|
ภายหลังจากที่ได้รับรายงานสถานการณ์ดังกล่าว คณะอำนวยการป้องกันและควบคุมการระบาดของหวัดใหญ่นครฮานอย เรียกประชุมฉุกเฉินและชี้ชัดว่าเป็นการระบาดค่อนข้างร้ายแรงของหวัดใหญ่และมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอีกด้วย ที่ประชุมออกมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับแต่ละหน่วยงานเพื่อง่ายต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง
ควบคุมพื้นที่ทันท่วงที*
ด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว หน่วยแพทย์ควบคุมโรคระบาดเคลื่อนที่ (แต่ละหน่วยประกอบด้วย แพทย์ระบาดวิทยา 1 , แพทย์เวชปฏิบัติ 1, เจ้าหน้าที่ lab 2 , เจ้าหน้าที่จัดการสิ่งแวดล้อม 1 และ พนักงานฉีดพ่นยา 2 รวมแต่ละหน่วยมีเจ้าหน้าที่ 7 คน) จำนวน 3 หน่วย สังกัดศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน นครฮานอย และ สังกัดมณฑลทหารนครฮานอย พร้อมอุปกรณ์ครบครันลงปฏิบัติงานในพื้นที่
ในทันทีที่หน่วยแพทย์ฯ ลงถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายผ้าปิดปากและจมูกให้แก่ประชาชนในละแวกเสี่ยงการติดเชื้อ แพทย์ระบาดวิทยาสัมภาษณ์สืบประวัติและข้อมูลโรคอย่างรวดเร็ว แพทย์เวชปฏิบัติทำการตรวจและแยกประเภทผู้ป่วย
มีผู้ป่วย 28 รายมีอาการไม่รุนแรง มีไข้ต่ำ เจ้าหน้าที่จัดให้ทานยา Tamiflu (2 เม็ด/วัน เช้า เย็น ระยะเวลา 7 วัน) ผู้ที่มีประวัติสัมผัสจัดให้มีการทาน Tamiflu เพื่อป้องกัน ในขณะเดียวกันแพทย์รายงานว่ามีผู้ป่วยหนัก 16 รายมีอาการหายใจลำบากขอให้มีการช่วยเหลือเป็นการด่วน มีผู้ป่วย 115 รายต้องทำการลำเลียงไปยังโรงพยาบาลสนาม

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ถอดทำลายชุดป้องกันส่วนบุคคลและทำการฆ่าเชื้อ
 |
|
นักศึกษาแพทย์ทหารจากสถาบันการแพทย์ทหาร (Military Academy of Medicine)
|
|
 |
เจ้าหน้าที่ Lab ดำเนินการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยและส่งต่อไปยังสถาบันระบาดวิทยาส่วนกลาง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่ลืมที่จะแจกใบปลิวแนะนำระเบียบวิธีการป้องกันการระบาดของโรคหวัดใหญ่
ภายในบ้านและรอบๆ บริเวณบ้านของผู้ป่วยได้รับการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ Cloramine B 5% และในระยะ 500 ม. ได้รับการฆ่าเชื้ออย่างละเอียด
นักศึกษาแพทย์ทหาร พร้อมรับผู้ป่วย
|
|
 |
ในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่ สถานีวิทยุชุมชนรวมทั้งเสียงตามสายกระจายเสียงสถานการณ์และให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตน ในสถานการณ์หวัดกำลังระบาด
*โรงพยาบาลสนามพร้อมรับมือ*
รับผิดชอบการจัดตั้ง รพ.สนาม โดย ทีมแพทย์ทหารมณฑลทหารนครฮานอย และสถาบันการแพทย์ทหารฮานอยผู้ป่วยได้ถูกเคลื่อนย้ายส่งมายังโรงพยาบาลสนาม ณ ที่นี้ แพทย์ พยาบาล รับผู้ป่วยและแยกประเภท ในขณะเดียวกันฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะขนส่งผู้ป่วยหนัก ถูกส่งเข้ายังห้อง ไอ ซี ยู เพื่อให้ออกซิเจน หรือใช้เครื่องช่วยหายใจตามแต่กรณี
 |
|
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ
|
|
 |
 |
ส่วนผู้ป่วยรายอื่นๆ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และได้รับการรักษาตามขั้นตอนที่ กท.สธ.กำหนด ต่อจากนั้นทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ทำการรักษาต่อไป
*เมื่อโรงพยาบาลศูนย์มีรหัสฉุกเฉิน*
โรงพยาบาลศูนย์ จะเป็นโรงพยาบาลส่วนกลาง เป็นที่รองรับและรักษาผู้ป่วยโรคระบาด ทันทีภายหลังจากที่ได้รับข้อมูลว่ามีผู้ป่วยโรคหวัดระบาดเข้ารับการรักษาฉุกเฉินเป็นจำนวนมาก แพทย์เวรรายงานไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาล และขณะเดียวกันสั่งรหัสฉุกเฉินระดับสูงที่สุดไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน
แพทย์รับและดำเนินการแยกประเภทผู้ป่วย ในขณะเดียวกันจัดพื้นที่หวงห้ามเพื่อควบคุมการระบาด
หลังจากนั้นทำการรักษาตามอาการของแต่ละผู้ป่วยทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของ กท.สธ.อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากจะได้รับการส่งต่อไปยังสถาบันโรคเขตร้อนเพื่อทำการรักษาต่อไป
ทั้งหมดนั้นเป็นการซ้อมใหญ่บนพื้นฐานของสถานการณ์สมมุติ โดยใช้เวลากว่า 3 ชม.
 |
| ภายใน รพ.สนาม บางกรณีอาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ |
นางเลหง็อกจรอง (Le Ngoc Trong) รมช. กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การซักซ้อมในครั้งนี้เป็นการประสานงานของหลายๆ หน่วยงานทั้งของส่วนกลางและของนครฮานอย รวมถึงทหารด้วย เนื้อหาการซ้อมเป็นไปตามระบบระเบียบวิธีการปฏิบัติที่วางไว้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์พลเรือนและแพทย์ทหาร และต้องถือว่าการ ซ้อม ในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จตามคาดหมายทุกประการ
... ดิฉันคิดว่า นี่จะเป็นแบบปฏิบัติให้แก่ท้องถิ่นต่างๆ ถึงแม้ว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดการระบาดเกิดขึ้น แต่หากในกรณีที่ขี้เหร่ที่สุดพวกเราก็ยังคงเตรียมพร้อมรับมือเสมอ รมช.
การสวมหน้ากาก| การสวมหน้ากาก| n95 ทดสอบความพอดี |การล้างมือ |ไข้หวัดนก |ไข้หวัดนกในไก|่ การป้องกัน| ความปลอดภัยสำหรับคนเลี้ยงไก่ |ข่าวจากฮงค์การอนามัยโลก| การเตรียมตัวรับการระบาด| การระบาด |การป้องกัน เชื้อไข้หวัดใหญ |การเตรียมตัวป้องกันการระบาดทั่วโลก |