โรคเบาหวานกับโรคตา
โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนทางตาได้แม้ว่าการมองเห็นจะปกติ
ความผิดปกติสามารถทำให้เกิดตอกระจกตา ต้อหิน
และทำลายเส้นเลือดในตา ดังนั้นการตรวจตาเป็นประจำจะช่วยให้การวินิจฉัย
และการรักษาเร็วขึ้น
หากท่านผู้อ่านที่เป็นเบาหวานมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ
ตามัวลง เห็นดวงไฟเป็นดวง
เห็นเป็นจุดดำ
ควรจะปรึกษาแพทย์ถ้าหากมีอาการเหล่านี้
โครงสร้างตาประกอบไปด้วย
- กล้ามเนื้อตามีหน้าที่ดึงลูกตาให้เคลื่อนไหว
- กระจกตา(cornea)เป็นส่วนใสที่อยู่ส่วนหน้าของลูกตาเป็นทางให้แสงเข้า
- ม่านตา(Iris)มีหน้าที่ปิดเปิดม่านตา
- เลนซ์[Lens]ทำให้ที่โฟกัสแสงที่ผ่านเข้ามาตกที่จอตา
- น้ำวุ้นใส[vitreous]อยู่หลังเลนซ์กับจอตา
- จอตา[retina]ทำหน้าที่รับและส่งสิ่งที่เห็นไปยังเส้นประสาทตา
- มาคูลาบริเวณเล็กๆบนจอตาเป็นจุดที่มองชัดที่สุด
- เส้นประสาท
(optic nerve)รับสัญญาณจากจอรับภาพเพื่อส่งไปยังสมอง
โรคเบาหวานทำให้เกิดโรคที่ตาได้อย่างไร
โรคเบาหวานทำให้เกิดโรคที่จอรับภาพ
น้ำตาลในเลือดที่สูงร่วมกับความดันที่สูงจะทำลายหลอดเลือดจอรับภาพ
เริ่มแรกหลอดเลือดแดงจะบวมทำให้เลือดไปเลี้ยงจอรับภาพไม่พอ
ช่วงนี้ยังมองเห็นปกติ
หากไม่ควบคุมเบาหวานให้ดีพอหลอดเลือดจะถูกทำลายมากขึ้นและมีการสร้างหลอดเลือดขึ้นใหม่และมีน้ำเหลืองไหลออกจากหลอดเลือด
ระยะนี้ของโรคคุณอาจจะเห็นเส้นเล็กรอยไปมา
และอาจจะเห็นแสงแสว่างแปล๊บๆ
อาจจะเกิดตาบอดเฉียบพลันได้เนื่องจากมีการลอกของจอรับภาพออกจากเส้นประสาทตา
กลไกที่ทำให้เกิดการมองเห็นที่ผิดปกติคือ
- เกิดจากเลือดไปเลี้ยงจอรับภาพไม่พอโดยเฉพาะส่วน
macular
- เกิดจากการที่มีหลอดเลือดใหม่ที่จอรับภาพทำให้จอรับภาพมีพังผืด
จอรับภาพอาจจะหลุดจากเส้นประสาททำให้ตาบอด
- เส้นที่ใหม่แตกทำให้มีเลือดออกในตา
แสดงภาพจอรับภาพคนปกติและคนที่เป็นโรคเบาหวาน |
จอรับภาพของคนปกติ |
จอรับภาพของผู้ป่วยเบาหวาน |
ใครที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนทางตา
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานทุกคนจะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน
ยิ่งเป็นนานยิ่งเกิดโรคแทรกซ้อนได้มาก
แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางตา 
ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่
1 เมื่อเริ่มเป็น 3-5
ปีมักจะไม่มีปัญหาโรคแทรกซ้อนทางตาแต่เมื่ออายุ
20
ปีขึ้นไปผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีความผิดปกติที่จอรับภาพ
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่
2
พบว่ามีความผิดปกติที่จอรับภาพร้อยละ
21 เมื่อได้รับการวินิจฉัย
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งให้ตรวจตาหลังจากเป็นเบาหวาน3-5
ปี หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งที่อายุมากกว่า 10 ปี
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สองให้ตรวจตาหลังจากวินิจฉัยได้
- ให้ตรวจตาทุกปีถ้าปกติ
ถ้าผิดปกติให้ตรวจถี่ขึ้น
- ผู้ป่วยเบาหวานที่ตั้งครรภ์หรือมีแผนจะตั้งครรภ์ต้องตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ
ควรตรวจทุก 3 เดือน
แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาขณะตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องตรวจเนื่องจากกลุ่มนี้มีโรคแทรกซ้อนทางตาน้อย
- ผู้ป่วยเบาหวานที่เริ่มโตเป็นหนุ่มสาว
- ผู้ป่วยที่เป็น severe proliferative ,macular
edema ,proliferate retinopathy
ควรปรึกษาจักษุแพทย์ให้ดูแลรักษา
ผู้ป่วยควรควรพบจักษุแพทย์หากมีอาการเหล่านี้
การมองเห็นของคนปกติและคนที่เป็นโรคเบาหวาน
|

การมองเห็นของคนปกติ |

การมองเห็นของคนเป็นเบาหวาน |
- ตามัวลง1-2วันโดยที่ตามัวไม่สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด
- ตาบอดเฉียบพลัน
- เป็นจุดดำ เห็นแสงไฟแลบ
หรือเห็นเป็นใยแมลงมุม
- ปวดตา
- มองเห็นได้เพียงด้านหนึ่งของตา
- อ่านหนังสือลำบาก
- เห็นภาพซ้อน
การรักษาและการป้องกัน
- รักษาระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงคนปกติ
- ควบคุมความดันให้ต่ำกว่า
140/90 มม.ปรอท
- หยุดสูบบุหรี่
- ตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง
- ปรึกษาแพทย์ถ้าหากจะออกกำลังกาย
โรคตาที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน หน้าเริ่มต้น ภาวะฉุกเฉิน | โรคหัวใจ | โรคความดันโลหิตสูง | โรคไต | โรคตา | โรคปลายประสาทอักเสบ | โรคเบาหวานกับเท้า |