โรคเบาหวาน
โรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน
โรคเบาหวานกับโรคไต
ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะเป็นผลเสียต่ออวัยวะในร่างกายรวมทั้งไต
โรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไตเสื่อมหรือไตวายมากที่สุด ผู้ป่วยช่วงแรกจะไม่มีอาการอะไรเลยจนกระทั้งไตเสื่อมมากจึงจะเกิดอาการของไตวาย
ปกติอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะถูกย่อย และนำไปกรองที่หลอดเลือดเล็กๆ [capillary]ในไต
ของเสียจะถูกขับออก โรคเบาหวานทำให้ไตมีการทำงานมากขึ้นในที่สุดก็จะมีการสูญเสียสารอาหาร
และโปรตีนในปัสสาวะ ปริมาณโปรตีนเพียงเล็กน้อยที่หลุดมาเรียก Microalbuminuria
หากไตเสียหน้าที่เพิ่มปริมาณโปรตีนมากขึ้นเรียก Macroalbuminuria หรือ Proteinuria
ไตบางส่วนเริ่มเสียหน้าที่การกรองทำให้เกิดการคั่งของๆเสียเรียก ไตวายและในที่สุดก็เกิดไตวายระยะสุดท้าย [end-stage renal disease,ESRD] ผู้ป่วยที่เป็น ESRD จำเป็นต้องล้างไต
หรือเปลี่ยนไต
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีโอกาสเป็นเป็นโรคไต ขึ้นกับปัจจัยดังนี้
- ระดับการควบคุมน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด
การควบคุมโรคเบาหวานได้ดีโอกาสเป็นโรคไตจะน้อยลง
ท่านต้องปรึกษาแพทย์ว่าระดับน้ำตาลแค่ไหนถึงจะดี
- ระดับความดันโลหิต
- กรรมพันธุ์
เบาหวานเป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคไตวายเรื้อรังเนื่องจาก
ผู้ป่วยเบาหวานมีชีวิตยาวขึ้น
มีอุบัติการณ์ของเบาหวานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะชนิดที่สอง
ร้อยละ20-30
ของผู้ป่วยเบาหวานพบว่ามีไข่ขาวในปัสสาวะ
แต่มีเพียงร้อยละ 20ที่จะกลายเป็นโรคไต
ซึ่งเราสามารถรู้ได้ก่อนที่จะเกิดอาการไตวายโดยตรวจหาปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะถ้ามากกว่า
30 มก./วัน หรือ 20 microgram/min เรียกว่า
microalbuminuria
พบว่าโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งถ้ามี
microalbuminuria แล้วไม่ได้รักษาร้อยละ
50 จะเป็นโรคไตวายเรื้อรังใน 10
ปี มากกว่าร้อยละ 75ในเวลา 20 ปี
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองจะพบว่ามี
microalbuminuria
หลังการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานไม่นานเนื่องจากผู้ป่วยเป็นเบาหวานมานานหลายปีก่อนการวินิจฉัย
ร้อยละ 20-40 ของผู้ป่วยที่มี microalbuminuria
จะกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง
แต่มีจำนวนน้อยกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรังเนื่องจากเสียชีวิตจากโรคหัวใจก่อน
นอกจาก microalbuminuria
จะเป็นเครื่องบ่งชี้เริ่มต้นของโรคไต
ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ของโรคหัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้นผู้ป่วยเหล่านี้ต้องรักษาปัจจัยเสี่ยงอื่น
เช่น LDL-Cholesterol สูง ,ความดันโลหิตสูง,งดสูบบุหรี่,การออกกำลังกาย
เป็นต้น
การตรวจหาไข่ขาวในปัสสาวะ Microalbuminuria สามารถตรวจได้สามวิธีดังนี้
- หาอัตราส่วนของไข่ขาวต่อครีตินิน
[albumin-to-creatinin
ratio]ในปัสสาวะจะวินิจฉัยว่า
albuminuria เมื่ออัตราส่วนเกิน 30mg/g
creatinin เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
- หาไข่ขาวในปัสสาวะ
24 ชม.จะวินิจฉัยว่า albuminuria
เมื่อปริมาณ albumin เกิน 30 mg/24 h
- หาอัตราการขับไข่ขาวในปัสสาวะ
6 ชมโดยการเก็บปัสสาวะ6ชม.แล้ววัดปริมาณไข่ขาวทั้งหมดแล้วคำนวณหาอัตราการหลั่งไข่ขาวต่อนาทีจะวินิจฉัยว่า
albuminuria เมื่ออัตราส่วนเกิน 20 ug/min
เนื่องจากอาจตรวจพบไข่ขาวได้ในภาวะ
ไข้ ความดันโลหิตสูง
การออกกำลังกาย หัวใจวาย
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
และอัตราการขับของไข่ขาวไม่แน่นอนดังนั้นจึงต้องตรวจหาไข่ขาวอีก
2-3ครั้งในระยะเวลา 3-6
เดือนก่อนการวินิจฉัย microalbuminuria
เมื่อไหร่จะเริ่มตรวจปัสสาวะหาไข่ขาว
- การตรวจหาไข่ขาวในปัสสาวะในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองควรตรวจตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน โดยการตรวจไข่ขาวโดยใช้แทบตรวจ
ถ้าให้ผลบวกก็ไม่ต้องตรวจหาปริมาณ แต่ถ้าให้ผลลบให้เก็บปัสสาวะหาปริมาณไข่ขาว
- สำหรับชนิดที่หนึ่งควรตรวจหลังจากการวินิจฉัย 5
ปี
| ตารางแสดงค่า Albumin ในปัสสาวะในภาวะต่าง |
| category |
24-h
collection[mg/24-h] |
Timed
collection[mg/min |
Spot
collection[mg/g creatinin |
| normal |
<30 |
<20 |
<30 |
| microalbuminuria |
30-299 |
20-200 |
30-299 |
| clinical albuminuria |
>300 |
>200 |
>300 |
การแปรผลว่าไข่ขาวในปัสสาวะจะต้องดูว่ามีสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะที่มีไข่ขาวหรือไม่ภาวะนั้นได้แก่
น้ำตาลในเลือดเพิ่ม
ความดันโลหิตสูง
การออกกำลังกาย
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
หัวใจวาย
การที่จะบอกว่ามีไข่ขาวอาจจะต้องตรวจปัสสาวะ
3 ครั้งถ้าค่าขึ้นมากกว่า 2
ครั้งให้ถือว่ามีไข่ขาวในปัสสาวะ
อาการและอาการแสดง
โดยทั่วไปในระยะเริ่มแรกไม่มีอาการอะไร
จนกระทั่งไตเริ่มเสื่อมจึงเกิดอาการ
บวม เหนื่อยง่าย อาเจียน
อ่อนเพลีย
ดังนั้นควรพบแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะ
การรักษาและการป้องกัน
- การควบคุมเบาหวาน
จากการศึกษาของหลายสถาบันมีชื่อและเชื่อถือได้
สรุปว่าการควบคุมการควบคุมน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติให้มากที่สุดสามารถลดอุบัติการณ์ของ
microalbuminuria และโรคไต
- การตรวจหาปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะ
- เบาหวานชนิดที่1 ให้ตรวจหาปริมาณไข่ขาวเมื่อเป็นเบาหวานแล้ว
5 ปี
- เบาหวานชนิดที่2
ให้ตรวจหาปริมาณไข่ขาวเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน
- การคุมความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งมักพบมีความดันโลหิตสูงเมื่อพบว่ามี
microalbuminuria แล้ว
ส่วนเบาหวานชนิดทีสองมักพบมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วยตั้งแต่วินิจฉัยได้ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากภาวะที่เรียกว่า
insulin resistant syndrome[เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง อ้วน ไขมัน
triglyceride, LDL-C สูง
เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่าย)
- แนะนำให้ลดความดันโลหิตให้ต่ำกว่า
130/85 mmHg ในผู้ป่วยอายุมากกว่า 18
ปี
- ผู้ป่วยที่มีความดันสูงเฉพาะช่วงบีบตัว
isolated systolic hypertension>180mmhg
ให้ลดความดันช่วงบีบตัว
[systolic] ให้ต่ำกว่า160 mmHg
ถ้าความดัน systolic 160-179 mmHg
ให้ลดความดันลงจากเดิม 20 mmHg
- แนะนำให้ใช้ ACE
Inhibitor กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งที่มี
microalbuminuria แม้ว่าความดันจะปกติ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองให้ใช้
ACE Inhibitor และ Angiotensin inhibitor blocker เมื่อมี microalbuminuria
ร่วมกับความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข่ขาวออกมาก
และไตเริ่มเสื่อมมากขึ้น(ค่าการทำงานของไตมากกว่า 1.5)การให้ยา Angiotensin inhibitor blocker จะชะลอการเกิดโรคไต
- การควบคุมอาหารโปรตีนต่อการเปลี่ยนแปลงโรคไต
ถ้าไตยังเสื่อมไม่มากให้รับประทานโปรตีน
0.8 ก/กม/วัน
ถ้าไตเสื่อมมากขึ้นให้ลดเหลือ
0.6 ก/กม/วันซึ่งจะชะลอ
การเสื่อมของไต
- รักษาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ
เช่นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หรือกรวยไตอักเสบ
ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะขัด
หรือขุ่น บางรายมีไข้ปวดเอว
การเลือกยาปฏิชีวนะต้องระวังอย่าให้ทีผลกระทบต่อไตหากมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์
- ขณะปัสสาวะมีอาการปวด
- ปัสสาวะบ่อยและกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- ปัสสาวะขุ่น
หรือมีสีแดง
- ไข้หนาวสั่น
- ปวดเอว
- ต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยา
หรือ x-ray ว่าจะมีปัญหากับไตหรือไม่
- การเปลี่ยนไต
หรือการล้างไต
แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม
ไตเสื่อมจากโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานาน
และมีระดับน้ำตาลสูงทำให้หลอดเลือดที่ม่เลี้ยงไตตีบแข็ง
มีผลทำให้การทำหน้าที่ของไตเสื่อมลง
กรองของเสียไม่ได้จึงมีของเสียคั่งในร่างกาย
เมื่อควบคุมระดับน้ำตาลดีๆจะชะลอการเสื่อมของไต
ไตเสื่อมมีอาการอะไรบ้าง
การเสื่อมของไตจะค่อยเป็นค่อยไปโดยที่ไม่มีอาการ
เราจะทราบว่าเบาหวานมีผลต่อไตหรือไม่โดยการตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ
หากสามารถควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ไขมัน
งดบุหรี่ก็สามารถที่จะลดการเกิดไตวาย สำหรับอาการไตวายที่พบได้คือ
- อาการบวม ช่วงแรกเกิดจากไข่ขาวในเลือดต่ำ
แต่ช่วงหลังเกิดจากไตเสื่อมจนไม่สามารถขับน้ำออก
- อ่อนเพลียจากที่โลหิตจาง
- คลื่นไส้อาเจียน
รับประทานอาหารไม่ได้เนื่องจากมีการคั่งของๆเสีย
- ซึมและโคม่าหากมีการคั่งของๆเสียมาก
รายละเอียดของไตเสื่อมอ่านที่นี่
หน้าเริ่มต้น ภาวะฉุกเฉิน | โรคหัวใจ | โรคความดันโลหิตสูง | โรคไต | โรคตา | โรคปลายประสาทอักเสบ | โรคเบาหวานกับเท้า |