ผู้ป่วยเบาหวานถ้าควบคุมเบาหวานให้ดี สามารถลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนทาง microvascular complication ได้แก่โรคแทรกซ้อนทาง ตา[diabetic retinopathy] ไต [diabetic nephropathy] และเส้นประสาท[diabetic neuropathy] ทุก 1%ของ HbA1c ที่ลดลงจะลด microvascular complication ได้ 35% การให้ aspirin ไม่ได้ทำให้ Retinal hemorrhage เพิ่มขึ้นดังนั้นจึงสามารถให้ aspirin ในผู้ป่วย diabetic retinopathy ได้
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนทางตา
- ระยะเวลาที่เป็นเบาหวานโดยพบว่ามีอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนทางตาคือ พบอัตราการเกิดร้อยละ8เมื่อเป็นเบาหวาน 3 ปี ร้อยละ25เมื่อเป็น 5 ปี ร้อยละ 60 เมื่อเป็น10ปี และร้อยละ 80 เมื่อเป็นเบาหวานนาน 15 ปี
- อัตราการควบคุมโรคเบาหวาน โดยพบว่าเบาหวานชนิดที่1 หากควบคุมเบาอย่างดีจะลดโรคแทรกซ้อนทางตาได้ร้อยละ 54 ส่วนเบาหวานชนิดที่2หากควบคุมอย่างดี(ลดค่าน้ำตาลเฉลี่ยจาก 8 ลงไป 7)จะลดอุบัติการณ์ลงได้ร้อยละ 38
- ความดันโลหิตพบว่าหากลดความดันโลหิตจาก 180/105ลงให้ต่ำกว่า 150/90 พบว่าอุบัติการณืการเกิดโรคแทรกซ้อนทางตาลดลงร้อยละ47
แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางตา 
ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เมื่อเริ่มเป็น 3-5 ปีมักจะไม่มีปัญหาโรคแทรกซ้อนทางตาแต่เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไปผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีความผิดปกติที่จอรับภาพ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่ามีความผิดปกติที่จอรับภาพร้อยละ 21 เมื่อได้รับการวินิจฉัย
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งให้ตรวจตาหลังจากเป็นเบาหวาน 5 ปี หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งที่อายุมากกว่า 10 ปี
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองให้ตรวจตาหลังจากวินิจฉัยได้
- ให้ตรวจตาทุกปีถ้าปกติ ถ้าผิดปกติให้ตรวจถี่ขึ้น
- ผู้ป่วยเบาหวานที่ตั้งครรภ์หรือมีแผนจะตั้งครรภ์ต้องตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ ควรตรวจทุก 3 เดือน แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาขณะตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องตรวจเนื่องจากกลุ่มนี้มีโรคแทรกซ้อนทางตาน้อย
- ผู้ป่วยเบาหวานที่เริ่มโตเป็นหนุ่มสาว
- ผู้ป่วยที่เป็น severe proliferative ,macular edema ,proliferate retinopathy ควรปรึกษาจักษุแพทย์ให้ดูแลรักษา