneezing.
    • Use tissues to contain respiratory secretions and dispose of them in the nearest waste receptacle after use.
    • Perform hand hygiene (eg, hand washing with non-antimicrobial soap and water, alcohol-based hand rub, or antiseptic handwash) after having contact with respiratory secretions and contaminated objects/materials.
  • During periods of increased respiratory infection activity in the community (eg, when there is increased absenteeism in schools and work settings and increased medical office visits by persons complaining of respiratory illness), healthcare facilities should offer masks to persons who are coughing.
    • Either procedure masks (ie, with ear loops) or surgical masks (ie, with ties) may be used to contain respiratory secretions.
    • Respirators such as N-95 or above are not necessary.
  • When space and chair availability permit, coughing persons should be encouraged to sit at least three feet away from others in common waiting areas.
  • When implementing respiratory hygiene programs, healthcare facilities should:
    • Ensure the availability of materials for adhering to respiratory hygiene/cough etiquette in waiting areas for patients and visitors.
    • Provide tissues and no-touch receptacles for used tissue disposal.
    • Provide conveniently located dispensers of alcohol-based hand rub; where sinks are available, ensure that supplies for hand washing (ie, soap, disposable towels) are consistently available.

Additional components of infection control can be found in Annex 2 of the draft Federal Plan.

WHO Infection Control Guidelines for H5N1 Avian Influenza

In March 2004, WHO issued infection control guidelines for preventing transmission of H5N1 influenza in healthcare facilities (see References : WHO: Influenza A (H5N1): Interim infection control guidelines for health care facilities). These guidelines indicate that the following precautions should be implemented when caring for patients with H5N1 influenza:

  • Standard precautions
  • Droplet precautions
  • Contact precautions
  • Airborne precautions (including use of high-efficiency masks and negative-pressure rooms when available)

กลับหน้าเดิม

การสวมหน้ากาก| การสวมหน้ากาก| n95 ทดสอบความพอดี |การล้างมือ |ไข้หวัดนก |ไข้หวัดนกในไก|การป้องกัน| ความปลอดภัยสำหรับคนเลี้ยงไก่ |ข่าวจากฮงค์การอนามัยโลก| การเตรียมตัวรับการระบาด| การระบาด |การป้องกัน เชื้อไข้หวัดใหญ |การเตรียมตัวป้องกันการระบาดทั่วโลก


Google