การเตรียมตัวก่อนออกกำลังกาย

ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุกลางคนขึ้นไปควรแนะนำให้กระฉับกระเฉง
ทำงานบ้านให้มาก ใช้การเดินแทนการนั่งรถหากระยะทางไม่ไกล
ขึ้นบัดไดแทนการขึ้นบันไดเลื่อน ก่อนออกกำลังกายควร warm-up 5-10
นาทีโดยการเดินหรือขี่จักรยาน
ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อและเอ็น หลังจากนั้นให้ออกกำลังกายบริหารโดยการวิ่ง
หรือเดินเร็วๆ 30 นาที หลังจากออกกำลังกายให้ cool-down อีก5-10
นาทีและยืดกล้ามเนื้ออีก5-10
นาที
ควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมเพื่อป้องกันแผล
ใส่ถุงเท้าเพื่อป้องกันเท้าพอง
ให้ดื่มน้ำประมาณ
ครึ่งลิตรก่อนออกกำลังกาย
ควรจะออกกำลังเวลาไหน
การออกกำลังกายควรจะปรับตามสภาพ
และความต้องการของผู้ป่วย
ควรจะเริ่มออกกำลังกายแต่น้อยอย่างสม่ำเสมอ
3-4 ครั้งต่อสัปดาห์
ค่อยๆเพิ่มระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกาย
ควรออกกำลังกายช่วงเวลา 16.00 น.จะทำให้น้ำตาลตอนเช้าลดลง
ถ้าออกกำลังกายหลังอาหารจะลดน้ำตาลในเลือดสูงหลังรับประทานอาหาร
[postpandrial hyperglycemia]
ควรออกกำลังอย่างไร
ควรออกกำลังโดยการเดิน
ขี่จักรยาน วิ่ง
วิ่งอยู่กับที่ ว่ายน้ำ
แอร์โรบิค
ขึ้นกับสภาพของผู้ป่วย
การขี่จักรยานและว่ายน้ำเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปลายประสาทอักเสบ
อาจยกน้ำหนักเบาๆเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเลือกวิธีออกกำลังกาย
ออกกำลังหนักแค่ไหน
สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังมาก่อน
การออกกำลังควรจะเริ่มจากเบาแล้วไปหามาก
โดยเริ่มออกอย่างเบาคืออัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ระดับ 40%ของอัตราการเต้นสูงสุด
เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นจึงเพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย เป็น 50 %, 60 %,70-80% ความหนักของการออกกำลังกายใช้อัตราเต้นสูงสุดของหัวใจเป็นเกณฑ์โดยทั่วไปการออกกำลังกายให้หัวใจเต้น
50%ของอัตราเต้นสูงสุดก็น่าจะได้ประโยชน์
แนะนำให้ออกกำลังจนหัวใจเต้นได้
60-80%ของอัตราเต้นสูงสุด
นั่นคือชีพขจรเป้าหมาย
ผู้ป่วยที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายควรตั้งเป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจต่ำ
อีกวิธีหนึ่งเพื่อประเมินว่าออกกำลังกายได้พอหรือไม่โดยดูจากการมีเหงื่อออกแสดงว่าออกกำลังได้พอ
อัตราเต้นหัวใจสูงสุด= 220-อายุ ชีพขจรเป้าหมาย=ความหนักที่กำหนด(%)*(220-อายุ)
ตารางแสดงอ้ตราเต้นของหัวใจ
| อัตราการเต้นหัวใจสูงสุดและการเต้นของหัวใจตามอายุและเป้าหมาย |
| อายุ |
อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด |
40% Rate |
60% Rate |
80% Rate |
90% Rate |
| 20 |
200 |
80 |
120 |
160 |
180 |
| 25 |
195 |
78 |
117 |
156 |
175 |
| 30 |
190 |
76 |
114 |
152 |
171 |
| 35 |
185 |
74 |
111 |
148 |
166 |
| 40 |
180 |
72 |
108 |
144 |
162 |
| 45 |
175 |
70 |
105 |
140 |
157 |
| 50 |
170 |
68 |
102 |
136 |
153 |
| 55 |
165 |
66 |
99 |
132 |
149 |
| 60 |
160 |
64 |
96 |
128 |
144 |
| 65 |
155 |
62 |
93 |
124 |
140 |
ออกกำลังนานแค่ไหนและถี่แค่ไหน
ควรออกกำลังกาย 30-40
นาทีอย่างน้อย 20 นาที
เริ่มต้นออกกำลังกายครั้งละ 5
นาทีค่อยๆเพิ่มครั้งละ1-2
นาทีทุก1-2สัปดาห์จนได้เป้าหมาย
หากออกกำลังกายวันเว้นวันร่างกายก็แข็งแรง
แต่ถ้าออกกำลัง5-6
ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้น้ำหนักลดได้
ขั้นตอนในการออกกำลังกายเป็นอย่างไร
- ระยะเริ่มต้นให้อบอุ่นร่างกายอาจจะเริ่มจากการเดินอยู่กับที่
หรือเดินช้าๆ หรือการขี่จักรยาน เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อ
เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มอุณหภูมิของร่างกายใช้เวลา 5-10 นาที
- ระยะที่สองคือการยืดกล้ามเนื้อซึ่งมีท่าง่ายๆคลิกที่นี่ใช้เวลา
5 นาที
- ระยะที่สามคือการออกกำลังโดยการเดินหรือวิ่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20-30
นาทีให้มีความหนักปานกลางชีพขจรเต้น 50-80%ของอัตราการเต้นสูงสุด
- ระยะที่สี่คือการอบอุ่นร่างกายซึ่งใช้วิธีเดินช้าๆใช้เวลา 5-10
นาที การหยุดออกกำลังโดยทันทีอาจจะทำให้เป็นลมหรือเป็นตะคริว
- การออกกำลังกายควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังหนักเป็นครั้งคราว
แต่ควรออกกำลังสม่ำเสมอสัปดาห์ละ3-5 ครั้งครั้งละ30-60 นาที
- ออกกำลังกายแบบแอโรบิค
- หากไม่สามารถออกกำลังติดต่อกัน 20-30 นาที ให้ทำเป็นช่วงๆช่วงละ
5-10 นาทีสลับพัก 2 นาที
- การออกกำลังต้องฟังร่างกายว่ารับไหวหรือไม่
หากมีอาการเหนื่อยจนพูไม่เป็นคำ เจ็บหน้าอก หรือเป็นลม ให้หยุดการออกกำลังกาย
- ฝึกการจับชีพขจรที่คอหรือมือนับชีพขจร 6 วินาทีแล้วคูณด้วย 10
- ตรวจเท้าหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
การออกกำลังกาย การประเมินก่อนออกกำลังกาย วิธีออกกำลังกาย อาหารและการออกกำลังกาย
|